การตลาดกับห้องสมุด : สื่อออนไลน์ จำเป็นแค่ไหนกับห้องสมุด

ผมจำได้ว่าเมื่อซัก ๒-๓ ปีก่อน บรรดากูรูทั้งหลายฟันธงว่าสื่อออนไลน์จะครองโลก พอถึงสิ้นปีทีไรก็จะมีการพยากรณ์กันว่าเทรนด์ปีหน้าสื่อออนไลน์มาแน่ๆ พูดอยู่อย่างนี้ติดๆ กันมา หลายปีแล้ว ซึ่งผมว่าไม่ต้องพูดแล้วก็ได้ เพราะยุคของสื่อออนไลน์มันมาตั้งนานแล้ว และมันก็เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนไปเรียบร้อย แล้วกับงานห้องสมุดล่ะ มันจำเป็นแค่ไหน

ก่อนอื่นผมอยากจะลองถามย้อนกลับไปก่อนว่าเราเข้าใจสื่อออนไลน์มากแค่ไหน อะไรคือสื่อออนไลน์ เราใช้มันเพื่ออะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร แล้วใครเป็นผู้ควบคุมดูแล จำกันได้ไหมครับเมื่อหลายปีก่อนวงการห้องสมุดเห่อกันมากกับคำว่า ห้องสมุดดิจิตอล ตกลงมันคืออะไรครับ หลายคนคิดไปว่าก็คือการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับงานห้องสมุดก็เป็นห้องสมุดดิจิตอลแล้ว บางคนก็ไปให้ความสำคัญกับทรัพยากรหรืออะไรที่เป็นดิจิตอล บางคนก็รื้อเว็บไซต์ใหม่ให้ดูทันสมัย สรุปว่าห้องสมุดส่วนใหญ่ก็ยัดทุกสิ่งอันที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ (จำพวก E โน่น E นี่) เข้ามาในห้องสมุดแล้วก็ประกาศว่าฉันคือห้องสมุดดิจิตอล

SM001

แต่พอเปิดเข้าไปดูก็เห็นมีแต่ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ลิงค์ เจออันนั้นดีอันโน้นดีก็เอามาผูกเข้ากับเว็บห้องสมุด จนกลายเป็นเว็บท่า (Portal Web) แบบนี้ผมค้นใน google เอาก็ได้ครับ

บางคนก็เถียงว่านี่ไง มีบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ผมเคยเจอนะครับ เมื่อลองติดต่อไปถามความคืบหน้ากลับได้คำตอบว่าไม่ได้รับเรื่อง เพราะยังไม่ได้เปิดเช็คในระบบ อ้าวคุณพี่…แล้วจะมีบริการอิเล็กทรอนิกส์ไปทำไมล่ะครับผม

พอมาถึงยุคที่อะไรก็เชื่อมถึงกัน สื่อออนไลน์ก็กลายเป็นอีกกระแสหลักที่ห้องสมุดจะพลาดไม่ได้ ซึ่งก็ย้อนไปคำถามข้างต้นนั่นแหละครับว่าตกลงเราเข้าใจมันดีแค่ไหน หรือว่าจำเป็นต้องมี ไม่งั้นไม่ทันยุค ใครๆ เขาก็เฟซบุ๊คกัน เราก็ต้องมี แบบนี้รึเปล่า

มีกูรูท่านหนึ่งพูดไว้น่าสนใจเชียวครับ เขาบอกว่า “คนไทยใช้ Social Media ได้ … แต่คนไทยใช้ไม่เป็น”

“ใช้ได้” กับ “ใช้เป็น” นี่คนละเรื่องกันนะครับ

ผมเองก็ไม่ใช่จะเก่งกาจมาจากไหน บางท่านอาจเห็นต่าง แต่เอาเป็นว่าผมจะขอสรุปความตามประสบการณ์และมุมมองของผมเกี่ยวกับการใช้เจ้าสื่อออนไลน์ซึ่งอาจจะไม่เพียงแค่ใช้สำหรับงานห้องสมุดเท่านั้น แต่รวมไปถึงการใช้ในชีวิตประจำวันของเราด้วย

SM003

–  จะโพสต์เรื่องอะไร คิดให้ดี เราโพสต์ในฐานะอะไร เพราะสิ่งที่โพสต์มีผลต่อตัวเราและองค์กร จำกรณีของคุณปู่คนนั้นได้ไหมครับ หรือจะคุณแอร์คนนั้น หรือจะดาราคนนั้น อย่าลืมว่าที่เราโพสต์ลงไปมันไม่ได้เห็นกันแค่คนหรือสองคน มันเห็นกันทั่วโลกนะครับ คุณกำหนดเครือข่ายของคุณไว้รึเปล่าว่าจะให้ใครเห็นบ้าง ถ้าเป็นของคุณเองก็ช่างปะไร แต่ถ้าเป็นขององค์กรก็จงระวังให้หนัก ถึงอย่างนั้นต่อให้เป็นของส่วนตัวก็อันตราย อย่างคุณแอร์คนนั้นเขาก็โพสต์ลงในเพจส่วนตัว แต่เขาเป็นคนขององค์กร สิ่งที่เขาทำมีผลต่อองค์กร การกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานสื่อออนไลน์ขององค์กรก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าใครจะโพสต์ก็ได้ เพราะมันหมายถึงภาพลักษณ์ด้วย

– ไม่รู้จะโพสต์อะไรก็ไม่ต้องโพสต์ เคยเห็นเฟซบุ๊คของบางที่โพสต์เรื่อยเปื่อยมาก อรุณสวัสดิ์ ราตรีสวัสดิ์ หลับฝันดีนะ สิบวิธีลดหุ่น อากาศเย็นแล้วนะใส่เสื้อหนาๆ ด้วยเป็นห่วง ฯลฯ พวกนี้เอาไปโพสต์ในเพจของคุณครับ อย่าเอามาโพสต์ในเพจขององค์กร มันไม่เข้ากัน แล้วยังทำให้ดูเลอะเทอะ เขาจะมองได้ว่าองค์กรนี้เป็นอะไร ไร้สาระรึเปล่า ข้อความแบบนี้มันเหมาะสำหรับบางแบรนด์ครับ ดูก่อนว่าแบรนด์คุณคืออะไร ถ้าไม่รู้จะโพสต์อะไรก็ไม่ต้อง

– จะใช้สื่อออนไลน์ทำอะไร ประชาสัมพันธ์รึเปล่า ให้ข้อมูลความรู้รึเปล่า ขายของรึเปล่า เอาให้แน่ อย่าให้มันเลอะเทอะ ถ้ามั่วมากๆ เขาก็เลิกติดตามเราได้เลย ไปตามเพื่อนฝูงเขาดีกว่า ถ้าจะสื่อสารในนามขององค์กรน่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือจะประชาสัมพันธ์ก็จัดไป ถ้านึกไม่ออกว่าจะใช้ทำอะไรก็ไม่ต้องมี ผมเห็นมาแล้วหลายองค์กรตั้งเฟซบุ๊คขึ้นมาแล้วก็ปล่อยร้าง มีคนเข้ามาสอบถามก็ไม่การโต้ตอบ เพราะแอดมินหายไปไหนไม่รู้ บางแห่งโพสต์ล่าสุดห่างกันเป็นเดือนเป็นปี แบบนี้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย แสดงว่าไม่มีความรับผิดชอบ

– แม้จะใช้สื่อออนไลน์ในนามส่วนตัวก็ต้องระวัง อย่าลืมว่ามันสื่อถึงกันได้หมด เพื่อนก็ได้ เพื่อนของเพื่อนก็ได้ หรือบางครั้งถ้าลืมตั้งค่า คราวนี้ใครๆ ก็เห็นคุณได้ ทำอะไรลงไปมันจะส่งผลถึงองค์กรที่คุณอยู่ ถ้าคุณรับผิดชอบได้ก็ช่างคุณ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องระวัง การโพสต์อะไรเล่นๆ บ่อยครั้งอาจทำให้คนนอกที่เขาเห็นจะมองว่า องค์กรนี้มันไม่ทำงานทำการกันรึไง โพสต์เล่นกันทั้งวัน ถ้ามีเวลามาโพสต์เล่นก็แสดงว่ายังมีเวลาว่างพอจะทำงานเพิ่มได้นะคุณ

– การแชร์เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าบ่อย การใช้งานเฟซบุ๊คเป็นที่นิยมเพราะมีอะไรให้เราใช้งานได้มากกว่าสื่ออื่น บางองค์กรไม่มี contents ก็ไม่เป็นไร หาแชร์เอาในเฟซบุ๊คก็ได้ แต่อย่าสักแต่ว่าแชร์ ดูด้วยว่าไปกับองค์กรหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วถ้าองค์กรไหนบอกว่าตัวเองไม่มี contents ก็ต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ

– อย่าโพสต์ถี่จนเกินไป รู้ไหมว่ามันจะทับซ้อนกันไปเรื่อยๆ แล้วใครจะมาไล่ดู Time Line ย้อนหลังกันนานๆ ดังนั้นควรทิ้งระยะสักหน่อย เคยเห็นบางที่กระหน่ำโพสต์ราวกับตายอดตายอยาก มันก็เรียงกันเป็นพรืด ถ้า contents น่าสนใจก็แล้วไป ถ้าไม่เอาไหนมันพาลให้รำคาญ

– ถ้าจะขายก็ขาย ไม่ต้องทำเนียน ถ้าเนียนไม่ได้จริง เรามักได้ยินว่าถ้าคิดจะโฆษณาในสื่อออนไลน์ก็ต้องทำให้เนียน เขาจะได้ไม่คิดว่าเรามุ่งขายจนเกินไป แต่บางที่ทำได้ไม่เนียน สมัยนี้แล้วจะขายก็บอกเลยว่าจะขายละนะ คนที่เขาเห็นถ้าสนใจเขาก็ตาม ถ้าไม่สนเขาก็ข้าม ถ้าทำเนียนแล้วเขามารู้ทีหลังจะเสียความรู้สึก อย่าล่อให้เขาคลิกเข้ามาแล้วเสียอารมณ์ องค์กรจะดูไม่ดีไปเปล่าๆ

นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่ผมเจอมากับตัวเอง ผมว่ามันปรับใช้กับงานห้องสมุดได้ ห้องสมุดเกือบทุกแห่งไปปรากฏตัวบนสื่อออนไลน์หมดแล้วล่ะครับ แต่จะแสดงตัวตนในภาพลักษณ์ไหนก็ขึ้นกับแต่ละที่ ผมคิดว่าเกือบทั้งหมดนั้นใช้เพื่อการสื่อสารกับผู้ใช้มากกว่าอย่างอื่น รองลงมากคือการจัดกิจกรรมออนไลน์ ส่วนการให้บริการนั้นผมยังเห็นว่าน้อย อาจเป็นเพียงการให้ความรู้หรือตอบคำถามที่ไม่ซับซ้อนนัก การถ่ายโอนข้อมูลให้ผู้ใช้นี่ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ระวัง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ให้ดีนะครับ

ลองคิดกันดูนะครับว่าคนที่เป็นแฟนห้องสมุดเขาต้องการอะไรจากเรา ไม่ใช่เพื่อนเขา ไม่ใช่ญาติเขา แล้วเราจะให้อะไรเขา หรือเขาจะสนใจอะไรเรา เวลาเราได้ข้อมูลขยะจากแบรนด์ต่างๆ เรายังรำคาญเลยใช่ไหม ดังนั้นจงใช้สื่อออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ครับ หา Contents ให้เจอก่อน แล้วค่อยโพสต์ จำไว้ครับ คิดก่อนคลิก คลิกแล้วต้องรับผิดชอบด้วยล่ะ อย่าลืม

————————————————————————————————————————————
การตลาดกับห้องสมุด: บทความชุดนี้เป็นเรื่องราวของกิจกรรมทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้ในกิจการของห้องสมุด บางเรื่องเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา บางกิจกรรมเป็นเรื่องของการตลาดที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว ทั้งนี้ล้วนแต่เพื่อส่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางปัญญาให้กับผู้ใช้ห้องสมุดทุกท่าน เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญโดยไม่แสวงหารายได้หรือผลกำไรนั่นเอง

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in การตลาดกับห้องสมุด and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s