Harry Potter (อีกแล้ว)

วันหยุดปีใหม่ ไม่ได้ไปเที่ยวไหน เลยเอาหนังสือ Harry Potter ทั้ง 7 เล่ม ของ  J.K. Rowling  ที่เก็บสะสมไว้มานานแรมปี กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ ตามประสาแฟนพันธุ์แท้ …

  • เล่มที่ 1 : Harry Potter and the Philosopher’s Stone (ค.ศ. 1997) 
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ (พ.ศ. 2543)
  • เล่มที่ 2 : Harry Potter and the Chamber of  Secrets (ค.ศ. 1998)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ (พ.ศ. 2543)
  • เล่มที่ 3 : Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (ค.ศ. 1999)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน (พ.ศ. 2543)
  • เล่มที่ 4 : Harry Potter and the Goblet of Fire (ค.ศ. 2000)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี (พ.ศ. 2544)
  • เล่มที่ 5 : Harry Potter and the Order of the Phoenix (ค.ศ. 2003)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ (พ.ศ. 2546)
  • เล่มที่ 6 : Harry Potter and the Half-Blood Prince (ค.ศ. 2005)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม (พ.ศ. 2548)
  • เล่มที่ 7 : Harry Potter and the Deathly Hallows (ค.ศ. 2007)
    / แฮรี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต (พ.ศ. 2550)

เพิ่งสังเกตว่า จากเล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้าย เป็นเวลายาวนานถึง 10 ปีสำหรับเล่มภาษาอังกฤษ และ 8 ปีสำหรับเล่มภาษาไทย … เป็นหนังสือที่ไม่ว่าจะอ่านสักกี่รอบ ก็ยังเต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถา ทำให้ผู้ใหญ่ยังคงหัวใจเด็กได้อยู่เสมอ  … และในวันหยุดยาวแบบนี้ ทำให้มีโอกาสได้นั่งอ่าน-นอนอ่าน โดยไม่ต้องรีบไปทำงาน เป็นเรื่องที่มีความสุขมากค่ะ

น่าทึ่งมาก ที่พออ่านเล่มที่ 7 เสร็จแล้ว แล้วย้อนกลับไปอ่านเล่มที่ 1 อีกที จะพบว่า J.K. Rowling ได้กำหนดพล็อตเรื่องทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้า เป็นเวลานับ 10 ปี ไม่ได้เขียนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมายล่วงหน้าแบบนักเขียนบางคน มีตัวละครบางตัวที่กล่าวถึงตั้งแต่เล่มแรก มาโผล่อีกทีในเล่ม 7 เลย ..  และหากจำตัวละครไม่ได้ พอย้อนกลับมาอ่านเล่มแรกๆ ก็จะเข้าใจ .. อัจฉริยะในการเขียนแบบนี้ มาคิดอีกที สงสัย J.K. Rowling นี่แหละ แม่มดแห่งกรุงลอนดอน ตัวจริง !

ชอบมากกับคำนิยมในหนังสือ ‘แฮรี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์” ซึ่งเขียนโดยคุณกัญจนา ศิลปอาชา (รมช. กระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนั้น) ที่กล่าวเอาไว้ว่า

“แฮรี่ พอตเตอร์” บอกให้รู้ว่า บางครั้งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เข้มแข็ง คนทุกคนย่อมมีความอ่อนแอหรือข้อด้อยของตนเอง แต่สิ่งที่ทำให้คนๆ นั้นยิ่งใหญ่ คือการทำสิ่งใดโดยนึกถึงผู้อื่นยิ่งกว่าตนเอง และบางคนที่แสดงท่าว่าตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ก็อาจเพียงเพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจตนเท่านั้น ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ เราต้องเอาชนะความอ่อนแอภายในใจของเราให้ได้เสียก่อน …

This entry was posted in Book Talk and tagged . Bookmark the permalink.

One Response to Harry Potter (อีกแล้ว)

  1. ศรีรมย์ คู้ลู้ says:

    “แฮรี่ พอตเตอร์” บอกให้รู้ว่า บางครั้งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เข้มแข็ง คนทุกคนย่อมมีความอ่อนแอหรือข้อด้อยของตนเอง แต่สิ่งที่ทำให้คนๆ นั้นยิ่งใหญ่ คือการทำสิ่งใดโดยนึกถึงผู้อื่นยิ่งกว่าตนเอง และบางคนที่แสดงท่าว่าตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ก็อาจเพียงเพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจตนเท่านั้น ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ เราต้องเอาชนะความอ่อนแอภายในใจของเราให้ได้เสียก่อน …

    – เห็นด้วยกับข้อความนี้ค่ะ
    – ตอนนี้อ่านครบทั้ง 7 เล่มแล้วค่ะ
    – แฮร์รี่ คือแรงบันดาลใจสำหรับ การเรียน และการทำงานที่ดีค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s