บรรณารักษ์ชวนดู : The Daybreakers … ถ้ามนุษย์กินกันเอง

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าอนาคตทุกคนบนโลกเป็นแวมไพร์กันหมด !? … วันนี้บรรณารักษ์ไม่ได้กะจะมาดูดเลือดใครหรอกครับ แค่อยากจะแนะนำหนังตระกูลแวมไพร์ที่ดูแหวกแนวกว่าเรื่องอื่นๆ เมื่อมีโจทย์ว่าถ้าอนาคต ทุกคนเป็นแวมไพร์กันหมด แล้วโลกจะเป็นอย่างไร แล้วเราจะหาอาหาร (เลือด) ที่ไหนมากินกันล่ะทีนี้ นี่คือที่มาของหนังไซไฟตระกูลแวมไพร์เรื่อง “The Daybreakers”

หนังแวมไพร์ทั่วๆ ไป ก็มักจะมาในแนวบู๊ล้างผลาญ ฆ่ากันเลือดสาด หรือว่าด้วยการแพร่กระจายเชื้อที่ทำให้คนกลายเป็นผีดูดเลือด แต่ใน The Daybreakers นั้นเล่าข้ามไปถึงตอนที่มนุษย์เกือบ ๙๙% กลายเป็นแวมไพร์กันหมดแล้ว แต่ทุกคนก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ยังต้องทำงานหาเงิน ยังต้องจับจ่ายซื้อของ ต้องการเครื่องอำนวยความสะดวก ยังต้องกิน และยังต้องทำอะไรอื่นๆ อีกเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ปกติ เพียงแต่กิจกรรมทั้งหลายจะทำในตอนกลางคืน เพื่อป้องกันตนเองจากแสงอาทิตย์ ดังนั้นตอนกลางวันจึงเป็นเวลาที่ทุกคนจะหลบอยู่ในบ้าน จะออกไปมาไหรก็ต้องหลบแสงแดด รถยนต์ก็จะต้องมีระบบป้องกันแสง

ชีวิตของผู้คนดำเนินกันไปตามปกติ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อทุกคนเป็นแวมไพร์กันหมด ทุกคนต่างต้องการดื่มเลือด (อาหาร) แต่เลือดกลับมีน้อยลงเพราะมนุษย์แทบไม่เหลือแล้ว จึงมีการจับเอามนุษย์มาเลี้ยงทำเป็นฟาร์มเพื่อดูดเอาเลือดออกมากิน แถมทำกันเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซะด้วย ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ต่างอะไรกับในโลกปัจจุบันที่เราต้องซื้ออาหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแช่แข็ง หรืออาหารสำเร็จรูป นั่นคือชีวิตของเราถูกควบคุมโดยกลุ่มธุรกิจอาหาร จากเดิมที่เราปลูกเองกินเอง กลายมาเป็นปลูกเพื่ออุตสาหกรรม ตลาดสดมีน้อยลง ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจรเพิ่มมากขึ้น ชีวิตของคนในสังคมจึงถูกผูกติดกับอุตสาหกรรมอาหาร

เนื้อสัตว์ ไข่ พืชผัก เครื่องปรุง ส่วนประกอบสำหรับผลิตอาหารต่างๆ ทุกวันนี้ถูกผลิตและควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย คนเมืองที่ผลิตสิ่งเหล่านี้เองไม่ได้ก็ต้องยอมศิโรราบเพื่อปัจจัยในการดำรงชีวิต อีกทั้งภาคเกษตรกรรมก็ถูกกลืนกินจากสังคมอุตสาหกรรม จนน่ากลัวว่าวันใดวันหนึ่งเราจะไม่มีเกษตรกรเหลืออยู่บนโลก เหมือนกับที่ไม่มีมนุษย์เหลือไว้ให้แวมไพร์ดูดเลือดกิน

เอ็ดเวิร์ด (นำแสดงโดย อิธาน ฮอว์ก) จัดเป็นแวมไพร์ที่ยังมีคุณธรรม เขาเลิกกินเลือดมนุษย์มานานแล้วหันมาประทังชีวิตด้วยเลือดสัตว์หรือสารอาหารแทนเลือด เอ็ดเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำวิจัยเพื่อหาสารสกัดแทนเลือด ปณิธานของเอ็ดคือการผลิตสิ่งที่จะมาทดแทนเลือดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตามล่ามนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดอีกต่อไป แต่กับ บรอมลี่ย์ ประธานบริษัทแล้ว มันคือช่องทางในการแสวงหาผลกำไรและการผูกขาดการผลิตเลือดไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่จนแล้วจนรอดงานวิจัยของเอ็ดก็ไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จเสียที

คืนหนึ่งขณะกลับบ้าน เอ็ดได้ให้ความช่วยเหลือมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่กำลังหนีการตามล่า ท่ามกลางความหวาดระแวงของมนุษย์ที่ยังแคลงใจในความหวังดีของเอ็ด นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แวมไพร์อย่างเขาได้เข้าใกล้มนุษย์ และเริ่มศึกษาหาหนทางที่จะรักษาให้หายขาดจากการเป็นแวมไพร์ โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ของแวมไพร์ตนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุและกลับกลายมาเป็นมนุษย์ด้วยความบังเอิญ แต่ความพยายามรักษาตัวเองในครั้งนี้ต้องเสี่ยงต่อการแหลกเป็นจุลหรือกลายร่างเป็นปีศาจ

ร้านขายกาแฟผสมเลือด สามารถเลือกได้ว่าชอบกินเลือดกรุ๊ปอะไร !

ขาดแคลนเลือดอย่างหนัก เราจึงมีบริการเลือดความเข้มข้นแค่ ๒๐% เท่านั้น

ขณะเดียวกันเอ็ดและเหล่ามนุษย์ต้องหลบหนีการตามล่าจากเหล่าหน่วยสวาท และหนึ่งในทีมล่าก็มี แฟร้งค์ น้องชายของเขาร่วมอยู่ด้วย ทั้งสองพี่น้องนั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เอ็ดเป็นแวมไพร์ที่ยังมีคุณธรรมแบบมนุษย์ แต่แฟร้งค์กลับมองมนุษย์เป็นเพียงอาหารที่สามารถฆ่าได้อย่างไม่รู้สึกผิด ในส่วนลึกของจิตใจแล้วแฟร้งค์พยายามจะลืมอดีตเมื่อครั้งที่เคยเป็นมนุษย์ให้หมดสิ้น เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอมตะแบบแวมไพร์มากกว่าต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างมนุษย์ ทั้งที่ใจจริงแฟร้งค์ก็ยังถวิลหาความเป็นมนุษย์ เพียงแต่การยอมรับการเป็นผีดูดเลือดมันอาจจะง่ายกว่าการกลับไปเป็นในสิ่งที่เคยเป็น

นอกจากหนังจะสะท้อนวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหารของโลกได้อย่างน่าสะอิดสะเอียน ชีวิตของแวมไพร์ในหนังก็ไม่ได้ต่างจากสังคมมนุษย์ที่เป็นอยู่ แวมไพร์ยังมีทั้งที่รวยและจน เราจึงเห็นแวมไพร์ข้างถนนยืนของเศษเลือด มีประชาชนแวมไพร์ที่เป็นพลเมืองชั้นสองคือพวกที่เป็นอมนุษย์ ไม่มีสติ มีแต่ความโหดร้ายและหิวกระหาย พวกนี้จะถูกตำรวจคอยจับกุมและฆ่าทิ้ง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับคนชายขอบ พวกคนไร้สัญชาติ คนหลบหนีเข้าเมือง ที่ถูกกีดกันหรือถูกกำจัดออกไปจากสังคม

ตลกร้ายของหนังเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์

ฟาร์มมนุษย์ที่บริษัทสร้างขึ้นเพื่อดูดเลือดมาขายก็ไม่ใช่ฟาร์มธรรมดา มนุษย์ที่ถูกเลี้ยงก็คือก้อนเนื้อที่ยังมีชีวิต แต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินชีวิต ถ้าใครจำฉากคลังพลังงานมนุษย์ของแมทริกซ์ ในหนังเรื่อง The Matrix ได้ ฟาร์มมนุษย์ใน The Daybreakers ก็เช่นกัน มนุษย์ถูกแขวนเรียงกันเป็นแผงเพียงเพื่อดูดเอาเลือดออกมา บ่งบอกถึงการถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ต่างอะไรจากก้อนเนื้อที่ให้นายทุนคอยสูบเลือด คอยใช้แรงงาน คอยตักตวงผลประโยชน์ จนเมื่อหมดอายุขัยหรือเลือดหมดตัวก็ค่อยกำจัดทิ้ง

วาระสุดท้ายของนายทุนอย่าง บรอมลี่ย์ ก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ที่เขาเลี้ยงไว้สูบเลือด แฟร้งค์น้องชายของเอ็ดก็มีฉากจบที่น่าอนาจพอกัน เพียงแต่แฟร้งค์ยังจากไปพร้อมสติสัมปชัญญะของความเป็นมนุษย์ครบถ้วน อย่างน้อยในวาระสุดท้ายเขาก็ยังได้ลิ้มรสของความเป็นคนที่เขาเคยเป็นอีกครั้ง มันจึงสะเทือนใจคนดูมากกว่าในรายของบรอมลี่ย์หลายเท่านัก

The Daybreaker เป็นหนังแวมไพร์ที่ดูสนุกใช้ได้ครับ ตัวบรรณารักษ์เองชื่นชอบครึ่งชั่วโมงแรกของหนังมาก มันให้บรรยากาศอึมครึม ให้ความรู้สึกหดหู่ไปกับชีวิตประจำวันของเหล่าแวมไพร์ที่ต้องต่อคิวซื้อกาแฟผสมเลือด รอรถไฟเพื่อเดินทางไปทำงาน ตอนท้ายเรื่องแม้จะหลงทางจนดูเหมือนจะเร่งให้จบไวๆ แต่รวมๆ แล้วก็เป็นหนังที่แนะนำให้ลองหามาชมครับ เพราะเราเองก็คงไม่ต่างอะไรจากตัวละครในหนัง เพียงแค่เราจะเป็นฝ่ายไหน มนุษย์หรือแวมไพร์

———————————————————————————————————
ข้อมูลภาพยนตร์
The Daybreakers (2009)
Directors:    Michael Spierig, Peter Spierig
Writers:        Michael Spierig, Peter Spierig
Stars:             Ethan Hawke, Willem Dafoe, Sam Neill

———————————————————————————————————————————-

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนดู, ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s