บรรณารักษ์ชวนอ่าน : หัวใจใหญ่กว่าน้ำ

สุกรี เจริญสุข. (๒๕๕๔). หัวใจใหญ่กว่าน้ำ : บันทึกการป้องกันน้ำของคนสู้ : กรณีศึกษา : มหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม : วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
เลขหมู่ : GB1399.5.T5 ห474 2554

“ปีนี้น้ำจะท่วมไหม?” คือคำถามยอดนิยมในตอนนี้ หลังจากเมื่อปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน คนไทยกว่าครึ่งประเทศต้องประสบกับภัยธรรมชาติอันเลวร้าย แม้กระทั่งเมืองหลวงที่แสนจะสุขสบาย น้อยครั้งที่ชาวกรุงเทพจะต้องเผชิญภัยพิบัติทำนองนี้ แต่เมื่อเราได้เห็นถนนหลายสายใจกลางกรุงเทพกลายเป็นคลอง เราจึงได้สำนึกกันว่าปัญหานี้ช่างใกล้ตัวเราเสียเหลือเกิน

คนกรุงเทพชอบบ่นกันว่าเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม แต่น้ำท่วมของคนเมืองหลวงกับคนต่างจังหวัดนั้นเทียบกันไม่ติด แค่น้ำปริ่มฟุตบาธซึ่งมันสูงกว่าพื้นถนนไม่ถึงฟุตด้วยซ้ำ คนกรุงเทพก็เดือดร้อนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ระดับน้ำที่แตะขอบหลังคาบ้านของชาวบ้านต่างจังหวัด ไม่ใช่แค่ทำเอาพวกเขาไม่ได้กินไม่ได้นอน แต่มันอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตเลยทีเดียว จนเมื่อชาวเมืองหลวงได้ประสบกับตัวเองบ้าง ก็ฟูมฟายจะตายเสียให้ได้ จนบรรณารักษ์อดคิดไม่ได้ว่าคนกรุงเทพนี่ช่างอภิสิทธิ์เสียจริงๆ ขนาดเดือดร้อนก็ยังต้องรู้สึกว่ามันแสนสาหัสมากกว่าคนอื่นๆ … เฮ้อ

บรรณารักษ์รู้สึกเอาเองนะครับว่าทำไมคนกรุงเทพต้องแสดงตนว่าเดือดร้อนเสียเต็มประดา คงเพราะเราสบายกันจนเคยชิน น้ำนองนิดหน่อยก็พาลเสียแล้ว ไม่ยอมรับความเดือดร้อนใดๆ ในขณะที่ชาวต่างจังหวัดเขาทุกข์กว่ามากนัก แต่เมื่อภัยมาถึงตัวก็นับเป็นบทเรียนที่ดีที่ไม่ว่าคนเมืองหลวงหรือคนไกลปืนเที่ยงต่างต้องยอมรับสภาพและหาทางเตรียมการณ์เอาไว้เสียแต่เนิ่นๆ

มหาวิทยาลัยมหิดล ต้นสังกัดของบรรณารักษ์เองก็ไม่รอด หากใครเคยไปที่ศาลายาคงไม่เชื่อว่าน้ำจะมาจนทำให้หน้ามหาวิทยาลัยกลายเป็นแม่น้ำได้ พื้นที่แถบศาลายานั้นกลายเป็นแม่น้ำสายย่อมๆ ช่วงเวลาเพียงพริบตาสายน้ำก็ทะลักเข้ามาถึงระดับหน้าอก แต่ภายใต้แรงกดดันและปัญหาสารพัน ชาวศาลายาก็ผ่านมาได้ด้วยสติและปัญญาอย่างแท้จริง

“หัวใจใหญ่กว่าน้ำ” คือหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์อุทกภัยบริเวณพื้นที่ศาลายา รวบรวมไว้โดย อาจารย์สุกรี เจริญสุข นี่อาจจะเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของศาลายาก็เป็นได้ แต่เราก็ไม่อาจทราบได้อยู่ดีว่านี่จะเป็นประวัติศาสตร์ที่กำลังจะผ่านไป หรือมันจะเป็นแต่บทเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่อาจจะใหญ่กว่าปีที่แล้ว นอกจากจะเป็นการบันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญแล้ว รายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ก็จะรวบรวมมอบให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ศาลายาด้วย

แม้ว่าบริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัยมหิดลจะกลายเป็นทะเล แต่ภายในมหาวิทยาลัยกลับยังแห้งสนิท จึงกลายเป็นมหิดลโมเดลที่เป็นกรณีศึกษาสำคัญว่ามหิดลทำอย่างไรถึงรอดจากน้ำท่วมมาได้ มหิดลไม่เพียงแค่ไม่ท่วมแต่มหิดลยังกลายเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือที่สำคัญของพื้นที่ อาจเป็นเพราะมหิดลระลึกเสมอว่า “ประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนตน” ดั่งปณิธานแห่งพระราชบิดาที่ชาวมหิดลท่องจำได้ขึ้นใจเสมอมา

หนังสือเล่มนี้บันทึกลำดับเหตุการณ์สำคัญ และเรื่องราวการต่อสู้กับน้ำของชาวมหิดลและชาวบ้านโดยรอบ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถดำรงอยู่ด้วยด้วยแรงใจและความสามัคคี ท่านจะได้เห็นการทำงานและการแก้ปัญหาของชาวบ้านและชาวมหิดล บทบาทหน้าที่ของครูอาจารย์ นักศึกษา ที่ต้องกลายมาเป็นนายช่างจำเป็น ชาวบ้านร้านตลาดที่ไม่ยอมอยู่เฉยรอความช่วยเหลือ น้ำใจของคนไทยที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งหมดนี้ทำให้ชุมชนศาลายาสามารถผ่านพันวิกฤตครั้งนั้นมาได้ด้วยดี

“ปีนี้น้ำจะท่วมไหม?” คงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าหรอกครับ บรรณารักษ์ได้แต่หวังว่าเราจะเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้อย่างมีสติ ไม่มีใครอยากใหเรื่องร้ายเกิดขึ้นแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ทำได้แค่เพียงเผชิญกับมันด้วยปัญญาและความเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้ว … มันจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องร้ายที่ผ่านไป

———————————————————————————————————————————-

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in น้ำท่วม, บรรณารักษ์ชวนอ่าน, อุทกภัย, แนะนำหนังสือ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s