การตลาดกับห้องสมุด : รู้เรา รู้เขา ชนะตั้งแต่ยังไม่รบ

‘ซุนวู’ เคยว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง ความจริงเป็นการเปรียบเทียบสอนให้รู้จักกำลังตนและกำลังฝ่ายตรงข้าม มิให้ประมาท ไม่ใช่เฉพาะแค่การศึกสงคราม แต่ในสมรภูมิชีวิตเราก็เอามาปรับใช้ได้เหมือนกัน

เดือนพฤศจิกายนนี้ ที่ห้องสมุดสตางค์ได้รับเกียรติจากหน่วยงานระดับบิ๊กถึงสองแห่งแจ้งความประสงค์มาเยี่ยมเยียน ศึกษาดูงาน คือ ห้องสมุดธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พอฟังชื่อสองหน่วยงานนี้แล้วเล่นเอาหลายคนเกร็ง โดยเฉพาะน้องๆ ที่สงสัยหนักหนาว่า “พวกเขาจะมาดูอะไรเรา”

ตั้งวงสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างเมามัน

เล่าไปจะหาว่าคุย แต่ก่อนนั้นย้อนไปไม่ไกลสัก ๒-๓ ปี ห้องสมุดสตางค์ของเราให้การต้อนรับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนดูงานเป็นประจำทุกเดือน ผมลองนั่งนับย้อนหลังไป ๕ ปีหลังสุด เอาอย่างที่เป็นทางการนะครับ มีหน่วยงานมาดูงานเราถึง ๕๐ ครั้ง ก็เฉลี่ยปีละ ๑๐ ครั้งทีเดียว นี่ยังไม่นับเคสที่มากันแบบฉุกเฉิน แวะมากันแบบไม่เป็นทางการ หรือไม่ก็มากันด้วยความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว ซึ่งในทุกๆ ครั้งผมก็มักจะได้ยินเสียงรำพึงที่ว่า “พวกเขามาดูอะไรเรา” อยู่ทุกหน บางครั้งก็มีเสียงผมประสานลงไปเสียด้วยก็มี

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการได้รับเกียรติเช่นนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวห้องสมุดสตางค์ทุกคน ที่การทำงานของเราเป็นที่เข้าตา หรือผลงานของเราได้รับความสนใจจากหน่วยงานภายนอก การได้เป็นหน่วยงานต้นแบบที่มีคนมาศึกษาการทำงานนั้นนับเป็นเรื่องดีนะครับ แสดงให้เห็นว่าการทำงานของเราไม่สูญเปล่า ผู้บริหารห้องสมุดหรือบรรณารักษ์รุ่นใหญ่จึงต้องชี้ให้น้องๆ เห็นถึงความสำคัญในการให้การต้อนรับหน่วยงานเหล่านี้

อาจจะดูเป็นการยกตนสักนิดนะครับ (สำหรับผมแล้วผมเรียกมันว่าเป็นการรู้จักตัวเอง)ในทางกลับกันนั้น มันแสดงให้เห็นว่าห้องสมุดอื่นๆ เขากำลังวิ่งไล่กวดเราอยู่ เราจะมัวเดินอ้อยอิ่งไม่ได้ สปีดที่เราทำต้องอย่าให้ตก อย่างน้อยต้องคงที่ ถ้าให้เจ๋งมันต้องดีขึ้นทุกๆ ปี

ในสมัยที่ KM กำลังฮอตๆ เมื่อสัก ๕ ปีที่แล้ว ห้องสมุดสตางค์เราเริ่มจัดกิจกรรมกันอย่างจริงจังมาก่อนหน้านั้นเกือบสองปี (คุยอีกแล้ว) เจ้าหน้าที่หลายคนไม่ทราบหรอกครับว่าที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนั้นมันคือการจัดการความรู้ กิจกรรมง่ายๆ อย่าง Morning Talk (แปลงมาจาก เรื่องเล่าเช้านี้  ของคุณสรยุทธ์ ที่กำลังบูมมากๆ ในตอนนั้น) กลายเป็นของแปลกที่ใครๆ ก็มาดูงาน ห้องสมุดกลายเป็นหน่วยงานตัวอย่างสำหรับการทำ KM ในคณะ หลายแห่งเริ่มทำบ้างแต่ก็ซาลงเมื่อกระแส KM ผ่านไป แต่ห้องสมุดสตางค์กลับไม่ซาด้วย เพียงแต่เราเปลี่ยนรูปแบบตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งน้องๆ บางคนก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า KM ของห้องสมุดไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มันแปรรูปไปเท่านั้นเอง

การมีคนมาดูงานนอกจากช่วยทำให้เราภูมิใจในงานที่ทำ ช่วยเตือนเราว่าหน่วยงานอื่นเขาไม่ได้ดูดาย ในอีกบางมุมมองการมีคนมาเยี่ยมชมก็มีประโยชน์อีกหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่เราถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ออกไปเท่านั้น การที่มีหน่วยงานอื่นมาเยี่ยมเราถึงที่ ก็เป็นโอกาสให้เราได้มองเขากลับไปได้เช่นกัน

อย่างล่าสุด ห้องสมุดธนาคารแห่งประเทศไทย มาเยี่ยมเยียนเรา ขอบอกไว้เลยว่าแม้ผู้บริหารและบรรณารักษ์อาวุโสของห้องสมุดแบงค์ชาติ (ขออนุญาตย่อ) จะบอกว่าเป็นฝ่ายมาดูงานเรา แต่เราเองกลับได้ความรู้และแนวคิดใหม่ๆ อีกมากมายจากท่านทั้งหลาย การพูดคุยในแบบแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่บางครั้งเราคิดไม่ถึง ถ้าไม่ได้พูดคุยกันในวันนั้น เราเองคงไม่มีทางรู้หรอกว่าคนแบงค์ชาติเองเขาก็ทำวิจัยและต้องอาศัยห้องสมุดเหมือนกัน เราไม่มีทางรู้ว่าห้องสมุดแบงค์ชาติมีระบบให้บริการอย่างไร เราไม่มีทางรู้เลยว่ามุมมองของคนในองค์กรที่มีต่อห้องสมุดเป็นอย่างไร เราไม่มีทางรู้เลยเลยว่าห้องสมุดแบงค์ชาติกำลังจะขยายแนวรุกสู่ภายนอก ฯลฯ ทัศนะเหล่านี้เราสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาตนเองได้อีก สิ่งเหล่านี้คือผลพลอยได้ที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

คณะผู้บริหารและบรรณารักษ์ห้องสมุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และหวังว่าอาจจะมีโอกาสได้พบกันอีก

และอย่างที่ผมบอกไปเมื่อตอนต้น การที่มีหน่วยงานมาดูงานเรา แสดงว่าหน่วยงานอื่นๆ เขากำลังวิ่งไปข้างหน้าเพื่อพัฒนา เราเองยิ่งต้องวิ่งไปให้เร็วกว่าและไกลกว่า นับเป็นโชคดีที่งานห้องสมุดนั้นไม่ได้แข่งขันหรือวัดกันที่ผลกำไรหรือผลประกอบการทางธุรกิจ แต่ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง สามารถเรียนรู้ได้จากสื่อที่หลากหลายและไม่สิ้นสุด ห้องสมุดจะเป็นหรือตายก็ยังไม่ทราบได้ การตระหนักว่าเราเองไม่อาจอยู่รอดได้หากยังไม่พัฒนาตนเอง คือจุดเริ่มต้นของการกระตุ้นให้เราเองต้องมองไปข้างหน้ามากกว่าจะระรื่นกับผลงานความสำเร็จในอดีต

ยังไม่ต้องไปรบกับใครหรอกครับ แค่รบกับตัวเราเองก็หนักหนาสาหัสเอาการแล้ว
————————————————————————————————————————————
การตลาดกับห้องสมุด: บทความชุดนี้เป็นเรื่องราวของกิจกรรมทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้ในกิจการของห้องสมุด บางเรื่องเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา บางกิจกรรมเป็นเรื่องของการตลาดที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว ทั้งนี้ล้วนแต่เพื่อส่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางปัญญาให้กับผู้ใช้ห้อง สมุดทุกท่าน เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญโดยไม่แสวงหารายได้หรือผลกำไรนั่นเอง

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in การตลาดกับห้องสมุด and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s