รำลึกถึงอาจารย์อมร ศรีวงศ์ : สัมภาษณ์พิเศษเรื่อง ‘ตึกกลม’

เมื่อช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ท่านคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ศ.ดร.ศกรณ์ มงคลสุข พร้อมด้วยบุคลากรของงานสารสนเทศฯ บุคลากรของหน่วยจดหมายเหตุฯ เป็นตัวแทนของคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์อมร ศรีวงศ์ สถาปนิกผู้ออกแบบตึกกลมและอาคารเรียน ของคณะวิทยาศาสตร์ นับเป็นการแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับอาจารย์อมร ผู้ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับคณะวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม

อาจารย์อมร มิใช่เพียงแค่สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารเท่านั้น แต่ท่านยังมีความผูกพันแนบแน่นกับ “อาจารย์สตางค์” ผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ ท่านจึงนับเป็นผู้หนึ่งที่มีความใกล้ชิดจนอาจเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันกับชาวคณะวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อเป็นการระลึกถึง เราจึงขอยกเอาบทสัมภาษณ์อาจารย์อมร เกี่ยวกับ ตึกกลม และคณะวิทยาศาสตร์ในอดีตมาเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ เป็นอนุสรณ์เตือนใจให้เราได้ภาคภูมิใจในความเป็นชาวคณะวิทยาศาสตร์ มหิดล

————————————————————————————————————————-

Amorn001อาจารย์อมร ศรีวงศ์

สัมภาษณ์ อาจารย์อมร ศรีวงศ์ เมื่อ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐

อยากให้อาจารย์เล่าถึงแรงบันดาลในในการออกแบบ เพราะหลายคนสงสัยว่าทำไมถึงออกมาเป็นตึกกลมแบบนี้

…คือเวลาออกแบบเนี่ย เวลาเราออกแบบเราต้องการอะไรที่ไม่ไปซ้ำ ขั้นแรกก็ต้องทำตัวเองให้หายไปก่อน ถ้าเราไปถือตัวตนไว้ ทุกอย่างมันก็ตัน อะไรที่ดีกว่าหรือใหม่กว่าเราก็ไม่กล้าทำ เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยคำสอนของศาสนาพุทธ ก็คืออนัตตา ถ้าไม่มีเราแล้ว … ที่ไม่เอาตัวเราไปเกี่ยวข้อง มันก็ออกมาเป็นรูปร่างให้เรา มันเป็นสัจธรรม เป็นของที่ไม่ตาย มีคุณค่าในตัวของมันเอง ก็ไม่ใช่ว่าผมออกแบบเก่งหรืออะไร เพียงแต่แยกแยะให้ออกเท่านั้นว่าอะไรคืออะไร

ทุกตารางนิ้วในห้องนั้นเสียงมันต้องเท่าๆ กันหมด เพราะฉะนั้นจะให้มุมโน้นด้อยกว่ามุมนี้ มุมนี้ดีกว่ามุมโน้นมันก็ไม่ถูกต้อง พยายามให้ทุกเก้าอี้ได้มองเห็น ได้ฟังเสียงเท่ากันหมด อันนี้เป็นอีกประเด็นที่เราตั้งไว้ แต่ถ้าอย่างเมื่อกี้ที่พูด คือถ้าเอาตัวเราไปขวางอยู่มันก็บังไปหมด ถ้าเราไปตั้งในจุดที่ถูก สิ่งที่ถูกมันก็เกิดขึ้น มันจะเหมือนใครไม่เหมือนใครช่างมัน แต่ว่าเราทำสิ่งที่ถูก ให้แน่ใจ มันก็จบ

และในที่สุดมันก็เลยกลายเป็นวงกลม?

เป็นวงกลมเพราะเหตุที่ว่าจำนวนห้อง ๕๐๐ ห้องนึง ที่เหลือก็ซอยเป็นสี่ คิดเอาจากรัศมีของวงกลมด้วยว่ามันควรจะเท่าไหร่ ก็ขึ้นกับเก้าอี้นั่ง จำนวนคือความจุ

MUSC001

ครั้งแรกที่พอสร้างเสร็จ ทุกคนเรียกเหมือนๆ กันว่าตึกลมหรือตึกจานบินเลย

ผมว่าควรจะเรียกอย่างที่ อ.สตางค์ พูด คือเรียกว่า Lecture Center เพราะว่ามันใช้ในการนี้ แต่ก็เรียกตึกจานบิน อะไรต่อมิอะไรยุ่งไปหมด

แล้วแต่ว่าใครมองเป็นรูปอะไร ?

มันเกิดขึ้นจากเหตุผลนะ เราไม่สนใจว่ามันจะเป็นรูปอะไร เราทำถูก ตรงเหตุตรงผลทุกอย่าง ไม่มีอะไรว่าผิดไม่มีอะไรว่าถูก งานดีไซน์นี่มันไม่ใช่เป็นเสื้อผ้า มันจะอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้นการออกแบบมันต้องคิดให้มันของสิ่งนี้มันมีค่ากว่าไอ้สิ่งนี้แน่ ๆ เพราะถ้าเราไม่เอาตัวเรามาขวาง เราก็เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง สมมติว่าผมทำตึกสูง ทีนี้ผมนึกว่าผมเป็นนักศึกษา แต่ผมทำให้ตัวผมหายไปให้เป็นอะไรก็ได้ ผมจะเดินยังไง ต่อยังไง เป็นอาจารย์ จะต้องมีแล็บที่ไหน พอผมเป็นภารโรงแล้วผมต้องคิดว่าไอ้ไม้ม็อบนี่จะไว้ไหน ผมก็ต้องมีห้องเก็บให้เค้า อยู่ในห้องน้ำ เพราะเค้าต้องเอาน้ำจากตรงนี้

แสดงว่าคิดจากผู้ใช้เป็นหลัก

ถูกต้องเลย

ท่านใช้เวลาออกแบบนานไหมครับ

ถ้าไปถูกทาง เดี๋ยวเดียว อ.สตางค์ บอกว่าเดี๋ยวจะมีประชุม ครม. อาทิตย์หน้าแล้ว คุณไปทำ Master Plan ให้เสร็จ ผมก็เสร็จ ๓ วันมันก็เสร็จ เพราะว่าเรารู้ขั้นตอนที่จะวาง แล้วก็ไปตามทางมันก็ง่าย … มันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ มันก็เลยเสร็จ อย่างตึกฟิสิกส์นี่มันใช้พื้นที่น้อยที่สุด เลยขอห้องสมุดมาแขวนไว้ที่ตึกนี้ เพราะก่อนนี้มันชื่อ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดิมทีเดียว มหาวิทยาลัยเขายังไม่เปิด มหิดลเนี่ย แล้วมันก็ไปทางไบโอ ทางเคมี มากกว่าฟิสิกส์ ฟิสิกส์ก็เลยใช้พื้นที่น้อยมาก เราเลยเอาห้องสมุดมาฝากไว้ นี่เป็นตัวอย่าง ผมทำที่ขอนแก่น เชียงใหม่ ธรรมศาสตร์ ก็ทำอยู่คนเดียวมันก็ทัน ถ้าเราจับประเด็นให้ถูก

แสดงว่าออกแบบโดยใช้ฟังก์ชั่นเป็นหลัก

ก็ควรจะเป็นอย่างงั้น

MUSC003“อาจารย์สตางค์” ศ.ดร.สตางค์ มงคลสุข คณบดีท่านแรก
ผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

แล้ว อ.สตางค์ มีส่วนในการออกแบบหรือแสดงความคิดเห็นไหมครับ

มีปัญหาก็ไปถามแก แกไม่มาพูดมากหรอก อ.สตางค์ ตามงานมาโดยตลอด อยู่มาปูนนี้นี่ผมก็เห็นอยู่คนเดียวนี่ ลูกน้องแกนี่แกดูแลตลอด แม้แต่ผมนี่แกก็ไปวิ่งเต้นให้ผมเสร็จ เพราะงานตอนนั้นต้องส่งหลักฐานให้กรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางก็ส่งให้ตรวจเงินแผ่นดิน อะไรอย่างเงี้ยะ มันก็ต้องตามให้หมดทุกอย่าง ผมว่าแกรอบคอบ ถ้าผมเด๋อๆ ไปเองคงโดน …

แสดงว่า อ. กำหนดสเปคให้ทีแรกแล้วก็ปล่อยให้ อ.ทำเองเลย

ผมก็เอาไปให้ดู แต่บางทีผมก็ไม่ทันถาม มันกระชั้นเหลือเกิน

สมัยโน้น ค่าออกแบบ ค่าก่อสร้างทั้งหมดเป็นเงินสักเท่าไหร่

ราวๆ ๔ ล้านบาท ทั้งหมดนี่ … ๔๐๐ ล้านนี่มันรวมทั้งเครื่องมือ ค่าจ้าง ที่จะก่อตั้งคณะ สารพัดนะ ไอ้ ๔๐๐ นี่ ร็อกกี้ เฟลเลอร์ ให้มา ๒๐๐ แล้วก็ อ.สตางค์ ก่อนที่จะได้จากร็อกกี้ เฟลเลอร์ แกก็ไปร้านทอง ร้านอะไรนะ เซ่ง เฮง หลี … ไปจ้างเค้าทำเรือสุพรรณหงส์ สมัยโน้น ๔ หมื่นกว่าบาท ควักกระเป๋าตัวเอง เอาไปให้หัวหน้าร็อกกี้ เฟลเลอร์ …

แล้วก็ได้มา ๒๐๐ ล้าน ….

(หัวเราะ) ผมว่าควักกระเป๋าทำให้ราชการ ผมเห็นมีคนเดียวนี่แหละ

แล้วเฉพาะค่าก่อสร้างอาคาร

ทั้งหมด … ผมว่าไม่ถึง ๑๐๐ ล้านหรอกครับ

เฉพาะตึกกลมนี่ ๔ ล้าน และถ้ารวมทั้งหมดคิดว่าไม่ถึง ๑๐๐ ล้าน?

ไม่ถึงหรอกครับ

จากตึกกลมที่คณะวิทย์นี่ ท่านก็สร้างที่สงขลาต่อเลย?

ครับ คือที่นั่นมันมีปัญหาเรื่องฝนตก กระเบื้องมันมีเสียง แต่เค้าให้งบน้อยเหลือเกิน … ขอไป ๕ ล้าน เค้าให้มา ๔ ล้าน เราก็ทำไปเท่านั้นแหละ เท่าที่เราทำได้ เวลาฝนตกมันก็มีเสียงดัง แล้วก็บางเวลาใช้ได้ไม่เต็มที่ ข้างนอกเป็นคอนกรีต ทรงมันก็แข็งแรง มันก็ออกมาเป็นรูปฟักทอง เราไม่เคยมีฟักทองอยู่ในหัวเลย

มันก็แก้ปัญหาเรื่องฝนด้วย

ใช่ เพราะมันไม่มีเหลี่ยม … ที่นั่นเค้าสงสัยอะไรเค้าไม่รู้ ผมเข้าใจว่าเค้าคงตั้งลำโพงผิด มันมีเอ็คโค่นิดหน่อย เค้าจ้างบริษัท … (ขอสงวนนาม) ไปเทสดู เค้าบอกว่าตั้งแต่ทำมา ไม่เคยมีอย่างนี้เลย เสียงก้องเป็นศูนย์

เพราะรูปทรงของอาคาร

ใช่ อย่างตึกมหิดลนี่เงินไม่พอ ใช้ไม้อัด ไม่มีเอ็คโค่เลย

หมายถึงตึกจานบินนี่

ใช้ไม้อัดไปตามฟอร์มของโครงหลังคา คือถ้าด้านหน้าหน่อยก็จะได้ยินชัดหน่อย เสียงที่สะท้อนจากหลังก็จะไม่มี แต่ตรงปลายมันจะได้ยิน ผมว่าพูดเสียงดังหน่อย ไม่ต้องใช้ไมโครโฟนก็ยังได้เลย

หลังคาตึกกลมนี่นะคะ มันเป็นกระเบื้อง?

กระเบื้องลอนคู่ของปูนซีเมนต์ไทย เอามาเรียง เป็นกลีบจำนวนเท่าๆ กัน มันก็สวย อีกอย่างมันก็หลอกตา ให้คนอื่นไม่กล้ามาแตะ เพราะว่าเสาที่จะรับตัวเนี่ย โครงสร้างเล็กๆ นี่เราก็ใช้เสาเหล็ก แทนที่จะใช้เสาไม้ธรรมดามาตั้ง น้ำหนักมันก็มาก ก็เอาเสาตัวแอล (L) ตัวแอลเหล็กฉากซึ่งหนา หนาราวๆ ๔ หุน ถ้าดูข้างนอกมันจะเหมือนกรอบหน้าต่าง มันก็ไม่เกะกะ ผมก็เลยเอาสลิงโยงจากข้างบนมา จริงๆ ไม่ได้ทำงาน ดึงไว้อวดโก้ (หัวเราะ) อวดโก้ว่านี่หลังคาแขวนนะ จริงๆ มันไม่ใช่ กรมโยธาจะมาดึงนี่เค้าก็ไม่กล้าแตะนะ ก็หลอกเค้าสำเร็จ

MUSC002

รอบๆ ตึกจะมีโซ่ที่ล่ามจากขอบลงมาที่พื้น มีไว้ทำอะไรครับ

คือปกติมันมีรางน้ำอยู่ข้างบน แล้วรางน้ำเนี่ยมันก็มักจะตันตรงท่อ ครั้นจะเอาท่อลงมามันก็ไม่สะดวก แล้วมันก็จะตันตรงนั้นบ่อยๆ ถ้ามีใบไม้ โซ่นี่มันทำหน้าที่เหมือนกันให้น้ำเกาะลงมา ไม่ให้กระเซ็นทั่วไปหมด ถ้าไม่มีโซ่มันก็กระจาย เท่านั้นเอง เดิมทีเดียวเป็นถังใส่น้ำอยู่ แล้วข้างล่างก็มีท่อต่อไปที่ระบายน้ำ ที่นี้เดี๋ยวนี้เค้าคงคิดว่าไม่เข้าใจ

กำแพงตรงนั้นไว้ทำอะไรคะ เค้าว่ามันกันเสียง แต่มันกันไม่ได้

โอ้ย กันเสียงที่หนึ่งเลย สมัยก่อนถนนอยู่ตรงนี้ ทางเท้า จานบินอยู่ตรงนี้ ต่อมาเขาปรับพื้นถนนไง มันก็เลยกันอะไรไม่ได้แล้ว

แล้วตึกกลมตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ

ยังแข็งแรงใช้งานได้อีกนาน รอบๆ นี่เมื่อก่อนโล่งหมด ตอนนี้เป็นป่าเสียแล้ว คือต้นไม้นี่ ตอนนี้เรามีต้นไม้สวย แต่มันรก ผมดูหนังสือของหลวงปู่มั่น แนะนำพระที่ไปปักกลด ให้ไปปักกลดในที่ที่ต้นไม้เลย ๓ วา ก็ ๖ เมตร แล้วข้างล่างไม่รก เป็นที่ที่อยู่สบายเหมือนอยู่ในเมือง อีกอย่างเวลาลมมามันก็โกรก มันไม่อับ แต่ของเรานี่มันแน่น เย็นมานี่ยุงเป็นฝูงๆ … ควรตัด

ต้นมะขามตรงทางซุ้มเฟื่องฟ้าและก็ตรงทางจะไปตึกกลม มีต้นมะขามอยู่สองฝั่ง … ว่ากันว่า อ.สตางค์ เป็นคนปลูก

ไม่จริง ๆ เด็กๆ มันกินแล้วทิ้ง มันก็โตขึ้นมา … (หัวเราะ)

บทสนทนานี้นับเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของคณะวิทยาศาสตร์ ที่นับวันจะค่อยๆ เลือนหายไปจากวคามทรงจำ เราจึงอยากรวบรวมบันทึกไว้เพื่อถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ชาวคณะวิทยาศาสตร์ได้ภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ  (หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์นี้มีการตัดทอนบางส่วนออกเพื่อความเหมาะสม)

——————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s