ประสบการณ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้ง

อยากจะบันทึกประสบการณ์ที่ได้รับจากการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนของคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อไปเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย จากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มิใช่คณาจารย์ประจำ

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทำตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะกังวลเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะมีคนเลือกเราหรือเปล่า และรู้สึกเขินที่มีรูปถ่าย ประวัติผลงาน และนโยบายหาเสียง ติดหราไว้ที่บอร์ด ให้คนที่เดินผ่านไปมาดู น้องๆ ชาวห้องสมุดสตางค์ ช่วยกันหาเสียงให้ ส่วนตัวเองก็เที่ยวเดินไปขอคะแนนกับคนที่รู้จัก (จนมีอาจารย์ผู้ใหญ่บางท่านแซวว่า .. ไม่อายเขาบ้างเหรอไง)

หลังบ่ายสอง ปิดหีบเลือกตั้ง นับคะแนนรวมทั้งที่พญาไทและศาลายา ผู้มีสิทธิลงคะแนน เป็นบุคลากรสายสนับสนุนทั้งหมดของคณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 336 คน มีผู้มาลงคะแนน 252 คน คิดเป็น 75% ของทั้งหมด นับว่าเยอะทีเดียว ผลคะแนนก็สูสีมาก ระหว่างผู้สมัครหมายเลข 1 จากห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข และผู้สมัครหมายเลข 2 จากภาควิชาจุลชีววิทยา คะแนนจากเขตพญาไท 126:81 และเขตศาลายา 4:34 รวมเป็น 130 : 115 มีผู้ไม่ประสงค์จะเลือกใคร 6 คะแนน และบัตรเสียอีก 1 คะแนน ชนะกันแบบหวุดหวิดเลย …

ขั้นตอนต่อไปคือ ทางคณะฯ จะเสนอชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้ง ไปยังนายกสภามหาวิทยาลัย ภายใน 7 วัน หลังการเลือกตั้ง และรอการเรียกประชุมผู้แทน ที่ผ่านการเลือกตั้งมาจากคณะ/สถาบันต่างๆ จำนวนกว่า 30 แห่ง เพื่อทำการเลือกกรรมการสภาฯ ภายใน 30 วัน โดยหลักเกณฑ์และวิธีเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมกำหนด ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เพียงคนเดียว จะได้เป็นกรรมการสภา ..

ข้อสังเกตที่ได้จากการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ผู้คนยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับมหาวิทยาลัยมหิดล มีอาจารย์หลายท่านจะมาใช้สิทธิลงคะแนนด้วย เพราะนึกว่ากติกาเป็นแบบเดียวกับการเลือกตั้งกรรมการสภาฯจากคณาจารย์ประจำ ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนที่มาลงคะแนน ซึ่งมีทุกระดับทุกอาชีพ บางคนก็ไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของกรรมการสภามหาวิทยาลัยคืออะไร และไม่ทราบว่าผู้ชนะการเลือกตั้งยังต้องไปแข่งต่อที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้เป็นกรรมการสภาฯ ทันทีเหมือนสายอาจารย์ ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตาม การมาใช้สิทธิลงคะแนนกันเยอะๆ เช่นนี้ เป็นเรื่องน่ายินดี หากทางคณะฯ มีระบบประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่บุคลากรอย่างทั่วถึงก่อนการเลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้สมัครเปิดเวทีแถลงนโยบายต่อสาธารณะ เพื่อทราบวิสัยทัศน์ของผู้สมัครก่อนการตัดสินใจเลือก จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์อย่างสูงสุดเลยทีเดียว

นึกถึงการเลือกตั้ง ส.ส. บ้านเรา ปัญหาก็จะคล้ายๆ กัน … ความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญต่อวิถีทางประชาธิปไตย

This entry was posted in University Council. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s