“อาจารย์อมร ศรีวงศ์” ผู้ให้กำเนิดตำนาน “ตึกกลม”

_MG_6178-Edit-5

“อมร ศรีวงศ์” ชื่อนี้อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักนักในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ ๖๐ กว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการสถาปัตยกรรมของเมืองไทย จะมีสักกี่คนกันที่ไม่รู้จัก ผู้เขียนเองเมื่อแรกได้ยินชื่อก็ให้สงสัยว่าท่านผู้นี้คือใคร จนเมื่อได้ทราบความก็บังเกิดความนิยมชื่นชม และหวังจะได้สนทนา รับฟังข้อคิด ความรู้ ตามประสาผู้น้อยที่หวังจะได้ความเมตตาจากผู้อาวุโสกว่า

ท่านผู้นี้คือสถาปนิกอาวุโสผู้ออกแบบอาคารเรียนรวมของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือที่เรียกกันจนคุ้นว่า “ตึกกลม” ด้วยความที่มีรูปร่างลักษณะที่แปลกตา โดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสวนป่าในกลางกรุงเทพมหานคร หากมองจากที่ไกลๆ จะคล้ายยานอวกาศจอดอยู่ บางครั้งจึงมีคนเรียกว่า ตึกจานบิน หรือบางคนยังเรียกว่า ตึกหมวกจีนหรือตึกหมวกเจ๊ก ก็มี เพราะหากจะดูให้เหมือนหมวกที่ชาวจีนสมัยก่อนชอบใส่กันก็ย่อมได้

อาคารหลังนี้เป็นเหมือนลายเซ็นที่โดดเด่นของ “อาจารย์อมร” ภายหลังเมื่อตึกกลมเสร็จสมบูรณ์ ท่านก็ได้ออกแบบอาคารเรียนรวมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอีกหลังหนึ่งที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ชาว มอ.เรียกขานกันว่า “ตึกฟักทอง”

DSC06964

อาจารย์อมรเริ่มต้นชีวิตการเป็นสถาปนิกจากการเปิดสำนักงานเล็กๆ แถวสะพานควาย รับงานออกแบบอาคารขนาดเล็กประเภทที่พักอาศัย จนได้รับการยอมรับจากบรรดาเจ้าของอาคาร จากนั้นจึงไต่ระดับสู่การออกแบบอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของอาจารย์อมรเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีผู้ให้ความสนใจต้องการให้อาจารย์อมรออกแบบอาคารให้เป็นจำนวนมาก จากผลงานที่สวยงาม ราคาเหมาะสม เสร็จตามกำหนดเวลา อาจารย์อมรได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เคล็ดลับการออกแบบอาคารให้สวยงาม นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับสัดส่วน การใช้สี การเลือกพื้นผิววัสดุ ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านองค์ประกอบศิลปะที่สถาปนิกทุกคนต้องมีความชำนาญแล้วนั้น ความรู้ด้านโครงสร้างก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้อาคารแลดูงดงาม โดยไม่ต้องพึ่งพาวัสดุราคาแพง

ความยึดมั่นในคุณธรรมของจรรยาบรรณการประกอบวิชาชีพของอาจารย์อมรก็เป็นที่ชื่นชม ท่านจะไม่ยอมรับค่าคอมมิชชั่นจากการใช้วัสดุ ไม่รับสินน้ำใจจากผู้รับเหมาเวลาตรวจงาน ซึ่งเหล่านี้ช่วยให้ค่าก่อสร้างอาคารลดลงทั้งสิ้น ในส่วนการทำงานที่ตรงต่อกำหนดเวลานั้น เป็นเพราะท่านจะคำนวณราคาวัสดุอย่างละเอียดขณะทำการออกแบบ เมื่อเขียนแบบเสร็จแล้วก็สามารถส่งงานได้โดยไม่ต้องแก้ไขหลายครั้งเพราะปัญหาจากการออกแบบที่เกินงบประมาณนั่นเอง

สำหรับผู้เขียนเองเมื่อครั้งแรกที่มีโอกาสสนทนากับอาจารย์อมร ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง ท่านให้ความรู้หลายต่อหลายอย่างที่เป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้เขียน และในบางครั้งก็ช่วยสร้างความกระจ่างให้จากปัญหาที่มืดบอดมาแสนนาน ท่านเป็นผู้ที่ให้ความกรุณาต่อผู้น้อยในการถ่ายทอดแนวคิด ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม หรือกระทั่งข้อคิดในการใช้ชีวิตตามประสาผู้ใหญ่ผู้ผ่านโลกมาก่อน

หลายหนที่ผู้เขียนได้มีโอกาสให้การต้อนรับเมื่ออาจารย์อมรแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนคณะวิทยาศาสตร์ ทั้งอย่างที่เป็นทางการและเป็นการส่วนตัว ทุกครั้งผู้เขียนมักได้รับคำสอนสั่งที่เป็นประโยชน์เสมอ ครั้งหนึ่งมีกลุ่มนักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ติดต่อขอสัมภาษณ์อาจารย์อมร ในฐานะที่เป็นผู้ออกแบบตึกกลม ซึ่งได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๓ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านได้นัดแนะกับนักศึกษามาพูดคุยกันที่คณะวิทยาศาสตร์ และได้กรุณาเรียกผู้เขียนให้เข้าร่วมสนทนาด้วย ในครั้งนั้นเองทำให้ผู้เขียนได้เห็นจิตวิญญาณของความเป็นครูจากอาจารย์อมร โดยท่านได้ถ่ายทอดวิชาความรู้เป็นวิทยาทานให้แก่คนรุ่นหลังอย่างไม่ปิดบัง

อาจารย์อมรยังได้เล่าเกร็ดความรู้ในเรื่องต่างๆ เมื่อครั้งอดีตเพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ซึ่งผู้เขียนก็ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอยู่เสมอทุกครั้งที่ได้มีโอกาสสนทนาด้วย อย่างเช่นเรื่องราวของตึกฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ที่สมัยแรกเริ่มใต้ตึกจะเปิดโล่งไว้สำหรับทำกิจกรรม และรอบๆ ขุดเป็นบ่อน้ำ ซึ่งปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว

“…ตั้งใจทำให้เป็นสระน้ำ มันจะได้เย็นไง แล้วพื้นที่มันก็โล่ง ลมมันก็ผ่านได้หมด จะนั่งมุมไหนก็เย็นสบายเพราะหันหน้าเข้าทางลม แต่ละตึกจะมีความห่างกันเป็นช่องลมผ่าน แต่สมัยนี้ตึกมันบังหมดแล้ว … อาจารย์วิสุทธิ์ (ศ.ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้) นี่มาแต่งงานที่นี่นะ (หัวเราะ) นักศึกษาเขาก็มาเต้นลีลาศด้วย…”

ผลงานอันโดดเด่นของอาจารย์อมร ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีชิ้นหนึ่งคือ อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพัฒนา สาขาสวนมะลิ (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารมหานคร และได้ควบกิจการกับ ธนาคารกรุงไทย เมื่อปี ๒๕๔๑) โดย พลเอก กฤษณ์ สีวะรา ประธานธนาคารไทยพัฒนาและยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในสมัยนั้น เป็นผู้มอบหมายงานชิ้นนี้ให้ อาคารหลังนี้โดดเด่นด้านการออกแบบโครงสร้างที่นับว่าล้ำสมัยมากในสมัยนั้น คืออาศัยสร้างโครงค้ำคอนกรีตขนาดยักษ์ไว้ด้านบนสุดของอาคาร ทำหน้าที่หิ้วโครงสร้างทุกๆ ชั้นไล่ลงมาจนถึงชั้นสอง โครงสร้างนี้จะถ่ายน้ำหนักไปยังเสาลอยรอบตัวอาคารซึ่งออกแบบอย่าวิจิตรงดงาม

อาคารธนาคารไทยพัฒนา (ธนาคารกรุงไทย สาขาสวนมะลิ ในปัจจุบัน)

อาคารธนาคารไทยพัฒนา (ธนาคารกรุงไทย สาขาสวนมะลิ ในปัจจุบัน)

อาคารที่โดดเด่นอีกหลังหนึ่งคือ อาคารเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านได้ออกแบบโครงสร้างโดยเลียนแบบลักษณะการสาน “ชะลอม” เนื่องจากลักษณะโครงสร้างของอาคารรูปแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ละส่วนจะยึดเชื่อมกันเป็นตาข่าย หากส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย โครงสร้างส่วนอื่นๆ ก็ยังคงรักษาตัวอาคารให้ดำรงอยู่ได้ ขณะเดียวกันการออกแบบรูปร่างภายนอกก็คงความสวยงามและใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งท่านได้เลยปรารภทีเล่นทีจริงว่าออกแบบมาเพื่อกันลูกระเบิดและกันกระสุน ปรากฎว่าก็ได้ทำหน้าที่อย่างที่ท่านว่าไว้จริงๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙

อาคารคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาคารคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวคณะวิทยาศาสตร์เป็นที่สุดก็คือ ตึกกลม อาคารอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๓ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ อาคารหลังนี้อาจารย์อมรออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นที่ตั้ง โดยท่านเล่าถึงที่มาว่า

“…ทุกตารางนิ้วในห้องนั้นเสียงมันต้องเท่าๆ กันหมด เพราะฉะนั้นจะให้มุมโน้นด้อยกว่ามุมนี้ มุมนี้ดีกว่ามุมโน้นมันไม่ถูกต้อง พยายามให้ทุกเก้าอี้ได้มองเห็น ได้ฟังเสียงเท่ากันหมด…”

อาจารย์อมรใช้รูปแบบของอัฒจันทร์กลางแจ้งสำหรับชมการแสดงของชาวกรีก-โรมัน ที่ก่อสร้างเป็นรูปครึ่งวงกลม มีที่งนั่งลดหลั่นเป็นขั้นบันได เหตุนี้ทำให้ผู้ฟังสามารถได้ยินเสียงผู้แสดงได้ชัดเจนจากทุกจุดโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง เมื่อรวมทุกห้องเข้าด้วยกันจึงได้รูปร่างเป็นวงกลม แต่ละห้องจะมีประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้าด้วยอาศัยเทคนิคทางจิตวิทยาคือทำให้นักศึกษาไม่เข้าห้องเรียนสายหรือออกจากห้องเรียนก่อนเวลา และอาจารย์ก็สามารถสังเกตเห็นผู้เรียนได้อย่างชัดเจนด้วย

ห้องบรรยายรวม ตึกกลม

ห้องบรรยายรวม ตึกกลม

วัสดุที่ใช้ก็ไม่ได้ใช้วัสดุราคาแพง แต่ใช้วัสดุที่หาได้ภายในประเทศ นำมาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์และความสวยงาม อย่างเช่นพื้นผิวบริเวณเพดานของอาคาร ใช้วิธีการตีไม้ระแนงให้ปูนไหลย้อยออกมาโดยไม่ได้ไสให้เรียบ เป็นการอาศัยลูกเล่นอย่างง่ายๆ แต่ทำให้เกิดพื้นผิวที่สวยงามและยังลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย นอกจากนี้ยังทำการยกตัวอาคารให้สูงจากพื้นดินและเปิดพื้นที่ใต้ตัวอาคารให้เป็นพื้นที่ว่างสำหรับนั่งพักผ่อนหรือใช้ทำกิจกรรมต่างๆ

พื้นที่ใช้สอยด้านล่าง

พื้นที่ใช้สอยด้านล่าง

ไม่เพียงแต่ ตึกกลม เท่านั้น อาจารย์อมรยังเป็นผู้ออกแบบอาคารของคณะวิทยาศาสตร์ทุกหลังเมื่อครั้งที่ย้ายมาจากถนนศรีอยุธยาเมื่อปี ๒๕๐๘ รูปร่างภายนอกที่ดูโดดเด่นแปลกตา แต่คงไว้ซึ่งประโยชน์ใช้สอย อย่างเช่นคานที่รองรับน้ำหนักของแต่ละชั้นที่ยื่นออกมานอกตัวอาคาร ใช้รองรับผนังกั้นอาคารด้านนอกซึ่งช่วยบังแสงแดดและฝนได้อีกทางหนึ่ง และอีกสถานที่หนึ่งที่หลายคนนึกไม่ถึงคือ หอถังเก็บน้ำของคณะวิทยาศาสตร์ ที่ออกแบบได้สวยงามราวกับเป็นประติมากรรมกลางแจ้ง และหอถังเก็บน้ำนี้ยังเป็นต้นแบบของหอถังเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อีกด้วย

อาจารย์อมรเป็นคนรักสันโดษ แต่ถึงกระนั้นท่านก็ยังสนใจและติดตามข่าวคราวของสังคมอย่างใกล้ชิด สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นั้น ท่านได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอทุกครั้งตามแต่โอกาสและสุขภาพจะเอื้ออำนวย ผู้เขียนยังจำได้ดีเมื่อต้นปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา อาจารย์อมรได้เดินทางมายังคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อสนทนากับท่านคณบดี ศ.ดร. ศกรณ์ มงคลสุข ถึงโครงการปรับปรุงตึกกลมและทัศนียภาพโดยรอบ อาจารย์อมรยังได้เรียกผู้เขียนเข้าไปพบและปรารภว่าอยากให้มาเป็นผู้ช่วย ซึ่งผู้เขียนได้ตอบกลับไปด้วยความเป็นผู้น้อยว่าเกรงจะทำไม่ได้ดี เนื่องจากไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาก่อน อาจารย์อมรตอบกลับมาว่า

“มันไม่ได้ยากอะไร ประเดี๋ยวผมจะฝึกให้เอง ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้หรอกคุณ”

คิดไม่ถึงว่าที่สุดแล้วผู้เขียนจะไม่ได้มีโอกาสฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน

อาจารย์อมร ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ สิริรวมอายุได้ ๘๔ ปี คงเหลือไว้เพียงความทรงจำ ตลอดจนผลงานที่ทรงคุณค่าให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึง และเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าเพื่อประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติสืบไป

ข้อมูลอ้างอิง

– วิสุทธิ์ ใบไม้, ศ.ดร.  สัมภาษณ์, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔.
– สถาปกร. บทเรียนการประกอบวิชาชีพจากสถาปนิกเอกชาวไทย. วิทยากรสถาปัตย์. ๑(๒๕๕๐): ๑๑๑-๑๒๒.
– อมร ศรีวงศ์.  สัมภาษณ์, ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐.
– อมร ศรีวงศ์.  สัมภาษณ์, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓.

——————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, อมร ศรีวงศ์ and tagged , , . Bookmark the permalink.

2 Responses to “อาจารย์อมร ศรีวงศ์” ผู้ให้กำเนิดตำนาน “ตึกกลม”

  1. Anonymous says:

    ชอบครับ เป็นสถาปนิกครับ เสียดาย ไม่ได้สัมภาษณ์ อาจารย์

    • stanglib says:

      ช่วงหลังๆ อาจารย์มักเก็บตัวครับ ไม่ได้ออกไปไหน คงเพราะปัญหาสุขภาพของท่านด้วย นานๆ ก็แวะมาเยี่ยมที่คณะเสียทีหนึ่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s