“คิดก่อนคลิก” กับกฎหมายไอที: ร้านเน็ตคาเฟ่พึงระวัง

it_lawมีอยู่คำหนึ่งครับที่คนทั่วไปอาจคุ้นหูแต่อาจไม่เข้านักคือคำว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet service provider: ISP) เอาแบบง่ายๆ ก็คือบริษัทต่างๆ ที่เขาประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ทำให้เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ก็อย่างเช่น True, CS loxinfo, iNet, Ksc แต่คำนี้ในทางกฎหมายแล้วมีความหมายครอบคลุมมากกว่านั้นอีกครับ

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น ยังตีความหมายถึง ผู้ให้บริการเว็บไซต์ ผู้ให้บริการ blog เว็บบอร์ด หรือสื่อออนไลน์อื่นๆ ผู้ให้บริการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา ร้านค้าต่างๆ ที่มีอินเทอร์เน็ตให้บริการ รวมไปถึงร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ด้วย

Customers play computer games at Internet cafe in Taiyuan(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

กฎหมายได้ระบุไว้นะครับว่าผู้ให้บริการเหล่านี้ต้องจัดเก็บ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log File) ของผู้ใช้งานเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะสามารถระบุตัวผู้ใช้ได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่จะเป็นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่หลายๆ แห่งไม่ได้ทำตามที่กฎหมายระบุไว้

ยิ่งเป็นร้านคาเฟ่ตามห้องแถวทั่วๆ ไป เกือบจะแน่ใจได้เลยว่าไม่มีการจัดเก็บ Log File

เหตุผลส่วนใหญ่ก็คือมันยุ่งยาก ต้องคอยดูแลระบบการจัดเก็บ ไม่เห็นความจำเป็น โดยมากก็แค่เอาเครื่องมาตั้ง เสียบสาย LAN แล้วก็เปิดให้ใช้กันตามสะดวก พอเกิดปัญหาขึ้นก็จะลำบาก เพราะพวกคนร้ายก็มักจะอาศัยร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่นี่ล่ะในทำการกระทำความผิด

Log File เบื้องต้นที่ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บนั้นเช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน ชื่อประจำตัว (Username) หมายเลข IP Address เวลาเข้า-ออกในการใช้งานข้อความและเวลาที่โพสต์ข้อความ ข้อมูลในการรับ-ส่งอีเมล์ ส่งให้ใคร จากใคร เมื่อใด เป็นต้น

ตามกฎหมายนั้นระบุว่าผู้ให้บริการต้องจัดเก็บ Log File เท่าที่จำเป็น ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน หรือไม่เกิน ๑ ปี (เฉพาะบางกรณี) หากไม่กระทำตามจะมีโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วถ้าเกิดตำรวจเขาขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการเพื่อนำไปใช้ในการสืบสวนคดีแล้วผู้ให้บริการไม่ยอมให้ความร่วมมือ อาจจะมีโทษปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แถมยังปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ ๕,๐๐๐ บาท จนกว่าจะปฏิบัติตาม

รู้แบบนี้แล้วใครที่มีร้านคิดจะเปิดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก็ควรศึกษาข้อมูลกฎหมายให้ถี่ถ้วนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดก็จะดีนะครับ