บรรณารักษ์ชวนดู : The Professor and His Beloved Equation

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การเรียนวิทยาศาสตร์ จำเป็นต้องมีพื้นฐาน “คณิตศาสตร์” แม้ว่ามันจะเป็นศาสตร์แขนงเดียวกันก็ตาม แต่มันก็เป็นพื้นฐานของพื้นฐานที่สำคัญสำหรับวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ (อันนี้บรรณารักษ์คิดเอง) แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาคณิตศาสตร์อย่างถึงแก่นจนเลยความเป็นพื้นฐานไปไกลลิบ ซึ่งสำหรับบรรณารักษ์แล้วคงจะเรียนแบบนั้นไม่ไหวแน่นอน เพราะคณิตศาสตร์ของบรรณารักษ์นั้นคงไปไกลไม่เกินบวกลบเลขในชีวิตประจำวัน

เคยสงสัยกันไหมครับว่าใครกันที่คิดค้นเจ้าสูตรคำนวณอะไรไม่รู้มากมาย รากเอย ตรีโกณเอย พายเอย แคลคูลัสเอย และตัวประหลาดอะไรอีกสารพัดที่ดูเหมือนภาษาต่างดาวซึ่งคงจะมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจ ตอนเด็กๆ บรรณารักษ์จำได้ว่างงเหลือแสนที่ทำไมวิชาเลขถึงได้มี x y เข้ามาปนด้วย แม้ตอนนี้ก็ยังสงสัยว่าเราจะคำนวณค่าอะไรกันมากมายโดยที่บางครั้งคิดว่ามันอาจเป็นเพียงเกมสนุกๆ สำหรับนักวิชาการพวกนี้

แท้จริงแล้วเป็นเพราะเราไม่เข้าใจถึงศาสตร์เหล่านี้ต่างหาก บรรณารักษ์เชื่อว่าศาสตร์ทุกแขนง ความรู้ทุกสาขาล้วนมีประโยชน์ มีความจำเป็น และมีเหตุผลบางอย่างที่ก่อให้เกิดมันขึ้นมา ประโยชน์ของมันไม่ใช่จะเห็นในวันในพรุ่ง ไม่ใช่จะจับต้องได้เหมือนข้าวที่เราต้องกินทุกวัน หากแต่มันวิ่งวนอยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ มันกลายมาเป็นสิ่งโน้นสิ่งนี้เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ฉะนั้น ทุกศาสตร์จึงล้วนมีความสำคัญ ขณะที่ใครซึ่งมองว่ามันไม่สำคัญ อาจเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใจ ความไม่เข้าใจและเปิดใจรับ ไม่เพียงแต่ทำให้เรามึนงงและปฏิเสธศาสตร์ต่างๆ (อย่างคณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ และอื่นๆ ที่บรรณารักษ์คงไม่มีวันเข้าใจ) แต่กับมนุษย์ด้วยกันที่ไม่จำเป็นต้องใช้ศาสตร์อะไรเลย เพียงแค่ความจริงใจและเปิดใจรับ หากเราไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นย่อมไม่มีวันเกิด

หนังที่จะชวนมาดูวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ … อย่าเพิ่งทำหน้าเบื่อโลกครับ เป็นเรื่องราวชีวิตน่ารักๆ ของคนสามวัย ดัดแปลงมาจากหนังสือนิยายของญี่ปุ่น แปลเป็นไทยในชื่อ ด็อกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ๒๐๐๖ ในชื่อ The Professor and His Beloved Equation ตัวละครเอกเป็นนักคณิตศาสตร์ หลังจากประสบอุบัติเหตุจนอาการสาหัสเมื่อหลายสิบปีก่อน เขาก็กลายเป็นคนที่มีความทรงจำเพียงแค่ ๘๐ นาที มีเพียงคณิตศาสตร์เท่านั้นที่เขากลับไม่ลืม ดังนั้นชีวิตของด็อกเตอร์จึงเหมือนกับต้องเรียนรู้ใหม่ในทุกๆ ๘๐ นาที

ด็อกเตอร์อาศัยอยู่กับพี่สะใภ้ท่าทางเย็นชา โชคดีที่ครอบครัวของเขาอยู่ในระดับมีอันจะกิน จึงไม่เดือดร้อนอะไรนัก พี่สะใภ้จ้างแม่บ้านมาคอยดูแลบ้านและจัดหาอาหารให้ ซึ่งแน่นอนว่าคงยากที่จะมีแม่บ้านคนไหนทำงานได้นานกับคนที่ต้องคอยถามทุกๆ ๘๐ นาที ว่าเธอคือใคร มาทำอะไร จนมาถึง เคียวโกะ แม่บ้านคนใหม่ที่ไม่เหมือนแม่บ้านคนอื่นตรงที่เธอเปิดใจรับด็อกเตอร์ตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน

อายุเท่าไหร่ ใส่รองเท้าเบอร์อะไร เบอร์โทรอะไร คำตอบที่เคียวโกะต้องคอยตอบด็อกเตอร์ทุกๆ เช้า แล้วตัวเลขที่ได้เขาก็จะบอกว่า อืมมม…มันเป็นจำนวนเฉพาะ มันวิเศษไปเลยนะเจ้าจำนวนเฉพาะเนี่ย ไม่แปลกที่แม่บ้านคนอื่นจะหนีไปกันหมด แต่เคียวโกะกลับยอมรับและไม่รังเกียจที่ต้องมาทำความรู้จักกันใหม่ทุกๆ ๘๐ นาที เธอเป็นหญิงหม้ายลูกติดบางครั้งเธอจำเป็นต้องพาลูกชายมาที่บ้านด็อกเตอร์ด้วย และเด็กชายกับด็อกเตอร์ก็สนิทสนมกันราวกับรู้จักกันมานาน ด็อกเตอร์เรียกเด็กชายว่า รูท เพราะเขามีผมที่ชี้โด่เด่เหมือนเครื่องหมายรูท

อย่าเพิ่งคิดไปว่าเรื่องราวจะเป็นแนวโรแมนติกนะครับ ความสัมพันธ์ของคนสามคนดูเหมือนเป็นครอบครัวมากกว่า การมองในมุมของอคติก็เป็นเหมือนที่พี่สะใภ้ของด็อกเตอร์มอง หล่อนเรียกเคียวโกะมาต่อว่าถึงความเหมาะสม แต่เธอก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ ซึ่งมันก็หวนมาทิ่มแทงหัวใจของหล่อนเองว่าคนที่สมควรจะใกล้ชิดกับด็อกเตอร์มากที่สุดอย่างเธอกลับกลายเป็นคนห่างเหินจากเขามากที่สุด

หนังเล่าถึงความสัมพันธ์ที่อบอุ่นของคนสามคน การเปิดใจยอมรับอีกฝ่ายคือการเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดี เหมือนเคียวโกะ เหมือนรูท ที่ไม่มองด็อกเตอร์เป็นคนแปลก แม่บ้านที่เรียนน้อยอย่างเคียวโกะถึงกับตั้งอกตั้งใจทำความเข้าใจเรื่องจำนวนเฉพาะเพื่อจะได้คุยกับด็อกเตอร์รู้เรื่อง หรือรูทเองที่เมื่อโตขึ้น เขาก็กลายมาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์โดยมีด็อกเตอร์เป็นแรงบันดาลใจ ฉากเปิดตัวหนังช่วง ๑๕ นาทีแรก เป็นฉากที่รูทวัยหนุ่มกำลังสอนเด็กนักเรียน ซึ่งแรกๆ เด็กก็ไม่สนใจเรียน แต่กลวิธีการสอนของรูทกลับทำให้เด็กหันมาฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ นั่นคือรูทเริ่มต้นด้วยการเปิดใจกับเด็กๆ ว่าคณิตศาสตร์เข้าใจได้เพียงแต่เราเปิดใจรับ หากใครได้ชมฉากนี้คงอยากจะปรบมือให้รูทว่ามันเอาเด็กอยู่หมัด (บรรณารักษ์ยังอดคิดไม่ได้เลยว่าทำไมไม่เจอครูแบบนี้บ้าง หรือครูในบ้านเราทำไมไม่สอนแบบนี้บ้างนะ ไม่ใช่เข้ามาถึงชั่วโมงก็อัดทฤษฎีใส่หัวเด็ดเสียชุดใหญ่)

ขณะที่ตัวด็อกเตอร์เองที่ยอมรับตัวเองว่าไม่ปกติ เขาจะพร่ำบอกทุกครั้งว่าผมจำอะไรได้แค่ ๘๐ นาทีเท่านั้นนะ เหมือนจะบอกใครต่อใครว่า ช่วยยอมรับผมทีเถอะ

จนแล้วจนรอดบรรณารักษ์ก็ยังไม่เข้าใจและคงไม่มีวันเข้าใจทฤษฎีคณิตศาสตร์อันแสนยุ่งเหยิงได้อยู่ดี แต่การไม่เข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องปฏิเสธการรับรู้นะครับ เราสามารถอยู่กับมันได้อย่างปกติสุข ยอมรับในสิ่งที่มันเป็นแม้ว่าจะไม่เข้าใจมันก็ตาม แต่นั่นคงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เริ่มหาได้ยากในสังคมปัจจุบัน

———————————————————————————————————————————————

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ + หน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนดู, ภาพยนตร์ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s