บรรณารักษ์ชวนคุย: วิทยาศาสตร์สำคัญที่วิจัย…วิจัยสำคัญที่คน

lib_talkเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา มีโอกาสอันดีที่ได้สัมภาษณ์ ศ.ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้ จากภาควิชาชีววิทยาถึงประเด็นเรื่องของการทำวิจัย สำหรับ อาจารย์วิสุทธิ์ แล้ว ท่านถือเป็นบุคคลสำคัญสำหรับชาวคณะวิทย์และห้องสมุดสตางค์ ทุกครั้งที่ทำการสัมภาษณ์ ท่านมักจะเล่าถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ของคณะฯ ให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจ และย้ำว่าคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรืออาจารย์ก็ตามที่ได้มาอยู่ร่วมกันที่นี่นั้น นับว่าโชคดีอย่างที่สุดแล้ว

เริ่มต้นของจุดประสงค์ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมของงานวิจัย เพื่อช่วยกระตุ้นและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคณาจารย์รุ่นใหม่ของคณะ ให้เห็นความสำคัญและมุ่งมั่นทำการวิจัย แต่ผลพลอยได้ส่วนหนึ่งก็คือข้อมูลประวัติศาสตร์ของคณะฯ ที่ท่านมักจะสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะเสมอๆ อาจารย์เล่าว่าสมัยก่อนนั้นการทำวิจัยนั้นแทบจะไม่มีใครทำ เพราะด้วยค่านิยมของสมัยนั้นที่ให้ความสำคัญกับการสอนมากที่สุด ส่วนการทำวิจัยนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

ศาสตราจารย์ ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้

ศาสตราจารย์ ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้

“vision ของมหาวิทยาลัยในตอนนั้นมันชัดเจนว่าคือการสอน ใครทำวิจัยมันเหมือนทำงานส่วนตัว มันเป็นวิธีคิดสมัยนั้น แต่อาจารย์สตางค์นี่แกผ่าหมากเลย ด้วยความที่แกทำวิจัย แกมั่นใจว่าต้องทำวิจัย แกพูดเสมอว่าวิทยาศาสตร์สำคัญ ถ้าวิทยาศาสตร์มาสอนเฉยๆ ไม่ได้ มันต้องทำวิจัยด้วย”

อาจารย์วิสุทธิ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการทำวิจัยที่เริ่มต้นจาก อาจารย์สตางค์ ศ.ดร. สตางค์ มงคลสุข ผู้ก่อตั้งและคณบดีท่านแรกของคณะวิทยาศาสตร์

“ตอนนั้นอาจารย์ฝรั่งเข้ามามาก มาจากร็อกกิเฟลเลอร์ ทีนี้ฝรั่งเค้าสอนอย่างเดียวไม่เป็น เค้ามาทำวิจัยด้วย มันก็เริ่มเป็นแบบอย่าง ร็อกกิเฟลเลอร์ประทับใจอาจารย์สตางค์มาก ก็ช่วยเหลือทุกอย่าง”

อาจารย์วิสุทธิ์เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่อาจารย์สตางค์สนับสนุนให้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นอาจารย์และสร้างคณะวิทยาศาสตร์ดั่งที่ตั้งใจไว้ อาจารย์วิสุทธิ์และเพื่อนๆ เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ชื่อในสมัยนั้น) ก็กลายเป็นกลุ่มอาจารย์หนุ่มหัวใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยควบคู่ไปกับการสอน

“สมัยนั้นด็อกเตอร์มันไม่ค่อยมีนะ พวกผมที่กลับมานี่ยังหนุ่มๆ กัน ไฟแรง เวลาว่างเราก็มานั่งถกกัน แซวกันก็มี ใครไปเจออะไรใหม่ๆ ก็มาเล่ากัน อาจารย์สตางค์แกก็อยู่ด้วย เราก็คุยว่าอาจารย์น่าจะทำอย่างงั้นอย่างงี้ กำลังไฟแรงไง อาจารย์แกก็ฟัง บางทีแกก็เล่าอะไรให้ฟังบ้าง คุยบ้าง ที่สำคัญคือเรื่องวิจัย”

"อาจารย์สตางค์" ไปส่งลูกศิษย์เพื่อไปเรียนต่อ คนที่สวมแว่นตรงกลางนั่นคืออาจารย์วิสุทธิ์

“อาจารย์สตางค์” ไปส่งลูกศิษย์เพื่อไปเรียนต่อ คนที่สวมแว่นตรงกลางนั่นคืออาจารย์วิสุทธิ์

“ผมว่าที่นี่เป็นแห่งแรกที่วิจัย แพทย์นี่มีทำวิจัยบ้างนะ หมอสวัสดิ์ แดงสว่าง แกก็ทำวิจัย ค้นพบพยาธิตัวจี๊ด ตอนนั้นผมก็ทึ่งนะ หมอไทยเก่งนะ พบพยาธิชนิดใหม่ แต่วิทยาศาสตร์กลับไม่มี มาเริ่มยุคผมนี่แหละ มันมี impact มากเลย ถ้าไม่มีร็อกกิเฟลเลอร์ผมเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เกิด เพราะซื้อแอร์ก็ยังไม่ได้ ไม่มีแอร์นะ อยู่ชีวะนี่ไม่มีแอร์ แต่ร็อกกิเฟลเลอร์นี่สั่งมาเลย แอร์ ตู้เย็น สำคัญนะ ตอนนั้นผมวิจัยเรื่องแมลงหวี่ ต้องขนไปฝากเขาไว้น่ะ ตอนนั้นเขาสนับสนุนปรีคลินิกอยู่ไง เป็นที่อิจฉากัน พวกนี้มาปุ๊บมีพร้อม หน้าที่คือทำวิจัย สอนก็น้อย ปรีคลินิกนี่สอนปีนึงไม่กี่ชั่วโมงหรอก เวลาที่เหลือก็ทำวิจัย”

ในยุคเริ่มต้นนั้น อาจารย์วิสุทธิ์ยอมรับว่าทุกอย่างมีอุปสรรคหมด ทั้งเรื่องเครือมือ อุปกรณ์ต่างๆ งบประมาณ เป็นโชคดีที่คณะฯ มีอาจารย์สตางค์ และ มูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์ ที่ให้การสนับสนุน จนสามารถดำเนินการได้ในที่สุด ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปเสียทุกอย่าง แต่อุปสรรคเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องเล็กทันทีถ้าบุคลากรมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานอย่างจริงจัง

“สมัยผมนี่เริ่มจากศูนย์ เทียบกับสมัยนี้แล้วคนละเรื่องเลย สมัยนี้โชคดีมาก คุณๆ ที่เข้ามาอยู่กับคณะวิทย์ของเรานี่โชคดีมาก มันพร้อมทุกอย่าง มาถึงนี่นับจากสิบได้เลย เครื่องมือก็ทันสมัยมากขึ้น รุ่นผมนี่เครื่องมือมันต้องใช้ฝีมือมาช่วย มีกล้องตัวเดียวก็โอเคแล้ว แต่มันก็เปลี่ยนไปตามเวลา ยุคนี้มันดิจิตอล คอมพิวเตอร์ มันไม่มีก็ไม่ได้ รุ่นผมมันไม่มีก็ไม่เป็นไร”

"อาจารย์สตางค์" และอาจารย์ฝรั่งจากร็อกกิเฟลเลอร์ ที่มาให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งคณะฯ ใหม่ๆ

“อาจารย์สตางค์” และอาจารย์ฝรั่งจากร็อกกิเฟลเลอร์ ที่มาให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งคณะฯ ใหม่ๆ

“คนเป็นปัจจัยหลัก ถ้าคนมันจะทำมันก็ทำ ถ้าคนมันจะไม่ทำก็คือไม่ทำ … คนต้องมาก่อน ถึงแม้จะมีอะไรพร้อม มันจะไม่ทำมันก็ไม่ทำ แต่ถ้าคนจะทำ ต่อให้ไม่มีอะไรมันก็หาทางทำจนได้ ยิ่งยุคใหม่นี่มีพร้อมทุกอย่าง อาจจะมีที่ขาดก็เรื่องทุนวิจัย ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา เรามีน้อยก็ทำน้อยสิ ไม่เห็นเป็นไร แต่ไม่ทำไม่ได้”

นับจากยุคเริ่มต้นที่มี อาจารย์สตางค์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญในการก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ เริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์วิทยาศาสตร์จนเติบใหญ่ กลายเป็นกำลังสำคัญของคณะฯ ในยุคต่อๆ มา นั่นคือจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการทำวิจัยจนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคณะวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

อาจารย์วิสุทธิ์ ยังฝากท้ายถึงการให้ความสำคัญกับงานที่ทำ ต้องประสานประโยชน์เกื้อกูลกัน เพราะถ้าไม่แข็งแกร่ง องค์กรก็ไม่แข็งแกร่ง และถ้าองค์อยู่ไม่ได้ เราเองก็อยู่ไม่รอดเช่นกัน

“เรามาอยู่ตรงนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด ถ้ามาอยู่แล้วไม่ทำให้ดีที่สุด มาอยู่ก็ต้องทำประโยชน์ให้องค์กร ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด เราก็ต้องช่วยตัวเองด้วย ไม่ใช่ demand แต่องค์กร มันต้องออกแรงทั้งสองขา ไม่มีไอ้โน่น ไม่มีไอ้นี่ มันเป็นข้ออ้าง ไม่มีก็ไปตามหาให้มี ไม่มีแล้วไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่มีแล้วต้องทำ ค่อยๆ หา มันก็จะมาเอง”

ขอขอบพระคุณ
ศ.ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

——————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนคุย and tagged , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

One Response to บรรณารักษ์ชวนคุย: วิทยาศาสตร์สำคัญที่วิจัย…วิจัยสำคัญที่คน

  1. klang says:

    ดีมากครับวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s