บรรณารักษ์ชวนรู้ : “เบื้องต้นของเบื้องต้น” กับการค้นหาข้อมูล

วันนี้ขออนุญาตแนะนำเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานของการสืบค้นข้อมูลกันสักหน่อยนะครับ เหตุเพราะว่ามีผู้ใช้หลายท่านเชียวครับที่ยังเข้าใจผิดและยังงงๆ กับส่วนประกอบต่างๆ ของข้อมูลที่กำลังตามล่า โดยเฉพาะข้อมูลของบทความวิชาการทั้งจากวารสารและหนังสือ มีน้องๆ ป.ตรี รวมถึง นศ.ป.โท-เอก บางท่านแวะเวียนมาถามไถ่ บ้างก็จดรายการมาให้หา paper แต่จดมาไม่ถูกต้อง เนื่องจากมันอาจจะเป็นเรื่องเฉพาะทางสำหรับบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ห้องสมุดซึ่งแน่นอนว่าคุณผู้ใช้ย่อมไม่คุ้นเคย วันนี้เลยถือโอกาสมาแนะนำแบบง่ายๆ ให้พอเข้าใจครับ

เรื่องที่ว่าสับสนกันนั้นสำหรับท่านที่ทราบแล้วอาจจะมองว่าไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหนเลย แต่ท่านที่ยังไม่ทราบนั้นบางทีเขางงกันจริงๆ นะครับ นั่นคือเรื่องของ Reference และชื่อเรียกส่วนประกอบต่างๆ ของบทความนั่นแหละครับ ดูเหมือนจะไม่ยาก แต่ก็ทำเอาหลายคนมึนมาแล้ว แม้กระทั่งบรรณารักษ์เอง


ยกตัวอย่างเช่น มีน้อง นศ. เข้ามาถามหา paper จากผม โดยอุตส่าห์จดข้อมูลมาพร้อมสรรพ แต่ค้นอย่างไรก็ไม่พบ คือพบน่ะพบ แต่มันไม่ตรงตามที่น้องเขาจดมา เราก็เลยไม่มั่นใจว่ามันจะใช่ไหม อย่างปีไม่ตรงกัน เลขหน้าไม่ตรงกัน ชื่อเรื่องก็ดูคุ้นๆ แต่ไม่แน่ใจ ผู้แต่งก็เหมือนจะใช่ อะไรสารพัด สุดท้ายก็ต้องให้น้องเขากลับไปเอาต้นฉบับมาเช็ค กว่าจะได้ paper กลับไปก็เสียเวลาพอสมควร

ปัญหาที่พบก็คือเขาไม่ทราบว่าตรงไหนคืออะไร สำคัญอย่างไรนั่นเอง ก็เลยจดมาตามใจนึก

เริ่มต้นกันที่บทความวิชาการนะครับ ซึ่งทุกท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี เวลาเราค้นหาผลงานวิจัยในฐานข้อมูล หรือแม้แต่จะใช้ google ค้นก็ตาม เรามักจะเจอสิ่งที่เรียกติดปากว่า Reference มันก็จะประกอบส่วนประกอบสำคัญ ๓ ส่วน คือ ๑) ผู้ทำวิจัยหรือผู้เขียน ๒) ชื่อผลงานวิจัย และ ๓) แหล่งที่ผลงานชิ้นนั้นตีพิมพ์

ผู้ทำวิจัยหรือผู้เขียนนั้นเขาก็จะใช้คำว่า Author อันนี้ไม่น่ามีปัญหานะครับ อย่าลืมนะครับว่าถ้าเป็นชาวต่างประเทศก็ต้องสลับตำแหน่งชื่อต้นกับชื่อสกุลด้วย และถ้าเป็นคนไทยก็ให้ใช้นามสกุลนำหน้า กรณีที่อยากจะค้นหาผลงานโดยใช้ชื่อของผู้ทำวิจัย ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทราบชื่อเต็ม และต้นสังกัดด้วยก็จะดีมาก ตัวอย่างเช่นใน รูปที่ ๑ ผมลองค้นหาชื่อ Weeks, G จากฐานข้อมูล Scopus ก็พบว่ามีถึง ๘๕ รายการ และบางรายการก็ยังใช้ชื่อซ้ำกันอีกด้วย ถ้าทราบว่า G ย่อมาจากอะไรก็จะช่วยได้มาก แต่ถ้าไม่ทราบแต่รู้ว่าอาจารย์ท่านนี้อยู่ที่มหาวิทยาลัยอะไร ก็จะช่วยให้ง่ายขึ้นไปอีก อย่างเช่น Weeks, G ตรงตัวแบบนี้ก็มีสิบกว่าชื่อแล้ว แถมยังอยู่คนละสถาบันอีก ถ้าเราไม่มีข้อมูลเพิ่มก็ต้องเสียเวลาไล่เปิดดูอีกนะครับ

รูปที่ ๑ เฉพาะชื่อ Weeks, G ก็มีมากมายแล้วครับ แต่ให้ลองดูด้านข้างนะครับ
เขาจะบอกรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละรายชื่อว่าทำวิจัยในสาขาอะไร ต้นสังกัดคือที่ไหน
ซึ่งจะช่วยเราได้เยอะทีเดียว

ที่หาได้ชัดเจนและตรงมากที่สุดคือการค้นจากชื่อผลงานวิจัยหรือก็คือ Title ตรงตัวเลยนะครับว่า ชื่อเรื่อง บางคนสับสนกับคำว่า หัวเรื่อง (Subject) คนละความหมายเลยนะครับ หัวเรื่องนั้นจะหมายถึงขอบเขตเนื้อหาของงานชิ้นนั้นๆ ว่าเกี่ยวกับอะไร ซึ่งหนึ่งชื่อเรื่องอาจมีได้หลายหัวเรื่อง บางครั้งผมคิดว่าหากใช้คำทับศัพท์น่าจะเข้าใจกันได้ง่ายกว่า

รูปที่ ๒ หน้าสืบค้นของฐานข้อมูลจะมีส่วนที่ให้เราระบุ หัวเรื่อง (Subjects) อย่างเช่น Scopus
เราสามารถระบุได้ว่าจะให้ค้นเฉพาะในหัวเรื่องใดหรือจะค้นจากทั้งหมดที่มีก็ได้ (กรอบสีส้ม)

รูปที่ ๓ ในหน้าจอแสดงผลลัพธ์ เราก็ยังระบุขอบเขตหัวเรื่องได้อีก (กรอบสีส้ม)
เช่นจากผลลัพธ์ทั้งหมด Scopus จะบอกเราว่าถ้าเฉพาะในหัวเรื่อง Medicine จะมี ๓๘๕ เรื่อง

บางครั้งหากไปเจอบทความที่น่าสนใจขึ้นมา แต่บังเอิญว่าเขาอาจจะลง Reference ไม่ครบถ้วน อย่างน้อยก็ขอให้จดชื่อเรื่องมาให้ครบก็ยังดีนะครับ ที่ว่าจดให้ครบเพราะว่ามีนักวิจัยหลายท่านที่อาจจะทำวิจัยที่ต่อเนื่องกัน ชื่อผลงานจึงอาจจะคล้ายคลึงกันมาก อาจมีเปลี่ยนคำเพียงเล็กน้อย การจดมาให้ครบถ้วนจึงจะช่วยในการค้นหาได้ดีที่สุด (รูปที่ ๔)

รูปที่ ๔ ลองสังเกตบทความในข้อที่ ๓ และ ๔ นะครับ
ทีมผู้วิจัยเหมือนกันหมด ตีพิมพ์ในวารสารชื่อเดียวกัน
และถ้ามองผ่านๆ ชื่องานวิจัยก็ขึ้นต้นเหมือนกัน บางท่านดูเผินๆ
โดยไม่ได้อ่านชื่อเรื่องทั้งหมดหรือดูปีที่พิมพ์ อาจทำให้เข้าใจผิดได้นะครับ

ถ้ามีชื่อเรื่องที่สมบูรณ์จะทำให้การค้นหานั้นง่ายขึ้นและตรงกับความต้องการได้มากที่สุด แต่บางกรณีไม่มีชื่อเรื่องก็จะลำบากสักหน่อย ยิ่งถ้าจดมาไม่ถูกแล้วก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก และที่มักจะพลาดกันเสมอคือชื่อวารสารครับ บางทีอาจจะเรียกกันง่ายๆ สั้นๆ โดยตัดคำบางคำออก ถ้าเรียกกันเพื่อเข้าใจในกลุ่มวิจัยก็ได้อยู่ครับ แต่เกิดติดปากขึ้นมาจนชิน ทีนี้เวลามาถามหาที่ห้องสมุดก็จะพาลเอาเข้าใจผิดกันได้นะครับ อย่างเช่น

ผู้ใช้ :        “อยากจะหาบทความใน Bio Chem ปี ๑๙๙๐ ค่ะ”
บรรณารักษ์ :  “Bio Chem มันมีหลายเล่มนะครับ พอทราบชื่อเต็มไหมครับ”
ผู้ใช้ :        “อ่า …มันมีชื่อเต็มด้วยเหรือพี่ ไม่รู้อ่ะ เรียกแต่ Bio Chem ไม่แน่ใจว่าเล่มไหน”
บรรณารักษ์ :  “…T_T…”

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามต่อตอนหน้า …

——————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s