การตลาดกับห้องสมุด : mini BookFair…คนอ่านไม่ต้องซื้อ

อะไรที่คนใช้ไม่ได้ซื้อ? … หนังสือในห้องสมุด ก็คงเป็นคำตอบหนึ่งสำหรับปัญหาข้างต้นนะครับ เพราะคนที่เข้ามาอ่านหนังสือในห้องสมุดเขาก็ไม่ได้เป็นคนซื้อหนังสือเหล่านั้นซักหน่อย บรรณารักษ์ห้องสมุดนั่นต่างหากที่คัดสรรหนังสือมาให้ คำถามที่ผู้ใช้คงสงสัยไม่น้อยคือ แล้วเขาคัดหนังสือกันยังไงล่ะนั่น

เขารู้ได้ยังไงว่าเราจะอ่านอะไร?

บรรณารักษ์หลายคนได้ฟังเสียงบ่นจากผู้ใช้ที่ว่า ห้องสมุดไม่เห็นมีหนังสือที่อยากอ่านเลย แหม..จะให้ห้องสมุดซื้อทุกเล่มมันก็ไม่ได้หรอกนาย ประสาบรรณารักษ์เขาก็อยากซื้อหนังสือมันซะหมดทั้งร้านล่ะครับ แต่มันเป็นไปไม่ได้ บรรณารักษ์เขาก็เลยสรรหาวิธีการต่างๆ นานาที่จะรู้ให้ได้ว่า พวกผู้ใช้อยากอ่านอะไรกัน

ห้องสมุดหลายแห่งใช้วิธีการทำแบบสำรวจ ก็ถามเลยว่าคุณจะอ่านอะไรล่ะ เดี๋ยวห้องสมุดจัดให้ หรือไม่ก็สัมภาษณ์ผู้ใช้ตรงๆ เลยเวลาเจอที่หน้าเคาน์เตอร์ เค้นมาให้ได้ว่าเทรนด์ของผู้ใช้เขาอ่านอะไรกัน จะได้เลือกซื้อให้เหมาะๆ

อย่าง ห้องสมุดสตางค์ นี่ก็เลือกใช้ทั้งสองวิธี คือมีการทำสำรวจเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่สำหรับการเลือกซื้อหนังสือนั้นเปิดโอกาสตลอดทั้งปี คืออยากอ่านอะไร อยากได้เล่มไหน เข้ามาบอกได้ตลอดเวลา แต่ต้องมีเหตุผลที่รับฟังได้นะ เพราะคงไม่ได้ซื้อมาให้ท่านอ่านคนเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้น textbook ที่ต้องใช้ในการเรียนหรือทำวิจัย ผู้ใช้ที่เข้ามาเสนอหนังสือก็มีทั้งนักศึกษาและอาจารย์ โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์ทั้งหลายที่เราค่อนข้างให้ความสำคัญ หนังสือหลายเล่มที่แต่ละท่านเลือกล้วน “โดน” ทั้งนั้น โดนทั้งอาจารย์ด้วยกันและลูกศิษย์

รู้จักส่วนผสมทางการตลาดของ ฟิลิป คอตเลอร์ กันใช่ไหมครับ ทฤษฎี 4Ps สะท้านโลกนั่นไง P ตัวแรกคือ สินค้า (Product) ถ้า P ตัวแรกห่วยก็เป็นอันเก็บกระดาน ไม่ต้องขายต่อแล้ว ดังนั้นถ้าหนังสือซึ่งก็คือสินค้าของห้องสมุดไม่โดนใจผู้ใช้แล้วก็จบเกม ห้องสมุดสตางค์จึงค่อนข้างเอาใจผู้ใช้เป็นพิเศษในเรื่องการคัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด

ทีนี้วิธีสำรวจแบบที่ว่าไปมันอาจจะไม่พอเสียแล้ว คนส่วนใหญ่รำคาญเวลาที่เราให้ทำแบบสอบถาม บางทีก็กรอกมาส่งเดชทำให้ไม่ได้ข้อมูลจริงๆ หรือไม่ก็ไม่ว่างพอจะเสวนากับเราด้วย ก็ต้องมานั่งคิดล่ะสิว่าจะทำยังไงถึงจะได้คำตอบแล้วก็เรียกความสนใจไปพร้อมๆ กัน

แล้วทำไมเราไม่ยกร้านหนังสือมาให้ผู้ใช้เลือกซะเลยล่ะ !

เพราะบางทีผู้ใช้เขาก็นึกไม่ออกหรอกครับว่าจะอ่านอะไร มาให้นึกเอาเดี๋ยวนั้นก็นึกไม่ออก จะมานั่งหาในเน็ตให้ก็ใช่ที่ อย่ากระนั้นเลย ยกแผงหนังสือมาให้เลือกซะหมดเรื่อง ก็เลยเกิดเป็นงาน “mini BookFair” จัดกันง่ายๆ ในห้องสมุด เรียกร้านค้าดังๆ มาเปิดแผงกันในนี้ ร้านที่มาจัดกิจกรรมก็เป็นตัวแทนจำหน่ายระดับประเทศที่ติดต่อกับห้องสมุดเป็นประจำอยู่แล้ว เขาก็ยินดีมาแน่นอน เพราะห้องสมุดสตางค์หมดเงินซื้อหนังสือในแต่ละปีตัวเลข ๗ หลักนะครับ!

หนังสือส่วนใหญ่ก็ไม่พ้น textbook นักศึกษาบางคนหยิบขึ้นมาดูราคาก็ลมจับ เพราะตำราต่างประเทศเล่มเป็นหมื่น ก็จึงต้องมาอ้อนบรรณารักษ์ซื้อจะได้ยืมอ่านฟรี แถมยังเผื่อแผ่น้องๆ รุ่นหลังได้อีก ได้ประโยชน์สองสถานเชียว แต่ถ้าใครมีกำลังพอซื้อเองได้ก็ซื้อไป ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ซึ่งร้านค้าเขาก็ชอบสิครับ

mini BookFair ที่จัดขึ้นนี้ ห้องสมุดมุ่งเน้นให้ผู้ใช้มาคัดเลือกหนังสือที่ต้องการจริงๆ ถ้าไม่มีที่แผงก็ถามหาแคตตาล็อกจากร้านได้ หรือไม่ก็ถามเอาตรงๆ เลย เดี๋ยวร้านเขาก็ขวยขวายหามาให้เอง ห้องสมุดเรียกมาตั้ง ๕-๖ ร้าน ก็เกิดการแข่งขันกัน ใครมีมากกว่า ใครเร็วกว่า ราคาน่าซื้อกว่า ก็ได้ไป แบบนี้ผู้ใช้ก็สนุกสิครับ อยากอ่านเล่มไหนก็หยิบมาเป็นตั้ง ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อเองด้วย เพราะห้องสมุดควักให้ ดังนั้นพอถึงเวลาจัดงานแต่ละครั้งจึงมีรายการหนังสือยาวเป็นกิโล บรรณารักษ์ก็จะมาคัดกรอง เปรียบเทียบเพื่อสั่งซื้อ แบบนี้ไม่โดนก็ให้มันรู้ไป

ถ้าหันมามองในเชิงการตลาด แค่กิจกรรมนี้ก็ครบทั้ง 4Ps เลยนะครับ สินค้า (Product) ก็มากองรอตรงหน้าให้เลือก ราคา (Price) ก็ไม่ต้องสนเพราะห้องสมุดจ่ายให้ ถ้าซื้อเองเขาก็ลดราคาพิเศษ สถานที่หรือช่องทางการจำหน่าย (Place) ไม่ต้องไปไหนไกล แค่มาที่ห้องสมุด ส่งเสริมการตลาด (Promotion) ร้านค้ามาเองแบบนี้ก็ไม่พลาดที่จะจะโปรโมชั่นแน่นอนครับ

งานนี้เราจัดมาแล้วถึงสี่ปี ผู้ใช้หรือลูกค้าก็แฮปปี้ ห้องสมุดก็ได้หนังสือที่โดนใจผู้ใช้ ร้านค้าเองก็ชอบเพราะได้ขายของ แถมยังได้โปรโมทร้านอีก วินวินกันทุกฝ่าย ที่ปวดหัวหน่อยก็ฝ่ายจัดซื้อนั่นแหละครับ ต้องรีบคัดกรองเพื่อสั่งซื้อโดยเร็ว และจะปวดหัวอีกทีก็ตอนเห็นตัวเลขค่าหนังสือ แต่ทุกท่านก็ยินดีเสมอเพื่อห้องสมุดและผู้ใช้ทุกท่าน

mini BookFair ของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ปีนี้จัดขึ้นวันที่ ๕-๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ มีร้านค้ามาร่วมกิจกรรม ๖ ร้าน ได้แก่ P.B. for Book, Booknet, Kinokuniya, ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์, ศูนย์หนังสือจุฬา และตะวันบุ๊คส์ เน้นตำราเรียนเป็นพิเศษ (โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์) หนังสือทั่วไปก็มีเช่นกัน ถ้าไม่มีก็ไถ่ถามจากร้านค้าเอาได้ งานจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้นสองของห้องสมุด

——————————————————————————————————————————
การตลาดกับห้องสมุด : บทความชุดนี้เป็นเรื่องราวของกิจกรรมทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้ในกิจการของห้องสมุดสตางค์ บางเรื่องเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา บางกิจกรรมเป็นเรื่องของการตลาดที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว ทั้งนี้ล้วนแต่เพื่อส่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางปัญญาให้กับผู้ใช้ห้องสมุดทุกท่าน เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญโดยไม่แสวงหารายได้หรือผลกำไรนั่นเอง

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in การตลาดกับห้องสมุด and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s