บรรณารักษ์ชวนดู: ๑๐ สุดยอดหนังไซไฟที่ควรดู (ตอนแรก)

lib_movieหนังแนววิทยาศาสตร์หรือ SciFi (Science Fiction) เป็นหนังอีกแนวหนึ่งที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีข้อแม้อยู่เหมือนกัน เพราะถ้าคนสร้างมือไม่ถึงล่ะก็ หนังจะออกมาน่าเบื่อและชวนลุกหนี เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่ง The Battlefield Earth ทำให้ชื่อของ จอห์น ทราโวลต้า กลับไปจมอยู่ก้นบ่ออีกครั้ง หรือบางครั้งที่ผู้สร้างมัวแต่ไปสนใจเรื่องเอฟเฟคจนละเลยบทหนัง ก็ทำให้หนังดูไม่น่าเชื่อถือ ขาดหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ จนเจ๊งมาแล้วหลายเรื่อง

เหนืออื่นใดเลยต้องไม่ลืมว่า นักวิทยาศาสตร์เขาก็ดูหนังเหมือนกันนะ ดังนั้นการสร้างหนังที่ไร้เหตุผลหรือสักแต่ว่าสร้างขึ้นมาโดยปราศจากการศึกษาให้ละเอียด ก็มักจะกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ เพราะอาจทำให้ผู้คนเข้าใจผิดได้ในบางเรื่อง แม้ว่าจุดประสงค์หลักของการดูหนังจะเพื่อความบันเทิงก็ตาม แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีหลักเกณฑ์หรือแทรกประเด็นสาระลงไปบ้างสักหน่อย

มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่หยิบเอาหนังเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอน นอกจากจะทำให้นักเรียน นักศึกษาสนใจแล้ว ยังสามารถหยิบเอาประเด็นต่างๆ ในหนังมาถกเถียงอภิปรายกันในเชิงวิชาการได้อย่างออกรสและไม่น่าเบื่อ ซึ่งบรรณารักษ์คิดว่าเป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว

บรรณารักษ์จึงขอหยิบเอาสุดยอดหนังวิทยาศาสตร์ ๑๐ เรื่อง ที่คัดแล้วว่ายอดเยี่ยมที่สุด จากการคัดเลือกโดยสถาบันภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Film Institute: AFI) อาจจะไม่ตรงใจหลายๆ ท่าน ซึ่งบรรณารักษ์เองก็รู้สึกเช่นกันว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ ก็ช่างเถอะครับ เขาคัดมาอย่างนี้นี่นา ถ้าท่านมีหนังไซไฟในดวงใจเรื่องไหนก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ

2001

๑. 2001: A Space Odyssey (๑๙๖๘)
ผลงานการกำกับของ สแตนลี่ย์ ครูบริก เป็นหนังไซไฟที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลจากหลายสำนัก และเป็นหนึ่งหนังที่หลายคนบอกว่า “ดูไม่รู้เรื่อง” ดัดแปลงจากนิยายวิทยาศาสตร์ของ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก ว่าด้วยการเดินทางไปในห้วงอวกาศเพื่อค้นหาความลับของแท่งหินประหลาดที่เชื่อว่ามีพลังอำนาจบางอย่างซุกซ่อนอยู่ และอาจเฉลยถึงปริศนาการกำเนิดของจักรวาลและมนุษย์ เป็นหนังที่ล้ำสมัยมากๆ ในยุคนั้น

หลายคนอธิบายว่าหนังเรื่องนี้แท้จริงเป็นหนังที่ว่าด้วยปรัชญาที่ลึกซึ้งมากกว่าจะเป็นหนังวิทยาศาสตร์เสียด้วยซ้ำ

Starwars

๒. Star Wars: Episode IV-A New Hope (๑๙๘๑)
ถ้าไม่มีหนังชุดสตาร์วอร์สติดอันดับคงโดนบรรดาสาวกเคืองเอาแน่ๆ เป็นเรื่องราวในภาคที่สี่จากทั้งหมด ๖ ภาค แต่ จอร์จ ลูคัส เลือกที่จะเล่าภาคนี้ก่อนในปี ๑๙๘๑ (งงมั้ยนี่) ว่าด้วยจุดเริ่มต้นของการเป็นอัศวินเจไดของ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ที่ชาติกำเนิดของเขาเป็นปริศนา จนเมื่อได้พบกับหุ่นยนต์สองตัวที่ถูกตามล่าจากจักรวรรดิ ลุค ได้กลายเป็นศิษย์ของ โอบีวัน เคโนบี เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงเลอาและปกป้องจักรวาล

แม้ว่าเนื้อเรื่องคร่าวๆ จะดูเป็นแนวผจญภัยในอวกาศ แต่เนื้อหาแฝงนั้นว่าด้วยเรื่องปรัชญาและเสียดสีการเมืองอย่างเจ็บแสบ ฉากการไล่ล่าอันตระการตานับเป็นจุดเริ่มต้นของฉากสเปเชี่ยลเอฟเฟคในอวกาศในเวลาต่อมา

et

๓. E.T.: The Extra Terrestrial (๑๙๘๒)
เรื่องราวอันแสนประทับใจและเป็นหนังในดวงใจของหลายคน โดยเฉพาะคนยุค ๘๐ ผลงานสร้างชื่อของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก เล่าเรื่องราวความผูกพันของเด็กชายกับมนุษย์ต่างดาวที่บังเอิญพลัดหลงอยู่ที่โลก เรื่องยุ่งๆ จึงเกิดขึ้นเมื่อเด็กชายต้องซ่อนไม่ให้แม่รู้และยังต้องหนีการตามล่าของพวกนักวิทยาศาสตร์ ที่พยายามจะจับ อีที ไปทดลอง สปีลเบิร์ก สะท้อนเรื่องราวของเด็กที่กำลังสับสนหลังจากที่พ่อแม่ต้องแยกทางกัน ไม่ต่างจาก อีที ที่ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่เช่นเดียวกับเขา

นอกจากฉากเอฟเฟคที่น่าตื่นเต้นแล้ว หนังเรื่องนี้ยังกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกยาวถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

orange

๔. A Clockwork Orange (๑๙๗๑)
ผลงานมาสเตอร์พีซของ สแตนลี่ย์ ครูบริก ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องเยี่ยมของ แอนโทนี่ บี. วิลสัน เข้าชิงออสการ์หลายสาขา เป็นหนังที่เต็มไปด้วยฉากรุนแรงและเซ็กซ์ จนได้รับเรท X และถูกห้ามฉายในหลายประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นหนังเรื่องนี้ก็ได้รับความชมจากคนดูทั่วโลกว่าสะท้อนแง่มุมทางจิตวิทยาและสันดานมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม หนังเล่าเรื่องราวของ อเล็กซ์ ไอ้เลวคนหนึ่งที่ก่อเรื่องชั่วๆ ได้ตลอดเวลา เขาถูกจับกุมและนำไปทดลองอะไรบางอย่างจนเขาเปลี่ยนเป็นคนละคน ขยะแขยงความรุนแรงและมีจิตสำนึกขึ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาออกจากคุกและต้องเผชิญกับคู่อริที่พร้อมจะสับเขาเป็นชิ้นๆ

นอกจากจะแฝงแนวคิดจิตวิทยาของ ฟรอยด์ แล้ว หนังยังตั้งคำถามว่าวิทยาศาสตร์สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือมโนธรรมของมนุษย์ได้หรือไม่

1951

๕. The Day The Earth Stood Still (๑๙๕๑)
หลายท่านอาจคุ้นชื่อหนังเรื่องนี้เพราะเพิ่งออกฉายไปเมื่อปี ๒๐๐๘ อันนั้นเป็นฉบับรีเมคที่ไม่ควรพูดถึง โดยเฉพาะการแสดงที่สมบทบาทของท่อนไม้ที่ชื่อ คีนู รีฟส์ แต่ฉบับที่เขาว่าดีที่สุดคือต้นฉบับที่ออกฉายในปี ๑๙๕๑ เป็นหนังไซไฟในยุคที่โลกหวาดกลัวภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ พวกอเมริกันจึงสร้างหนังแนวนี้ออกมามากมาย นัยว่าสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายและแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์

เนื้อเรื่องว่าด้วยการเดินทางโลกของมนุษย์ต่างดาวในคราบของมนุษย์ ด้วยความบังเอิญเขาจึงได้อาศัยอยู่กับแม่หม้ายลูกติดคนหนึ่งและได้เรียนรู้ชีวิตแบบมนุษย์ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเป็นเหตุให้โลกต้องแตกดับ เนื้อเรื่องอาจดูเรียบง่ายแต่ต้องไม่ลืมว่าในยุคสงครามเย็นที่ไม่มีใครไว้ใจใครนั้น หนังก็สะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของกันและกันที่อาจจะหาไม่ได้เลยในสังคมมนุษย์

ไว้มาต่อคราวหน้าอีก ๕ เรื่องที่เหลือครับ

ที่มาของข้อมูล : http://www.afi.com/10top10/scifi.html

——————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนดู and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s