กว่าจะได้อ่าน “หนังสือ” : ตอนที่ ๔ ขนาดกระดาษ

word_publishing_layoutครั้งก่อนเราคุยกันเรื่องประเภทของกระดาษที่จะเอามาทำหนังสือกันไปแล้วนะครับ คงจะพอได้ไอเดียเกี่ยวกับคุณภาพและความเหมาะสมของกระดาษสำหรับหนังสือของท่าน ส่วนเรื่องของราคานั้นก็จะแปรผันตามคุณภาพล่ะ ถ้าใช้กระดาษอาร์ตทั้งเล่มก็ใช้ต้นทุนสูงหน่อย ไม่เช่นนั้นก็ใช้กระดาษบรู๊ฟแทน ซึ่งก็ไม่แปลกนะครับ ไม่ได้ดูด้อยค่านะครับ เดี๋ยวนี้มีหลายเล่มที่ใช้กระดาษบรู๊ฟถูกๆ ทำ ถ้าไม่เน้นเรื่องความคงทนถาวรล่ะก็นะ

ทีนี้ถึงเวลาของความรู้เรื่องขนาดกระดาษ มันจะต้องเริ่มตั้งแต่ไอเดียตั้งต้นของการทำหนังสือนั่นเลยเชียว ว่าเราอยากได้หนังสือขนาดไหน เพราะมันจะมีผลต่อเนื่องถึงการจัดรูปเล่มด้วย ขนาดของหนังสือก็ขึ้นกับความพอใจของผู้ผลิตครับ อยากได้เล่มโตๆ เล็มเล็กๆ เป็นวงกลม แปดเหลี่ยม ยี่สิบเหลี่ยมก็ตามแต่ครับ ทำได้หมดแหละ แต่จะออกมาดึรึเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง

ขนาดของหนังสือโดยทั่วไปก็มีอยู่ไม่กี่ไซส์ หนังสือรายงานหรือเอกสารที่เป็นทางการหน่อยก็อาจจะใช้ขนาด A4 หรือ Letter พ็อกเก็ตบุ๊คก็ครึ่งหนึ่งคือ A5 หรือจะเล็กกว่านั้นก็ได้ มาตรฐานใหญ่ๆ ก็มีสามไซส์ตามนี้ นอกจากนั้นก็ตามแต่พอใจครับ

ทีนี้ก็อาจจะสงสัยกันว่าขนาดกระดาษที่เราคุ้นเคยอย่าง A4 A5 มันคืออะไรใช่ไหม

สากลโลกของขนาดกระดาษบนดาวเคราะห์ดวงนี้เขามีข้อกำหนดตามมาตรฐาน ISO 216 ที่ใช้กันอยู่ก็จะมีกระดาษขนาดมาตรฐาน A B และ C แต่ที่เรารู้จักและใช้กันมากที่สุดคือกระดาษมาตรฐาน A อย่างที่เราเรียก A3 A4 A5 ซึ่งขอให้ทราบกันว่านอกจากกระดาษ A แล้วยังมีขนาดอื่นด้วย (กระดาษดับเบิ้ลเอ นั่นไม่ใช่นะครับ อันนั้นเป็นเครื่องหมายการค้า) ส่วนที่ว่าทำไมคนนิยมใช้ขนาด A ผมก็ไม่ทราบได้ แต่เอาเป็นว่าทั้งโลกต่างก็คุ้นเคยกัน เครื่องปริ้นท์รุ่นต่างๆ ก็ผลิตออกมาเพื่อรองรับกระดาษไซส์นี้ทั้งสิ้น

A_size_illustrationขนาดกระดาษตระกูล A

Print

กระดาษตระกูล A นั้น มีขนาด 41.81 x 66.22 นิ้ว ขนาดนี้เรียกว่า 2A พอพับครึ่งหนึ่งก็จะเหลือขนาด 33.11 x 46.81 นิ้ว ซึ่งเรียกว่า A0 พับอีกครึ่งหนึ่งก็จะเหลือขนาด 23.39 x 33.11 นิ้ว เรียกว่า A1 จากนั้นถ้าพับครึ่งไปเรื่อยๆ ขนาดก็จะลดลงทีละครึ่ง แล้วก็เรียกตามจำนวนครั้งที่พับโดยเอา A0 เป็นตัวตั้ง

ทีนี้ถ้าเป็นการพิมพ์ในระบบโรงพิมพ์ล่ะ แบบนี้เราจะใช้กระดาษขนาดมาตรฐานอีกประเภทหนึ่งคือขนาด 43 x 31 นิ้ว ซึ่งจะใช้เรียกให้สัมพันธ์กับขนาดของแท่นพิมพ์ด้วย ซึ่งขนาดตั้งต้นนี้เรียกว่า ตัดหนึ่ง พอเราแบ่งครึ่งก็จะได้ “กระดาษตัดสอง” ขนาด 21.5 x 31 นิ้ว หลักการก็คล้ายๆ กับขนาด A คือตั้งต้นที่ตัดหนึ่ง แล้วก็ตัดทีละครึ่งซ้ำไปเรื่อยๆ ที่ครั้งก็ว่ากันไป

ทีนี้ขนาดมาตรฐานที่ใช้ในการทำหนังสือหรือที่คงจะคุ้นหูกันมาบ้างเช่น 8 หน้ายก หรือ  16 หน้ายก อันนี้เขาเริ่มต้นที่ขนาดตัดสอง (21.5 x 31 นิ้ว) จากนั้นก็พิมพ์งานเข้าไปโดยเทียบกับขนาด A4 (8.3 x 11.7 นิ้ว) ให้ได้เต็มพื้นที่ก็จะได้ 8 แผ่น พิมพ์สองหน้าก็จะได้เป็น 16 หน้า (อย่าตกใจว่าหารแล้วไม่เท่ากัน เพราะมันจะต้องมีเนื้อที่เหลือสำหรับเจียขอบด้วยไงล่ะครับ)

A1อันนี้คือ 16 หน้ายกครับ พอพับแล้วเจียขอบ ก็จะได้หน้าตามนี้

ทำความเข้าใจก่อนว่าการพิมพ์งานในโรงพิมพ์นั้นมันไม่เหมือนเราปริ้นท์งานจากเครื่องปริ้นท์ที่ไหลออกมาทีละแผ่นทีละหน้า ขืนทำแบบนี้ในโรงพิมพ์ก็เปลืองเวลา เปลืองเงินตาย เขาจะใช้พิมพ์ทีละหลายๆ หน้าลงในเพลทหรือต้นฉบับชุดเดียว ดังนั้นพิมพ์หนึ่งครั้งบนกระดาษขนาดมาตรฐาน ก็จะได้หลายหน้าตามที่เรากำหนดเอาไว้ แล้วค่อยยกขึ้นหนึ่งที แบบนี้เขาจึงเรียกว่าหน้ายก อย่าง 8 หน้ายกก็คือพิมพ์ทีละแปดหน้า (ในครั้งเดียว) แล้วยกขึ้น ถ้าเพิ่มเป็นสองเท่าก็เรียก 16 หน้ายก คือพิมพ์ทีละ 16 หน้า แล้วยกขึ้น พอเสร็จแล้วค่อยเอามาตัดขอบ

16layoutใครที่เคยทำหนังสือทำมือ คงจะคุ้นเคยการวาง layout แบบง่ายๆ นะครับ

ถามว่าแล้วถ้าขยายกระดาษตั้งต้นให้ใหญ่ๆ จะได้พิมพ์ทีละหลายๆ หน้าจะไม่ดีกว่าเหรอ ก็คิดดีครับ แต่แท่นพิมพ์มันจำกัดขนาดไว้แบบนี้ และเพื่อให้เหมือนกันและเข้าใจกันทั่วโลก  มันจึงกำหนดไว้แบบนี้ไงล่ะครับ

งานพิมพ์ในโรงพิมพ์นั้นมันไม่เหมือนเราปริ้นท์งานในคอมนะครับ ไม่ใช่ว่าจัดหน้าลงเป็นไฟล์แล้วสั่งพิมพ์ แต่เขาจะมีกระบวนการทำเพลทขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแม่พิมพ์ เพลทที่ว่านี่ก็คือแม่พิมพ์นี่แหละครับ ต้นฉบับที่ได้มาเขาจะมาจัดเรียงให้พอดีกับขนาดกระดาษตัดสอง วางตำแหน่งให้พอเหมาะว่าจะเป็น 8 หน้ายก หรือ 16 หน้ายก จากนั้นก็ผ่านกระบวนการสร้างเป็นเพลทขึ้นมาแล้วค่อยนำไปเป็นแม่พิมพ์ เขาจึงเรียกว่างานพิมพ์ ไม่ใช่การปริ้นท์

ถามว่าแล้วถ้าอยากได้หนังสือขนาดแปลกๆ ล่ะ ก็ไม่มีปัญหาครับ โรงพิมพ์เขาก็จะจัดการให้เราตามต้องการ แต่ถ้าขนาดมันพิเศษมากๆ ท่านก็จะเปลืองต้นทุนไปกับการสร้างเพลท ที่มันแพงเนี่ยคือค่าเพลทนะครับ ถ้าเราใช้ขนาดกระดาษพื้นฐานอย่าง A4 A5 เราก็สามาถคำนวณได้ว่าต้องใช้กี่เพลท จะเหลือพื้นที่เท่าไหร่ จะคุ้มไหม ถ้าเกิดเป็นขนาดที่พิสดารก็อาจจะต้องเปลืองเพลทมากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สูงตาม แล้วยิ่งถ้าเพิ่มหน้าสี ก็ต้องทำเพลทสีเพิ่มอีก ถ้าคำนวณไม่ลงตัวเราก็จะสิ้นเปลืองงบประมาณขึ้นไปอีก

อย่างเช่นสมมุติว่าเราทำพ็อกเก็ตบุ๊คซักเล่ม ขนาด A5 จัดรูปเล่มแล้วได้ 160 หน้า ถ้าเป็นขาว-ดำหมดก็พิมพ์ 16 หน้ายก ใช้เพลท ๑๐ เพลท ครบยกพอดีเป๊ะ เกิดอยากให้มีหน้าสีด้วยสัก 10 หน้า ก็ต้องแยกเพลทสีต่างหาก ดังนั้นจึงเหลือหน้าขาว-ดำ 150 หน้า ซึ่งก็ต้องใช้ 10 เพลทอยู่ดี แล้วเพิ่มเพลทสีสำหรับหน้าสี 10 หน้า อีก 4 เพลท (พิมพ์สี่สีต้องใช้สีละเพลท) ต้นทุนเพิ่มแล้วครับ จาก 10 เพลท กลายเป็น 14 เพลท แถมเพลทที่งอกมาใหม่ก็ใช้ไม่คุ้ม เพราะยังเหลือพื้นที่ให้พิมพ์ได้อีกตั้ง 6 หน้า เสียเปล่าไปเลย ดังนั้นจึงต้องคำนวณให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น

คงจะไม่งงกันนะครับ นี่ว่ากันเฉพาะการพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์ขนาดกระดาษตัดสอง ซึ่งแท่นพิมพ์ก็ยังมีขนาดอื่นอีก แต่หลักการทำงานก็จะเหมือนกัน

——————————————————————————————————————————

ผมเป็นคนที่อยู่กับหนังสือมาอย่างน้อยก็เกินครึ่งชีวิตล่ะ ทุกวันนี้ก็กินนอนอยู่กับมัน ถึงจะไม่ได้ทำหน้าที่ผลิตหนังสือโดยตรง แต่ก็พอจะมีประสบการณ์มาบ้าง ในฐานะอาชีพบรรณารักษ์ที่คงแยกจากหนังสือลำบาก จึงอยากจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ทั้งที่ทำมาเองและจากการค้นคว้า ให้ท่านที่สนใจได้ศึกษา หวังว่าความรู้เล็กน้อยที่ผมพอจะมีติดตัวบ้างนี้อาจจะเป็นประโยชน์บ้างสักนิดหน่อยก็ยังดี

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

This entry was posted in หนังสือ and tagged , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

One Response to กว่าจะได้อ่าน “หนังสือ” : ตอนที่ ๔ ขนาดกระดาษ

  1. xedu says:

    เสริมเรื่อง : การทำเพลท งาน Prepress

    http://xsci.blogspot.com/2014/09/prepress.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s