รำลึกถึง ‘อาจารย์หมอประสพ’ (ศ.นพ. ประสพ รัตนากร)

ข่าวการถึงแก่กรรมของ ศ.นพ.ประสพ รัตนากร เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา นับเป็นข่าวที่น่าเสียใจของประเทศไทยที่ได้สูญเสียเสาหลักทางวิชาการที่สำคัญของประเทศไป แต่สิ่งที่ท่าน “อาจารย์หมอประสพ” ได้ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลัง คือความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการโดยเฉพาะด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยา ที่ท่านเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันจนกลายเป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญมากที่สุดสาขาหนึ่งของประเทศ

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ศ.นพ.ประสพ รัตนากร คือผู้ริเริ่มก่อตั้ง สถาบันประสาทวิทยา และเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลประสาทขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนจะขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แต่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า “อาจารย์หมอประสพ” เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหิดลด้วยเช่นกัน โดยท่านเป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนการก่อตั้ง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

หน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์ ได้รับเกียรติจาก คุณพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ นายกสมาคมศิษย์เก่า คณะวิทยาศาสตร์ และ ผศ.บัวรอง ลิ่วเฉลิมวงศ์ จากภาควิชาสรีรวิทยา ให้เข้าส้มภาษณ์ถึงเรื่องราวของอาจารย์หมอประสพเมื่อครั้งอดีต ซึ่งทั้งสองท่านต่างมีความคุ้นเคยใกล้ชิดและเคยร่วมงานกับอาจารย์หมอประสพอยู่หลายครั้ง

ทั้งสองท่านร่วมรำลึกถึงอาจารย์หมอประสพในแง่มุมต่างๆ ผศ. บัวรอง นั้นใกล้ชิดอาจารย์หมอประสพในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการกองทุนศาสตราจารย์เกียรติยศประสพ รัตนากร อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับท่านอีกหลายต่อหลายหน ทางด้าน คุณพิสิฐนั้นนับเป็นลูกศิษย์สายตรงของท่านตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ และต่อมาก็ยังได้ร่วมงานกับท่านอย่างต่อเนื่องอีกหลายหน

เมื่อครั้งที่ “อาจารย์สตางค์” ศ.ดร.สตางค์ มงคลสุข มีแนวคิดที่จะก่อตั้ง คณะวิทยาศาสตร์ ขึ้นในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ชื่อเดิมของ มหาวิทยาลัยมหิดล) จนนำโครงการเข้าที่ประชุมสภาการศึกษา โดยมี “อาจารย์หมอประสพ” เพียงท่านเดียวที่ให้การสนับสนุนเต็มที่ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากอีกหลายฝ่าย ที่สุดแล้ว จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่งเป็นประธานการประชุมจึงตัดสินใจอนุมัติ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

แม้ท่านจะมีภาระงานรัดตัวแต่ก็ยังสละเวลามาเป็นอาจารย์พิเศษช่วยสอนในวิชาจิตวิทยา ที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ถึง ๑๐ ปี ตามปกติวิชาจิตวิทยาเป็นวิชาที่หลายคนไม่ชอบเรียน เนื่องจากเต็มไปด้วยทฤษฏีต่างๆ มากมาย แต่ท่านกลับมีวิธีสอนที่ทำให้นักเรียนสนใจและอยากเข้ามาเรียน

“…เมื่อก่อนวิชาจิตวิทยามันไม่ค่อยน่าสนใจ แต่พอเป็นหมอประสพสอนพวกเราก็อยากเรียน รีบไปเข้าเรียนกัน เพราะท่านสอนเหมือนไม่สอน ท่านใช้เรื่องจริงมาเป็นกรณีศึกษา ไม่ได้ยกเอาทฤษฏีมาทั้งดุ้น เหมือนเราเข้าไปฟังเรื่องเล่า ฟังนิทาน แต่ตอนท้ายท่านก็จะสรุปให้ว่ามันเป็นอย่างไร…” คุณพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ นายกสมาคมศิษย์เก่า คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าถึงการเรียนในครั้งนั้น

“…อาจารย์ทั้งสองท่านมีเครือข่ายมาก อาจารย์สตางค์ท่านจะมีเพื่อนฝูงแวดวงวิชาการมาก ส่วนอาจารย์ประสพท่านมีเครือข่ายเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ ทั้งสองท่านก็ทำงานประสานกัน มันจึงได้ผลดีและราบรื่น ไม่ได้หมายความว่าใช้เส้นสายอะไรนะ แต่มันเป็นเครือข่ายของคนที่มุ่งดี ทำดี อาจารย์หมอประสพนี่เป็นตัวอย่างที่ดี ด้วยความดีของคนจึงทำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าแล้วเขาก็อยากช่วย เพราะเขาเห็นถึงความตั้งใจดี…”

“…ท่านเป็นผู้บุกเบิกเรื่องของประสาทวิทยาในบ้านเรา ท่านเคยบอกว่าเด็กไทยเทียบกับเพื่อนบ้านแล้ว ทำไมประเทศอื่นเขาไอคิวดีกว่า ท่านบอกว่าจริงๆ แล้วมันต้องเริ่มต้นจากแม่ ไม่ใช่แค่ตอนตั้งครรภ์ ต้องเริ่มตั้งแต่ที่ผู้หญิงตอนเป็นเด็ก เป็นสาวนั่นเลย ทีนี้ท่านรู้จักกับ คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ท่านก็ไปคุยว่ามาม่าที่กินกันนี่มันต้องเพิ่มไอโอดีนนะ มันจะได้มีแร่ธาตุ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้านเราจึงใส่ไอโอดีนตั้งแต่ตอนนั้น เพราะอาจารย์หมอประสพนี่แหละ…”

อาจารย์หมอประสพ มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างดีที่สุด ผู้ที่เคยร่วมงานกับท่านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านมีความเอาใจใส่และละเอียดรอบคอบในทุกๆ ส่วน แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ท่านกลับให้ความความสนใจโดยไม่ละเลย ผศ. บัวรอง ลิ่วเฉลิมวงศ์ จากภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ได้เล่าถึงอาจารย์ไว้ว่า

“… ท่านอาจารย์เป็นคนละเอียดถี่ถ้วนมากๆ ไม่เคยละเลยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เวลาไปบรรยายที่ไหนท่านจะเตรียมสคริปต์ตัวโตๆ อ่านง่ายๆ มีเอกสารประกอบ แล้วท่านจะบรรยายให้เสร็จก่อนจึงค่อยแจกเอกสาร เพื่อจะได้ไม่เบี่ยงเบนความสนใจของคนฟัง จัดประชุมรับรองแขกแต่ละครั้งท่านจะเตรียมการอย่างดี จะมาดูแลความเรียบร้อยก่อนเวลา โดยให้ความสำคัญกับการจัดที่นั่งให้ถูกต้องตามธรรมเนียมสากล ดูแลแม้กระทั่งผ้าปูโต๊ะ เมนูก็ต้องคุยกับพ่อครัวก่อน ลดเผ็ดลงมั้ย เอานั่นดีกว่า ฝรั่งชอบอะไรไม่ชอบอะไร ท่านจะบอกให้เตรียมไว้ให้หมด … จัดประชุมแต่ละครั้งทุกคนจึงประทับใจมาก ครั้งหนึ่งที่ภาควิชาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติ ท่านให้เกียรติเป็นประธาน โดยประสานงานให้ไปจัดเลี้ยงอาหารค่ำที่สวนสามพราน รถบัสที่รับผู้เข้าร่วมประชุมมีรถตำรวจนำ ต่างชาติประทับใจมาก ทุกอย่างสวยงาม เพอร์เฟ็ค ยิ่งใหญ่มาก …”

จากความผูกพันระหว่างอาจารย์หมอประสพและคณะวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงได้มีการจัดตั้ง “กองทุนศาสตราจารย์เกียรติยศ ประสพ รัตนากร” ขึ้น เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานกองทุน ซึ่งนับตั้งแต่ตั้งกองทุนขึ้นมา อาจารย์หมอประสพก็ได้ช่วยเหลือระดมเงินทุนเข้าสู่กองทุนเสมอมา ประกอบกับที่คณะวิทยาศาสตร์ฯ ได้จัดตั้งหน่วยวิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ขึ้น ก็ได้ใช้เงินจากกองทุนนี้สนับสนุนการเชิญนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมาแสดงปาฐกถาทางวิชาการหลายครั้ง

“…ปีแรกที่ตั้งกองทุน เราจัดปาฐกถาประสพ รัตนากร ครั้งที่ ๑ ขึ้น อาจารย์ก็หาเงินมาให้ได้ถึง ๒ ล้านบาท ปีต่อๆ มาก็ได้อีก … ตอนปี ๕๒ ท่านก็ระดมเงินทุนให้สถาบันวิจัยประสาทเพื่อก่อสร้างตึกใหม่ ๒๐๐ ล้านบาท ท่านก็แจ้งกองทุนฯ ว่าจะขอเงินบริจาคให้สถาบันวิจัยประสาทสัก ๒ แสนได้ไหม ซึ่งทางกองทุนฯ ก็ไม่ขัดข้อง คือท่านมองการณ์ไกลว่าเพื่อจะให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบันนั่นเอง…” ผศ. บัวรอง ลิ่วเฉลิมวงศ์ เล่าย้อนถึงความหลัง

ท่านที่สนใจสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มในรูปแบบไฟล์ PDF ได้จากไฟล์แนบด้านท้ายครับ

“รำลึกถึง ศ.นพ. ประสพ รัตนากร”