บรรณารักษ์ชวนอ่าน : เกจินก

ปริญญา ผดุงถิ่น. (๒๕๔๕). เกจินก. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน.
เลขหมู่ : OL672.5 ป458ก 2545

การดูนกเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับผู้หลงใหลในธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่มักจะวนเวียนอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ที่สนใจศึกษาชีวิตของนกนานาพันธุ์ แต่ทุกวันนี้การดูนกกำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ อาจด้วยการเผยแพร่ความรู้และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจสิ่งใกล้ตัวอย่างชีวิตนกมากขึ้น ซึ่งน่าแปลกนะครับ บรรณารักษ์มองว่ามันเป็นการแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะหันมาสนใจใคร่รู้ในสิ่งที่กำลังจะสูญเสียไป ในขณะที่ยามที่มีอยู่กลับละเลยไม่ดูแล

เมื่อสมัยเป็นยังหนุ่มๆ บรรณารักษ์มีเพื่อนฝูงผู้หลงใหลการดูนกอยู่กลุ่มหนึ่ง (ตัวบรรณารักษ์เองก็เหมือนคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจ) เพราะเราร่ำเรียนกันที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือที่ใกล้กับแหล่งดูนก เพื่อนกลุ่มนี้จึงมักออกตระเวนดูนกกันเป็นประจำ บรรณารักษ์ก็มักจะพูดเล่นกับเพื่อนกลุ่มนี้เสมอว่าคนเราแบ่งกลุ่มนักส่องนกออกเป็นสองพวก คือพวกที่ส่องนกด้วยกล้อง กับอีกพวกคือส่องนกด้วยปืน เล่นเอาเพื่อนค้อนไปหลายตลบ

สมัยโน้นพวกที่ส่องนกด้วยปืนยังมีอยู่เยอะ (สมัยนี้ก็คงไม่ต่างกัน) ส่วนมากจะเป็นชาวบ้านแถบนั้น บรรณารักษ์เคยเห็นเขาหิ้วซากนกลงมาจากดอยกันคนละตัวสองตัวขนาดย่อมๆ พอๆ กับอีกาตัวเขื่อง เป็นนกอะไรก็ไม่รู้ได้ ผู้ใหญ่แถบนั้นเล่าว่าชาวบ้านเขาไม่ส่องนกด้วยปืน แต่จะใช้เครื่องมือพื้นบ้านซึ่งบรรณารักษ์ก็ไม่รู้จัก ส่วนมากก็จับเอามากินบ้างหรือไม่ก็จับมาขาย โดยเฉพาะนกสวยๆ ในปัจจุบันการจับนกดูจะลดลง เพราะจำนวนนกร่อยหรอ นกขนาดใหญ่ไม่ค่อยมี จะมีก็นกขนาดเล็กประเภทสวยงาม แต่ก็จับยาก แล้วเดี๋ยวนี้เอาไปขายที่ไหนก็ลำบาก จะพาลโดนตำรวจจับเอาเสียเปล่าๆ

เขาว่าคนดูนกต้องเป็นคนใจเย็น ค่อยๆ เดินสอดส่องซุ่มดูไปเรื่อยๆ จะกระโตกกระตากหรือใจเร็วไม่ได้ ไม่งั้นนกสวยๆ ก็บินหนีไปหมด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บรรณารักษ์คงจะไปทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเอาแค่ดูนกกระจอก นกพิราบ หรืออีกา ที่มีอยู่เต็มคณะล่ะก็คงพอไหวอยู่

ถ้าใครสงสัยว่าเขาดูนกกันทำไม ก็ลองหยิบ “เกจินก” เล่มนี้มาอ่านดูนะครับแล้วจะทราบ หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกเรื่องราวของนักส่องนก (ด้วยกล้อง) ในประเทศไทย ๑๕ ท่าน แต่ละท่านก็จะมีสไตล์การดูนกที่ต่างกัน มีแรงจูงใจและจุดหมายที่ต่างกัน บ้างดูเพื่อเขียนตำรา ดูเป็นวิชาการ บ้างดูเอาเพลิน และบางท่านก็เข้าสู่วงการด้วยความบังเอิญ แต่ก็หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นไปเสียแล้วก็มี

รายชื่อนักดูนกระดับเทพทั้งหมดนี้ ถ้าเป็นชาววิทยาศาสตร์ก็น่าจะแสนคุ้นหูกันบ้าง สองท่านในจำนวนนี้ก็คืออาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ของเรานี่เอง ท่านแรกคือ อาจารย์พิไล พูลสวัสดิ์ จากภาควิชาจุลชีววิทยา ที่ได้ชื่อว่าเป็น Mother of Hornbills ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายเรื่องราวของท่านมากนัก ท่านอุทิศตนให้กับการศึกษาวิจัยนกเงือกมาเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี บุกป่าฝ่าดงเข้าไปในป่าลึกเพื่อศึกษานกเงือกชนิดต่างๆ ท่านยังช่วยรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญและลดการล่าจนประสบความสำเร็จ เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงนกเงือก ก็ต้องนึกถึงชื่อของท่านเป็นอันดับแรก

อาจารย์พิไล นักวิจัยนกเงือกระดับโลก

อีกท่านหนึ่งซึ่งบรรณารักษ์หรือท่านทั้งหลายน่าจะพบเห็นได้เสมอๆ ในคณะของเรา ก็คือ อาจารย์ฟิลิป ราวนด์ (บรรณารักษ์พบท่านประจำในห้องสมุด) ท่านผู้นี้ก็คือเซียนนกขั้นเทพคนหนึ่ง ท่านมาเมืองไทยตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ เพื่อมาศึกษานกเอเชีย ไปๆ มาๆ เลยมาปักหลักที่เมืองไทยเสียเลย ท่านคือผู้เขียนหนังสือ A Guide to the Birds of Thailand ที่นักดูนกต้องมีไว้ติดตัว ซึ่งหนังสือเล่มนี้ท่านใช้เวลาเขียนถึง ๑๐ ปี เลยทีเดียว

อาจารย์ฟิลิป จากภาควิชาชีววิทยา

เกจินกท่านอื่นๆ ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างเรื่องของ ลุงแดงแห่งดอนอินทนนท์ ที่นักดูนกที่ไปดอยอินทร์ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนทุกคน บ้านของท่านจึงเปรียบเสมือนแหล่งรวมพลของนักดูนกจากทั่วโลก ลุงแดงเล่าว่าเริ่มดูนกด้วยความบังเอิญ เดิมทีท่านเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีกล้องไว้ส่องดูตรวจตราคนงานไม่ให้อู้ จนเมื่อมีฝรั่งคนหนึ่งเข้ามาพักในพื้นที่และเริ่มสนิทกันจนสอนให้ท่านดูนก จากนั้นมาท่านก็หลงใหลและกลายเป็นเซียนนกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งลุงแดงเล่าว่ามารู้ตอนหลังว่าฝรั่งคนนั้นคือนักดูนกชั้นเซียนที่เขียนหนังสือดูนกระดับโลก

หนังสือ เกจินก อ่านสบายๆ ไม่เครียด ไม่มีเนื้อหาวิชาการที่อ่านยากเลยครับ เน้นที่การสัมภาษณ์ชีวิตและมุมมองของนักดูนก เราจะได้พบมุมมองที่แตกต่างของคนที่ชอบดูนก ซึ่งไม่เพียงให้ความรู้ ความเพลิดเพลิน แต่เจ้านกตัวเล็กๆ เหล่านี้ บางทีมันก็ให้คติสอนใจมนุษย์อย่างเราๆ ได้เช่นกัน

———————————————————————————————————————————-

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน, แนะนำหนังสือ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s