เกิดเพราะกรรม หรือความซวย

“เกิดเพราะกรรม หรือความซวย” เป็นหนังสือยอดฮิตอีกเล่มหนึ่งของ ทันตแพทย์สม สุจีรา นอกเหนือจาก “ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น” ซื้อมาอ่านนานหลายเดือนแล้วล่ะ แต่พรุ่งนี้จะนำไปบริจาคเข้าห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ก็เลยนำมาอ่านอีกรอบ (ก่อนจะจากกันไป)

karm.jpg

คัดเอาแต่ตอนที่ชอบนะคะ ..

“มีหลายคนเข้าใจผิดว่าการดำเนินชีวิตของคนเรา ขึ้นอยู่กับกรรมทั้งหมดทุกวินาที เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก ความจริงแล้วกรรมมีขอบเขตที่จำกัดกรอบของตัวเอง  บางครั้งวิถีชีวิตของเรา ก็เป็นไปแบบบังเอิญตามกฎของความน่าจะเป็น (Probability) หรืออิทธิพลของทฤษฎีไร้ระเบียบ (Chaos Theory) ด้วย”

“โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น บางโรคก็ไม่ใช่เพราะผลของกรรม บางครั้งก็เป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ อาหาร หรือเป็นไปตามธรรมชาติตามหลักอนิจจัง เราอาจจะเหงื่อออก หน้าแดงเพราะอากาศร้อน ก็ไม่ใช่เรื่องของกรรม ในทางกลับกัน ถ้าเราเหงื่อออก หน้าแดง เพราะเพิ่งไปกระทำความผิดมา นั่นเป็นเรื่องของกรรม สิ่งเร้าบางอย่างก็ไม่ได้เป็นผลจากวิบากกรรม แต่เป็นผลจากความน่าจะเป็น เช่น การออกรางวัลของสลากกินแบ่ง เวลาตกฟาก วันเดือนปีเกิด … ชีวิตของคนเราไม่ได้ถูกลิขิตจากดวงดาวบนฟากฟ้า แต่เป็นไปตามกฎแห่งกรรม”

“นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกและจักรวาลนี้ ดำเนินไปตามกฎของความน่าจะเป็น  ทฤษฎีไร้ระเบียบ หรือกฎของเทอร์โมไดนามิก  ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่กฎแห่งกรรมบังเอิญมาใช้กับสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกไม่ได้  แม้แต่ลูกหินสองลูกที่เหมือนกันทุกประการ แต่คนละสี ให้มนุษย์เลือกเอาหนึ่งลูก การเลือกลูกหินนั้น ก็ไม่เป็นไปตามกฎของความน่าจะเป็น นั่นก็เพราะมนุษย์มี “ความรู้สึก”

“ความรู้สึก” คือจุดมุ่งหมายแห่งเจ้ากรรมนายเวร เมื่อใดที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ การสนองแห่งกรรมก็จะประสบผล ถ้าเราสามารถรู้เท่าทันความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ได้ ตัดให้ขาด อย่าให้เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นในจิตเราเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดการกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าใดๆ ก็ตาม ถ้าเราทำได้ แม้กรรมเก่าจะมากมายเพียงใด ก็หมดหนทางที่จะสนอง กรรมทั้งหมดจะกลายเป็นอโหสิกรรม”

พูดง่าย แต่ทำยาก …

This entry was posted in Book Talk and tagged . Bookmark the permalink.

6 Responses to เกิดเพราะกรรม หรือความซวย

  1. aoy says:

    เป็นหนังสือที่ให้แง่คิดและให้หลักความเป้นจริงสำหรับคนที่ปฏิบัติธรรมในหลักการพุทธศาสนาบวกในทางวิทยาศาสตร์ที่อาจารย์ท่านได้กล่าวมาข้างต้นซึ่งแสดงให้เห็นว่ากฏแห่งกรรมมีจริงคะ /ทุกอย่างมีเกิด แก่ เจ็บ ตายและผลแห่งการกระทำทั้งสิ้น

  2. เบ็น says:

    กระผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตาม ผลงาน ของ ทันตแพทย์ สม สุจีรา ตั่งแต่ เรื่อง ไอน์ไตน์ พบ พระพุทธเจ้าเห็นแร้ว ครับ อ่านแร้วเข้าใจง่ายครับ รู้สึกตื่นเต้นมาก เวลาได้อ่านครับ เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

  3. อนัตตา says:

    ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้อ่านหนังสือของคุณ สม สุจีรา แล้วรู้สึกชื่นชอบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการเขียน ภาษาที่ใช้ และวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ยากเกินไป ทำให้คนอ่านสามารถเข้าใจได้ (ถ้าอ่านอย่างมีสติและมีสมาธิพอ)
    เดิมทีผมคิดว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก และ ออกจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องศึกษาอะไรมากนัก (ไหว้พระ สวดมนต์ ทำบุญ ใส่บาตรก็พอแล้ว)
    แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือของคุณ สม สุจีรา ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป (เล่มแรกๆที่ได้อ่าน คือ เดอะท็อป ซีเคล็ด และ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น)
    พุทธศาสนาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก เมื่อนำมาเล่าเรื่องในเชิงวิทยาศาสตร์ แบบที่ผู้เขียนได้เขียนเล่าให้เราอ่าน แต่การนำไปใช้ ปฏิบัติ รวมถึงการค้นพบแก่นแท้แห่งธรรมด้วยตัวเองนั้นต่างหาก เป็นสิ่งที่ยากที่สุด จริงไหมครับ..

  4. farow says:

    อ่านมาแล้วครับ แต่ยังอ่านไม่จบ ผมอ่านไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ทวารหก ด้วยครับ ความคิดดร.นี่สุดยอดไปเลยมันก็แปลกดีนะครับโลกใบนี้

  5. เข้าไม่ถึงธรรม says:

    ผมอ่านไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ทั้ง 2 เล่ม ได้ความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และศาสนาไปพร้อมกัน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าศาสนาพุทธจะไปกันได้กับวิทยาศาสตร์ ซึ่งตามความคิดเดิมมันต้องสวนทางกัน วิทยาศาสตร์ไม่น่าจะพิสูจน์เรื่องของนามธรรมได้

  6. พูดง่าย แต่ทำยาก …

    จริงๆ ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s