IT Easy: การดูแลรักษาเมาส์

IT_easyเจ้าหนู (Mouse) ตัวนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ จากเดิมที่เป็นแบบลูกกลิ้ง จนพัฒนามาเป็นแบบออปติคอล เลเซอร์แบบไร้สาย มีทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ให้เหมาะกับมือของผู้ใช้ บางรุ่นมีอุปกรณ์เสริมพวกลูกกลิ้ง ปุ่มเพิ่มฟังก์ชั่นอีกสารพัด เรียกว่ามีพัฒนาการไม่แพ้ส่วนประกอบอื่นๆ เลย

เดี๋ยวนี้ผู้ใช้หันมาใช้เมาส์ประเภทออปติคอลกันเสียมากครับ ราคาก็ไม่ได้แพงมากเมหือนสมัยก่อน ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยบาทนิดๆ เท่านั้น ส่วนเมาส์แบบลูกกลิ้งนั้นหาซื้อตามร้านทั่วไปแทบไม่ได้แลว้ครับ ต้องไปหาตามร้านมือสองแล้ว แต่เมาส์แบบลูกกลิ้งก็ยังมีคนใช้อยู่ ซึ่งแบบลูกกลิ้งนี้ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดเพราะด้วยรูปร่างของมันช่างเหมาะแก่การสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรกเสียเหลือเกิน

ถ้าใครยังใช้เมาส์แบบลูกกลิ้งอยู่แล้วรู้สึกว่ามันเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ  ก็เป็นไปได้ว่าเพราะมันเริ่มสกปรกแล้วนั่นเอง เมาส์รุ่นนี้ให้เราลองหงายท้องมันขึ้นมากครับ จะเห็นมีช่องกลมๆ อยู่ตรงกลาง ลองหมุนเปิดออกดูจะมีลูกยางทรงกลมอยู่ในนั้น แกะมันออกมาเลยครับ แล้วสังเกตดูด้านในเมาส์จะพบเฟืองสองสามชิ้นอยู่ เฟืองนี้ล่ะครับที่ทำหน้าที่เลื่อนไปมาตามการขยับของลูกกลมเมื่อกี้นี้ มันจึงเป็นที่สะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ถ้าเมาส์ตัวไหนใช้งานมานานตรงเฟืองนี้ก็จะมีคราบสกปรกติดเป็นแผ่นเลยเชียวครับ หาก้านสำลีมาแคะออกและชุบแอลกอฮอล์พอหมาดทำความสะอาดก็เสร็จแล้วครับ

wh3BD8E04ตรงที่ลูกศรชี้จะเห็นฝุ่นสะสมเป็นก้อน

แล้วลองดูที่ท้องเมาส์ตรงมุมทั้งสี่ด้านจะมีส่วนที่นูนขึ้นมานึดนึง นิดเดียวจริงๆ ครับ ไม่ถึงหนึ่งมิลด้วยซ้ำ บางรุ่นจะเป็นแผ่นยางบางๆ ที่ถ้าใช้ไปนานๆ เจ้าแผ่นยางนี้อาจจะเลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้แต่ยังไม่หลุดออกมา ถ้าเห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องสงเคราะห์มันด้วยการแกะออกนะครับ ขืนแกะออกมาเมาส์ของเราก็จะยิ่งเคลื่อนไหวลำบาก เจ้าส่วนที่นูนขึ้นมานี้แหละครับที่ช่วยให้เมาส์ไม่แบนราบติดกับพื้น ทำให้เมาส์ลอยขึ้นเหนือพื้นนิดนึงซึ่งก็พอที่จะทำให้ลูกกลิ้งไหลไปมาได้สะดวกนั่นเอง ถ้าเห็นว่ามุมทั้งสี่ด้านนี้มีครบสกปรกก็แค่เช็ดออกเท่านั้นเองครับ

Clean5บริเวณสีขาวนั่นล่ะครับที่เป็นแหล่งสะสมคราบสกปรก

สำหรับเมาส์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นแบบออปติคอลหรือเลเซอร์นั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งสกปรกเหมือนแบบลูกกลิ้งมากนัก ก็หมั่นทำความสะอาดตัวเมาส์ บริเวณที่นิ้วเราสัมผัสบ่อยๆ นั่นล่ะครับ จะมีคราบไคลติดอยู่ ใช้ผ้าแห้งเช็ดก็เรียบร้อยครับ และเมาส์รุ่นใหม่ๆ ก็ยังมีส่วนที่นูนขึ้นที่ท้องเมาส์เช่นกัน อย่าลืมหมั่นแกะเศษคราบสกปรกออกด้วยนะครับ

mousepadเมาส์แพดบางรุ่นก็มีที่รองข้อมือนุ่มๆ ติดมาให้ด้วย

การใช้เมาส์ที่ถูกต้องควรจะมีที่รองเมาส์หรือเมาส์แพดด้วยเสมอ เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกทั้งหลาย ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าถูเมาส์ไปกับโต๊ะโดยตรง ที่รองเมาส์นั้นก็มีหลากหลายประเภทหลากสีสัน เมาส์แบบออปติคอลนั้นยังจำเป็นต้องใช้เมาส์แพดด้วยซึ่งก็ควรเลือกแบบที่เป็นสีพื้น ไม่สะท้อนแสง ไม่มีลวดลาย แต่ถ้าเป็นเมาส์แบบเลเซอร์นั้นจะไฮเทคกว่าคือใช้ได้ทุกพื้นผิวแม้กระทั่งบนกระจก ขณะที่แบบออปติคอลทำไม่ได้ (ก็เพราะดีกว่าและแพงกว่านั่นเองครับ เลยมีประสิทธิภาพดีกว่า)

แล้วอย่ามัวแต่ทำความสะอาดเมาส์อย่างเดียวนะครับ เมาส์แพดที่ใช้ไปนานๆ ก็สกปรกได้เหมือนกัน ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดด้วย ถ้าเป็นแบบพลาสติกก็เช็ดธรรมดา ถ้าเป็นแบบผ้าที่มีแผ่นยางรองกันลื่นก็เอาไปซักเลยครับ ตากให้แห้งสนิทแล้วก็นำกลับมาใช้ใหม่ได้แล้ว (ตากในที่ร่มครับ ห้ามตากแดดแรงๆครับ)

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: การดูแลรักษาคีย์บอร์ด

IT_easyอุปกรณ์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยถ้าเราจะสั่งคุณคอมพิวเตอร์ให้ทำโน่นทำนี่ก็คือ คุณแป้นพิมพ์ (Keyboard) เป็นเครื่องมือที่เรากระแทกกระทั้นมันอยู่ทุกวัน เวลาอารมณ์ดีก็พิมพ์อย่างนุ่มนวล แต่พอหงุดหงิดขึ้นมาก็ฟาดงวงฟาดงาใส่ แต่ก็แปลกที่คุณคีย์บอร์ดกลับเป็นอุปกรณ์ที่ทนทานเกือบจะที่สุดแล้วในชุดคอมพิวเตอร์ของเรา

คีย์บอร์ดที่ดีต้องมีรูปร่างรูปทรงที่เหมาะสมซึ่งเขาก็ออกแบบมาได้อย่างดีแล้วล่ะครับ ที่เหลือก็คือผู้ใช้ที่จะเลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา บางคนชอบคีย์บอร์ดเล็กๆ บางคนชอบแบบมาตรฐาน บางคนชอบปรับให้แหงนหน้าขึ้นมากๆ บางคนก็ชอบแบบที่วางระนาบกับพื้น จะแบบใดก็ตามก็ต้องให้เราใช้งานอย่างสบาย ไม่งั้นจะมีอาการปวดข้อตามมา เนื่องจากการวางมือและแขนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

26_20120514080742

อย่างที่บอกไปว่าคีย์บอร์ดนั้นเป็นอุปกรณ์ที่แสนจะทนทาน ยากครับที่จะชำรุดเสียหาย เว้นแต่เราใช้งานหนักเกินทนอย่างเช่นกระแทกแรงๆ จนหัก อันนี้ก็สุดจะเยียวยาครับ แต่สิ่งที่พบบ่อยๆ ก็คือปัญหาสิ่งสกปรกเกาะกวนคีย์บอร์ด ช่องว่างเล็กๆ ระหว่างแป้นพิมพ์คือแหล่งสะสมเศษขยะ ฝุ่นผง เศษอาหาร หรืออะไรต่อมิอะไรประดามีที่ร่วงหล่นลงไป ถ้าใครที่ชอบรับประทานขนม เครื่องดื่ม หรือทานอาหารมื้อหนักหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ไม่แปลกที่เศษอาหารเหล่านั้นจะหล่นสะสมในคีย์บอร์ด ถ้าทิ้งไว้นานๆ เข้าก็จะกลายเป็นสวรรค์ของบรรดาแมลง ดังนั้นเขาจึงแนะนำว่าอย่ารับประทานอะไรที่หน้าคอมพิวเตอร์ไงล่ะครับ

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

การทำความสะอาดคีย์บอร์ดนั้นควรจะทำทุกๆ 6 เดือน อาจจะยุ่งยากเสียหน่อยและอาจต้องใช้ฝีมือเชิงช่างพอสมควร โดยค่อยๆ แกะปุ่มแป้นทั้งหมดออกมาทำความสะอาดทั้งตัวแป้นและฐาน ใช้แอลกอฮอล์เช็ดด้วยก็จะดีครับ พอแห้งสนิทแล้วก็ค่อยประกอบกลับเข้าที่ แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าแกะแล้วจะประกอบกลับได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ก็ไหว้วานให้ใครที่ทำเป็นทำให้ดีกว่านะครับ

หรือถ้าขี้เกียจแกะปุ่มออกก็หาแปรงเล็กๆ ค่อยๆ แซะปัดไล่เศษสิ่งสกปรกออกก็พอจะลดความสกปรกลงได้บ้าง หรือจะใช้ที่ดูดฝุ่นขนาดจิ๋วที่มีไว้ใช่สำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะก็ได้ เสียบเข้ากับช่อง USB ก็ใช้งานได้แล้วครับ แล้วเดี๋ยวนี้ยังมีของเล่นเป็นเจลทำความสะอาด รูปร่างหยุ่นๆ เหมือนดินน้ำมัน เอามากดทับที่แป้นเพื่อให้สิ่งสกปรกติดออกมา

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

มีบางคนใช้วิธีคว่ำคีย์บอร์ดแล้วเคาะๆ ให้เศษฝุ่นผงร่วงออกมา อันนี้ค่อนข้างรุนแรงไปเสียหน่อยและไม่แนะนำครับ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้คีย์บอร์ดได้ ใจเย็นๆ ค่อยๆ แกะมาทำความสะอาดจะปลอดภัยและหมดจดกว่า แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่รับประทานอะไรที่หน้าคอมแล้วเมื่อใช้เสร็จก็หาผ้าคลุมมาคลุมสักหน่อยก็ดีนะครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: การดูแลและรักษาจอภาพ

IT_easyเมื่อครั้งก่อนๆ เราพูดถึงการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์โดยรวมกันแบบคร่าวๆ ไปแล้วนะครับ คราวนี้เรามาไล่เรียงดูกันเป็นรายชิ้นกันเลยดีกว่า เพราะแต่ละองค์ประกอบต่างมีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เรามาเริ่มต้นกันที่ จอภาพ (Monitor) ปัจจุบันเราแทบจะไม่ค่อยได้เห็นจออ้วนๆเหมือนสมัยก่อนแล้วนะครับ เจ้าจออ้วนนี้เราเรียกกันว่า จอ CRT (Cathode Ray Tube) หลักการทำงานขอจอภาพก็คล้ายๆ กับจอโทรทัศน์ แต่ว่าเดี๋ยวนี้จอประเภทนี้กำลังจะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้วครับ แล้วก็ถูกแทนที่ด้วยจอ LCD (Liquid Crystal
Display) หรือ จอ LED (Light-Emitting-Diod) แต่ไม่ว่าจะเป็นจอแบบไหน ข้อควรระวังเบื้องต้นก็คืออย่าติดตั้งไว้ใกล้กับบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก อย่าเอานิ้วหรือวัสดุใดๆ ไปจิ้มที่หน้าจอเด็ดขาด แล้วอย่าใช้น้ำยาหรือสารอื่นใดที่ไม่ได้มีไว้สำหรับเช็ดหน้าจอมาเช็ดเด็ดขาด สรุปก็คืออย่าพยายามไปแตะต้องหน้าจอเป็นที่ดีสุด

ที่ห้ามมิให้ไปกดหรือจิ้มที่หน้าจอ LCD เป็นเพราะว่าด้านในนั้นบรรจุของเหลวที่เรียกว่า Liquid Crystal เจ้าสิ่งนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการแสดงภาพให้เราได้เห็น เวลาเราจิ้มที่หน้าจอจะสังเกตเห็นเป็นรอยช้ำกระจายออกเหมือนเป็นถุงน้ำ นั่นก็เป็นเพราะเจ้า Liquid Crystal นี่แหละครับ ดังนั้นหากเราจิ้มบ่อยๆ เข้า จอก็อาจจะเกิดความเสียหาย หรืออาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า Dead Pixel ขึ้น ทำให้ภาพที่เห็นไม่สมบูรณ์หรืออาจถึงขั้นใช้งานไม่ได้เลย

IMG_940600จอ LCD แบบที่ให้บริการที่ห้องสมุด

จอ LCD นั้นจะบอบบางกว่าจอ CRT ครับ แล้วยิ่งนานวันเข้าก็จะยิ่งบางลงๆ ทุกที เราจึงต้องใช้งานอย่างเบามือมาก โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คที่ทุกวันนี้ก็เริ่มบางลงไปอีก ต้องระมัดระวังอย่าให้วัสดุอื่นใดไปโดนหน้าจอเพราะความบอบบางของมันอาจจะทำให้เกิดเป็นรอยได้ แล้วเวลาเราจะปิดโน้ตบุ๊ค ทางที่ดีก็ไม่ควรปิดจอลงทันที ถ้าเป็นไปได้ก็ควรทิ้งไว้สักพักให้ความร้อนระบายออกก่อนจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นความร้อนก็จะยังสะสมอยู่ที่หน้าจอ

ทีนี้เมื่อใช้งานไปนานๆ เข้าก็เป็นไปไม่ได้ที่หน้าจอจะไม่มีร่องรอยหรือคราบสกปรก แต่เพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าห้ามไปแตะต้องมัน แล้วจะเช็ดยังไงล่ะ ก็ไม่ถึงกับห้ามเช็ดครับ เพียงแต่วัสดุที่จะใช้เช็ดต้องเฉพาะเจาะจงสักหน่อย เราสามารถใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ มาเช็คทำความสะอาดได้ครับ โดยอาจใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดหน้าจอ LCD โดยเฉพาะด้วยก็ได้ ต้องเลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ด้วยนะครับ อาจจะราคาสูงสักหน่อยแต่ไว้ใจได้มากกว่า แล้วการเช็ดจอนั้นก็ควรปิดหน้าจอก่อนทุกครั้งนะครับ

550px-Spray-Step-4-1เวลาใช้น้ำยาทำความสะอาดจอ ให้ฉีดน้ำยาลงที่ผ้าแล้วค่อยเช็ด อย่าฉีดลงที่จอนะครับ

จอ LCD บางรุ่นจะมีการเคลือบสารกันแสงสะท้อน หรือถ้าเป็นจอแบบ Clear Bright ที่หน้าจอจะมีความเงาและสะท้อนแสง แบบนี้ห้ามใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเด็ดขาด ไม่งั้นจอจะเป็นรอยด่างเหลืองน่าสยดสยอง

การใช้งานจอภาพก็มีส่วนยืดอายุได้เช่นกันครับ เราควรเปิดจอภาพก่อนที่จะเปิดเครื่อง อย่าปิด-เปิดติดๆ กัน เมื่อปิดไปแล้วก็ควรทิ้งระยะสักพักหากจะเปิดใหม่ ควรปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม ถ้าตั้งค่าหน้าจอให้สว่างจนเกินไปก็จะลดอายุการใช้งาน และหากต้องทิ้งเครื่องไปนานๆ ก็ควรตั้ง Turn Off the Display หน่วงเวลาไว้สัก 10-15 นาที หรือไม่ก็ปิดหน้าจอไปเลยก็ได้ครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: หมั่นคอยดูแลและรักษาคอมพิวเตอร์ (ตอนที่ 4 คุณคอมฯ ไม่ชอบเปียก)

IT_easyเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ไปหยกๆ สนุกสนานเปียกปอนกันฉ่ำอุราใช่ไหมครับ แต่จำไว้ว่าไม่ต้องเผื่อแผ่ความชุ่มโชกให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราอย่างเด็ดขาดนะครับ เพราะน้ำกับอุปกรณ์ไอทีนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดอยู่แล้ว

ถ้าเกิดมีน้ำหกเข้าไปในแผงวงจรกรณีที่เครื่องคอมฯ ปิดอยู่ ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับแผงวงจรจนทำให้คุณคอมฯ ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะกว่าที่เราจะรู้หรือกว่าที่น้ำจะแห้งระเหยไปหมดนั้น มันก็ได้สร้างความเสียหายให้แผงวงจรไปหมดแล้ว แต่หากเป็นกรณีที่เรากำลังใช้งานคุณคอมฯ อยู่ แล้วเกิดมีน้ำหกเข้าไปในตัวเครื่องอันนี้ก็อาจจะมีฝ่ายที่ถึงแก่ชีวิตเพิ่มอีกรายหนึ่ง ก็คือตัวผู้ใช้เอง

เพราะขณะที่วงจรไฟฟ้าภายในกำลังทำงานอยู่ เมื่อมีน้ำเข้าไปโดนก็อาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ถ้าเกิดเป็นเครื่องพีซีก็อาจช็อตหรือระเบิดได้นะครับ อันนี้ต้องระวังให้จงหนัก

images(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่น้ำเข้าไปในตัวเครื่องอาจจะพบได้น้อย ยกเว้นว่าเราวางเคสไว้ในตำแหน่งที่ล่อแหลมจริงๆ สาเหตุหนึ่งที่พบก็คือน้ำที่เกิดจากการรั่วซึมของแบตเตอรี่บนตัวเมนบอร์ด อันเกิดมาจากการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่นั่นเอง

ปกติแล้วถ้าเราใช้งานคุณคอมฯ ซัก 2-3 ปี ก็น่าจะตรวจภายในอย่างละเอียดซักครั้งนะครับ อย่างแบตเตอรี่นี่ก็อาจเสื่อมสภาพได้หลังจากการใช้งานไป 2 ปี ยิ่งถ้าใช้หนักๆ ก็ยิ่งต้องเช็คให้ละเอียด ไม่งั้นอาจต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดด้วยเลยก็ได้

ปัญหาเกี่ยวกับน้ำที่พบบ่อยๆก็มักจะหกใส่คีย์บอร์ด ถ้าพอมีหัวด้านช่างหน่อยก็แกะออกมาเช็ดให้แห้งก็พอได้แล้วครับ แต่ถ้าหกใส่โน้ตบุ๊คล่ะก็เรื่องใหญ่แน่

computer.waterทันทีที่รู้ตัวให้รีบปิดโน้ตบุ๊คทันที อย่าลืมถอดแบตเตอรี่ออกด้วย ซับน้ำออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นถอดแผงคีย์บอร์ดออก ตรวจดูว่าน้ำไหลซึมลงไปในตัวเครื่องหรือยัง หาผ้านุ่มๆ ค่อยๆ ซับออกให้มากที่สุด ห้ามใช้ไดร์เป่าผมเป่าเด็ดขาด เอาพัดลมธรรมดาเป่าก็พอไหวอยู่ เช็คให้ละเอียดว่าน้ำซึมเข้าไปถึงส่วนไหน ซับออกให้แห้งสนิท ถ้าไหลลงตัววงจรก็อาจใช้ก้านสำลีค่อยๆ ซับออก ใช้น้ำยาทำความสะอาดแผงวงจรค่อยๆ ทำความสะอาดจนมั่นใจว่าแห้งดีแล้วค่อยทดลองใช้งาน แต่ถ้ายังไม่มั่นใจหรือน้ำไหลเข้าไปลึกเกินความสามารถ ก็ส่งให้หมอคอมฯ ดูจะปลอดภัยที่สุดครับ

กรณีที่เป็นน้ำเปล่าธรรมดาก็ยังพอสู้ไหว แต่ถ้าเป็นน้ำหวาน น้ำอัดลม กาแฟ อันนี้งานงอกทันทีครับ ต้องตรวจภายในกันละเอียดยิบ เพราะจะมีคราบเหนียวๆ ติดเป็นแผง อาจถึงขั้นต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกันเลยทีเดียว จำไว้ว่ารีบปิดเครื่องทันที ซับน้ำออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้ามใช้ไดร์เป่า ถ้าไม่ชัวร์ก็ส่งหมอทันทีครับ

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดก็อยู่ที่ตัวท่านเองแหละครับ อย่าซดเครื่องดื่มเวลาใช้คอม ถ้าห้ามไม่ได้ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุดครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: หมั่นคอยดูแลและรักษาคอมพิวเตอร์ (ตอนที่ 3 คุณคอมฯ กับกระแสไฟ)

IT_easyคุณคอมพิวเตอร์เขาจะทำงานได้ก็ต้องให้พลังงานไฟฟ้าแก่เขาอย่างพอเพียง แต่ไฟฟ้าก็มีทั้งคุณและโทษ ถ้าเราใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง

กับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ไฟฟ้าที่จ่ายให้ไปต้องมีความเสถียร คือต้องราบรื่น สม่ำเสมอ ขืนจ่ายไฟแบบแรงบ้าง เบาบ้าง วงจรก็อาจเกิดขัดข้องขึ้นมาได้ เช่นหากมีกระแสไฟไหลเข้าเครื่องมากเกินปกติ ก็จะทำให้เครื่องเสียหายได้ แล้วทีนี้จะรู้ได้ยังไงใช่ไหมครับว่ากระแสไฟที่เราจ่ายเข้าไปนั้นมันคงทีหรือยัง

วิธีการเช็คแบบง่ายที่สุด คือสังเกตหลอดไฟภายในบ้านว่ามีการกระพริบบ่อยไหม  ไฟตกมั้ยเวลาที่มีการเปิดอุปกรณ์หลายอย่างพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะหากมีการเปิดแอร์ มากกว่าหนึ่งเครื่อง เจอแบบนี้ก็สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไฟในบ้านไม่ค่อยสม่ำเสมอแล้ว ก็ยังใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ตามปกตินะครับ แต่สำหรับคุณคอมฯ แล้ว เรื่องนี้อาจจะก่อปัญหาให้ได้บ้างเหมือนกัน

url

สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้าอยากจะให้ปลอดภัย ก็ลงทุนติดตั้ง UPS (Uninterruptible Power Supply) ก็จะดีกว่า เจ้าเครื่องนี้ทำหน้าที่สำรองไฟและปรับแรงดันไฟฟ้า โดยมันสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่เกิดไฟดับหรือเกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าผันผวนผิดปกติ โดยจะทำการปรับระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เมื่อต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วก็จะช่วยปรับกำลังไฟให้คงที่แล้วส่งต่อให้พาวเวอร์ซัพพลาย จากนั้นก็ค่อยแจกจ่ายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ แบบนี้ก็จะช่วยไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ปัญหาความร้อนสะสม และยังช่วยยืดอายุคุณคอมฯ ได้อีกด้วย

p24095_000002มีให้เลือกใช้หลายรูปแบบครับจะเล็ก-ใหญ่ขนาดไหนก็มี เลือกให้เหมาะกับคอมของเราก็พอ

นอกจากเรื่องของไฟฟ้ากับคุณคอมฯ แล้ว กับตัวคุณผู้ใช้เองก็ต้องระวัง วิธีดูแลพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเลยครับ คือต้องดูแลความเรียบร้อยของอุปกรณ์ สายไฟ ปลั๊กไฟ นี่ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้เสมอ ไม่ว่าจะชำรุดเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามก็จงอย่าละเลยครับ เสียเวลาเปลี่ยนแป๊บเดียว ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

wadsedไฟฟ้าสถิต อาจจะไม่รุนแรงแต่ก็อาจส่งผลกระทบได้เหมือนกัน

ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่เจอบ่อยคือ ไฟฟ้าสถิต ยิ่งในช่วงที่อากาศแห้งๆ อย่างหน้าหนาวนี่ต้องระวังครับ แม้ว่าบางทีเราอาจจะไม่รู้สึกตัว มันไม่เพียงก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ แต่กับคุณคอมฯ ก็ส่งผลเหมือนกัน การป้องกันง่ายๆ ก็คือต้องคายประจุไฟฟ้าสถิตออกจากตัวเราเสียก่อนด้วยการสัมผัสโลหะอื่นที่ไม่ใช่ตัวเคส ก่อนที่จะจับเคสหรืออุปกรณ์อื่นๆ ในตัวคุณคอมฯ จะได้ไม่ต้องสะดุ้งโหยงทุกครั้งเวลาจับต้องคุณคอมฯ เขาน่ะครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: หมั่นคอยดูแลและรักษาคอมพิวเตอร์ (ตอนที่ 2 คุณคอมฯ ก็รักสะอาด)

IT_easyคราวก่อนได้แนะนำการดูแลเรื่องความร้อนไปแล้วนะครับ คราวนี้ง่ายดายกว่าเยอะ ก็แค่ทำความสะอาด คงไม่มีใครอยากใช้คอมพิวเตอร์ซกมกๆ หรอกใช่ไหม แต่การทำความสะอาดคุณคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนอาบน้ำสุนัขนะครับ มันต้องมีวิธีการที่ละมุนละไมซักหน่อย

 

 

เคส
อันนี้ทำความสะอาดไม่ยากครับ ปัดฝุ่นเช็ดถูตามปกติ ถ้ารักเค้ามากหน่อยก็อาจจะลงทุนใช้น้ำยาเฉพาะมาขัดถูให้คุณคอมพิวเตอร์สะอาดเอี่ยมก็ได้นะครับ อย่าลืมส่องดูบริเวณช่องระบายอากาศด้านข้างด้วยนะครับ บรรดาฝุ่นผงหรือหยากไย่มักจะไปอุดตันบริเวณนี้ทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนได้ จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ

computer_cleaner2เดี๋ยวนี้เขามีน้ำยาสำหรับเช็คจอ LCD / LED โดยเฉพาะ

จอมอนิเตอร์
ถ้าเป็นจออ้วนแบบสมัยก่อนก็ไม่ยากครับ เช็ดถูตามปกติได้เพราะจอเป็นกระจก แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นจอ LCD หรือจอ LED กันหมด จะเอาผ้าเปียกไปถูกก็พังกันพอดี แนะนำให้ใช้ผ้าชามัวร์หรือผ้าเช็ดกล้องมาเช็ดหน้าจอ แต่ถ้าที่จอมีรอยนิ้วมือหรือคราบสกปรก ก็มีน้ำยาพิเศษที่ใช้สำหรับเช็คจอโดยเฉพาะ ไปซื้อหามาใช้กันครับ แต่อยากจะให้ลงทุนซื้อน้ำยาที่เชื่อถือได้ ก็พิจารณาจากชื่อแบรนด์ละกันครับ เลือกแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักนั่นล่ะ ไว้ใจได้ จำไว้เลยว่าห้ามใช้ผ้าเปียกเช็ดหรือถูไถขยี้หน้าจอเด็ดขาด ถ้าไม่ยากซื้อจอใหม่ไวๆ

คีย์บอร์ด
ลองจับคีย์บอร์ดคว่ำลงแล้วเขย่าดูนะครับ จะพบเศษฝุ่นผงและเศษอะไรต่อมิอะไรสารพัดร่วงกราว เศษพวกนี้สะสมตามซอกแป้นคีย์บอร์ด บางคนชอบทานขนมไปด้วยขณะใช้คอม มันก็ร่วงกราวโดยที่เราไม่รู้ตัว ไหนจะเส้นผมของคุณผู้หญิงอีก วิธีทำความสะอาดก็ใช้เครือ่งดูดฝั่นขนาดเล็ก เขามีขายตามร้านอุปกรณ์ไอที เอามาดูดเอาฝุ่นออก ไม่งั้นก็ใช้แปรงนุ่มๆ ที่มีขนยาวสักหน่อย ปัดแซะเอาเศษผงออก

mouseลองหงายเมาส์ดูนะครับ ฐานเมาส์ทั้งสี่มุมนี่แหละตัวสกปรกเลย

เมาส์
ถ้าเป็นเมาส์ยุคก่อนที่เป็นลูกกลิ้ง ก็เปิดเอาลูกกลิ้งออกมาและแคะเอาเศษคราบสกปรกออกมาตัวกลิ้ง แต่ถ้าเป็นสมัยนี้เรามักใช้เม้าส์ที่เป็นออปติคอลเมาส์หรือเลเซอร์เมาส์ เราก็แค่ทำความสะอาดตัวบอดี้ ซึ่งมักจะมีคราบไคลจากมือของเรานั่นแหละครับ ส่วนด้านล่างก็มักจะมีเศษคราบต่างๆ ที่สะสมเวลาเราลากไปลากมา หมั่นปัดออกก็แค่นั้นครับ

comP_clean02ลองเปิดดูนะครับ ถ้าเครื่องของใครมีสภาพแบบนี้ก็ต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ

อุปกรณ์ภายใน
สำคัญมากครับ ถ้าภายนอกสะอาดแต่ข้างในมีฝุ่นเขลอะ แมงมุมทำรังสร้างครอบครัวกันสนุกสนาน แบบนี้ก็ไม่ไหว เราจึงควรถอดฝาครอบเคสออกมาทำความสะอาดภายในทุกๆ 6 เดือน ถ้าตำแหน่งที่ตั้งเป็นมุมที่มีฝุ่นมาก ก็อาจจะต้องทำความสะอาดถี่ขึ้นกว่าเดิม

การทำความสะอาดเครื่องในของคุณคอมพิวเตอร์นั้น ควรให้หมอคอมเป็นผู้ลงมือจะดีกว่า เพราะอาจต้องมีการผ่าตัดแกะแงะเอาชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาด เรื่องแบบนี้ให้ผู้เชี่ยวชาญเขาทำจะเหมาะกว่าครับ โดยเขาจะใช้เครื่องเป่าลม เป่าไล่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกออก ใช้แปรงขนอ่อนค่อยๆ ปัดทำความสะอาด หรืออาจต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะส่วนช่วยด้วยก็ได้ ในกรณีที่เครื่องในสกปรกมากๆ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

IT Easy: หมั่นคอยดูแลและรักษาคอมพิวเตอร์ (ตอนที่ 1 คุณคอมฯ ขี้ร้อน)

IT_easyประเดิมคอลัมน์ใหม่ก็ขอเริ่มจากอะไรที่ใกล้ตัว ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็มักจะละเลยกัน นั่นคือการดูแลรักษาอุปกรณ์ไอทีที่เราใช้ทำงานกันทุกวี่วัน ยังไม่ต้องไปดูอุปกรณ์ไฮเทคอื่นไกลเลยครับ เริ่มต้นกันที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานมันทุกวันนี่ล่ะ เราเอาใจใส่ดูแลเค้าดีพอกันหรือยัง

คอมพิวเตอร์ขี้ร้อน

ความจริงแล้วไม่ใช่เฉพาะคุณคอมพิวเตอร์หรอกครับ บรรดาอุปกรณ์ไอทีทุกอย่างล้วนแต่เป็นพวกขี้ร้อนทั้งนั้น สำหรับคุณคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่นั้น อุปกรณ์ภายในอย่างเช่น ซีพียู เขาออกแบบมาให้ทนต่อความร้อนได้ดี แต่ก็ดีในระดับหนึ่ง ถ้าเกินกว่าความสามารถที่ซีพียูจะรับไหว มันก็จะเริ่มออกอาการเกเรและจะพาลเสียหายเอาได้ง่ายๆ อาจจะเคยได้ยินที่ว่าซีพียูไหม้ ก็เพราะใช้งานหนักจนร้อนจัด สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวเขาก็เลยไหม้ประชดซะเลย

hot-sun-cooling

แล้วจะป้องกันเรื่องของความร้อนยังไง

- ติดแอร์ซะหมดเรื่อง … ไม่ได้พูดเล่นนะครับ สังเกตดูสิครับว่าออฟฟิศต่างๆ ทำไมเขาถึงต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ นอกจากให้คนทำงานรู้สึกเย็นสบายแล้ว ก็ยังส่งผลกับคุณคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ เป็นการลดอุณหภูมิได้ในระดับหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงว่าคุณคอมพิวเตอร์จะเย็นฉ่ะนะครับ แต่ก็ยังดีกว่าเปิดใช้ในสภาพอากาศร้อนๆ นั่นล่ะ

- มีความรู้เรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสียบ้างก็จะดี จะได้ตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่าคุณคอมพิวเตอร์ของเราอยู่ในสภาพไหน โดยเฉพาะพัดลมระบายอากาศ ต้องคอยดูแลอยู่เสมอ ถ้าเกิดทำงานผิดปกติก็อย่าเสียดายครับ เปลี่ยนใหม่ไปเลย บางคนเอาไปซ่อมแล้วนำมาใช้ใหม่ (กะว่าประหยัด) อย่าเสี่ยงจะดีกว่าครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องแล้วจะไม่คุ้มที่ต้องเสียไป

- อุปกรณ์ต่างๆ ต้องเลือกใช้ที่เหมาะสม เช่นพาวเวอร์ซัพพลายก็ต้องเลือกที่มีกำลังไฟเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ จะช่วยให้คุณคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ

- เมื่อเราใช้คุณคอมพิวเตอร์ไปนานๆ ก็จะสะสมความร้อนมากขึ้นตามไปด้วย ความร้อนของคุณซีพียูไม่ควรเกิน 60-70 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วจะวัดยังไงใช่ไหมครับ ถ้าลงเครื่องใหม่เมื่อไหร่ ลองให้ฝ่ายไอทีของท่านติดตั้งโปรแกรมที่ชื่อ HWMonitor มันจะแสดงอุณหภูมิของซีพียู เมนบอร์ด และฮาร์ดดิสก์ ให้เราทราบ โปรแกรมนี้หาโหลดได้ฟรีนะครับ

- จัดวางตำแหน่งที่อยู่ของคุณคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ไม่วางชิดติดผนัง จะทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดี ระยะห่างจากผนังก็ควรเว้นว่างไว้สัก 5-6 นิ้วก็กำลังสวย แล้วลองสังเกตที่ตัวเคส เขาจะมีการเจาะรูระบายอากาศไว้ให้ ก็อย่าดันเอาฝั่งที่มีรูระบายอากาศไปติดกับผนังเสียล่ะครับ

- และไม่ว่าจะตระเตรียมการป้องกันขนาดไหน การใช้งานคุณคอมพิวเตอร์อย่างหนักหน่วงเกินไปก็เป็นการลดประสิทธิภาพและอายุการใช้งาน แม้ว่าเขาจะยังทำงานได้ แต่ก็ต้องเว้นช่วงให้เขาพักบ้างนะครับ คิดเสียว่าถ้าไม่ให้คุณคอมพิวเตอร์เขาพัก ก็เราเองนั่นแหละที่น่าจะพักบ้าง

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล