การบริหารเชิงกลยุทธ์ (ตอนที่ 1)

ตอนนี้มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังคึกคักกันมาก ในเรื่องการจัดทำแผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) ทั้งระดับมหาวิทยาลัย ระดับคณะ สถาบัน และระดับหน่วยงานย่อย ดังนั้น  น่าจะคุยกันเรื่องนี้หน่อย ก็คงจะดี … เพราะกำลังเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญต่อพวกเราทุกคน  (และป้องกันการตกงานที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต .. ล้อเล่น)

ขออนุญาตอ้างถึงการบรรยายของ ดร. อุทิศ ขาวเธียร รองเลขาธิการสภาพัฒน์ ที่เคยได้รับฟังมาจากการอบรมหลักสูตร MU-EDP รุ่น 4  นะคะ … ท่านเคยบรรยายให้ฟังว่า

  • การวางแผนกลยุทธ์ เป็นกระบวนการ “คิดก่อนทำ” ของผู้บริหาร 
  • สิ่งที่ผู้บริหารต้องทำ และสำคัญที่สุด คือ “การตัดสินใจ”
  • ตัดสินใจแล้วถูก เดินไปถูกทิศทาง จะนำไปสู่ความสำเร็จ  เกิดผลสัมฤทธิ์ (คือดีขึ้นกว่าเดิม) องค์กรอยู่รอดและแข่งขันได้
  • แต่หากตัดสินใจแล้วผิด จะนำไปสู่ความล้มเหลว (แปลว่าเจ๊งนั่นเอง)
  • ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องมี “แผน” เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ไปให้ถูกทิศทาง
  • แผนที่ว่า คือกำหนดกรอบชี้นำแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน หรือที่เรียกว่า “แผนยุทธศาสตร์” หรือ “แผนกลยุทธ์”
  • ยุทธศาสตร์ที่กำหนดขึ้น จะต้องสอดคล้องเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมขององค์กรในขณะนั้น และเป็นไปตามทิศทางพัฒนาองค์กร คือวิสัยทัศน์ พันธกิจ  (ภารกิจหลักที่จะต้องทำ) และวัตถุประสงค์ (เกณฑ์ที่ต้องบรรลุ) ขององค์กร … แผนจะต้องปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา 
  • จะทราบสภาวะแวดล้อมขององค์กรในขณะนั้น ได้โดยการระดมสมองบุคลากร ทำ SWOT Analysis วิเคราะห์จุดแข็ง -จุดอ่อน ที่เกิดจากตัวแปรภายในองค์กร วิเคราะห์โอกาส -ภาวะคุกคาม ที่เกิดจากตัวแปรภายนอกองค์กร … พูดแบบซุนวู คือ “รู้เขา-รู้เรา-เพื่อรู้เราอย่างลึกซึ้ง –> รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง” แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญของสภาวะแวดล้อมด้วย คือต้องเลือกรบ ไม่รบทุกด้าน ซุนวูกล่าวไว้ว่า การรบเชิงยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ “ไม่รบ” เลี่ยงไม่ได้แล้วจึงรบ
  • เมื่อกำหนดกรอบยุทธศาสตร์แล้ว จากนั้นก็กำหนดยุทธวิธี (กลวิธี) ในการดำเนินงาน ได้แก่แผนงาน/โครงการต่างๆ
  • ปรับองค์กร กลไกเร่งรัดการขับเคลื่อน ดำเนินการตามแผนงานและโครงการต่างๆ จากนั้นติดตามประเมินผล โดยมีดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) และใช้ระบบประเมินแบบสมดุล ทั้ง 4 มุมมอง (Balanced Scorecard – BSC)

ที่สำคัญ : ยุทธศาสตร์ เป็นกรอบชี้นำการปฏิบัติ ที่ต้องทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ คือดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่กรอบปฏิบัติแบบ “กฎหมาย” คือเพียงแค่ถูกต้อง หรือดีเท่าเดิม หรือย่ำอยู่กับที่เป็นงาน routine  เท่านั้น และเป็นการกำหนดกรอบการปฏิบัติร่วมกัน ไม่ใช่แผนในอดีต ที่เป็นแบบนโยบาย (Policy) คือสั่งการแบบ Top Down

This entry was posted in Library Management and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s