การตลาดกับห้องสมุด: ประสบการณ์ในการใช้สื่อออนไลน์กับงานประชาสัมพันธ์ห้องสมุด

เรามักจะชอบพูดกันเสมอว่าให้นำเอาสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มาประยุกต์ใช้กับงานห้องสมุด เพื่อให้ทันต่อยุคสมัย อีกทั้งมันยังมีประโยชน์อย่างเช่นสามารถกระจายข้อมูลได้ในวงกว้าง เขาถึงผู้ใช้ได้อย่างอิสระ ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วก็ยกเหตุผลโน่นนี่มากมายมาประกอบ แต่ลองย้อนมาถามตัวเองกันหรือยังว่าแล้วสิ่งที่จะสื่อออกไปนั้นคืออะไร

ห้องสมุดโดยส่วนใหญ่มักจะใช้ Social Media ไปกับงานประชาสัมพันธ์ ซึ่งนั่นก็ถูกครับ และอาจจะเป็นอย่างเดียวที่ห้องสมุดจะสามารถทำได้บนสื่อออนไลน์ หากแต่คำว่า “ประชาสัมพันธ์” ควรจะมีความหมายที่มากไปกว่าแค่การบอกว่าห้องสมุดมีกิจกรรมอะไร มีทรัพยากรอะไร สิ่งหนึ่งที่ห้องสมุดทำได้และควรทำคือการสอดแทรกเนื้อหาสาระลงในไป “สาร” ที่เรา “สื่อ” ไปถึงผู้ใช้

like_libผมเห็นบ่อยๆ ว่าหลายองค์กรนิยมออกสื่อประชาสัมพันธ์ประเภทจุลสาร จดหมายข่าว และส่วนใหญ่เนื้อหาก็มักจะหนีไม่พ้นกิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรได้ทำ อย่างกิจกรรม ๕ส. ไปบริจาคผ้าห่มให้คนดอย ไปช่วยพระกวาดลานวัด ไปบริจาคสิ่งของให้ที่นั่นที่นี่ ก็คือกิจกรรม CSR หรือไม่ก็กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยองค์กรนั้นๆ ถามว่าแบบนี้ผิดด้วยเหรอ ไม่ผิดหรอกครับ ถูกต้องแล้วด้วย เพราะมันก็คือการบอกว่าองค์กรของเราทำอะไรอยู่บ้าง เป็นการประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่า Who am I?

แต่ว่าทำไมไม่พลิกมามองในมุมของผู้รับบ้างล่ะครับ อย่างผมนี่เวลาอ่านจุลสารพวกนี้ผมก็จะตั้งคำถามต่อว่า แล้วไง?

เอาล่ะผมทราบแล้วว่าคุณทำกิจกรรมอะไร แต่สาระสำคัญอยู่ตรงไหน ถ้าแค่ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน วิธีนี้ผมว่ามันเก่าไปแล้วครับ อ่านเสร็จเขาก็โยนทิ้ง เผลอๆ ไม่ทันเปิดอ่านด้วยซ้ำ พลิกๆ ดูสองทีก็ทิ้งได้เลย ทำไมเราไม่ทำอะไรที่มีมีสาระข้อมูลให้คนเขาประทับใจ อยากจะอ่านต่อโดยไม่รีบโยนทิ้งกันล่ะครับ จะทำออนไลน์ก็ได้นะครับ แต่เป็นการออนไลน์ที่คนอ่านเขาเห็นแล้วรู้สึกว่ามันน่าเข้ามาดูเข้ามาอ่าน ไม่ใช่ว่าคลิกเข้ามาแล้วเจอแค่รูปกิจกรรมแล้วก็บรรยายอย่างเชยๆ ว่าไปใคร ไปทำอะไรกัน วันไหน ที่ไหน

ปัญหาที่มักจะเจอบ่อยๆ สำหรับองค์กรที่เริ่มจะเอาสื่อออนไลน์มาใช้นั่นก็คือ “ก็ไม่รู้จะโพสต์อะไร” อ้าว แล้วแบบนี้คุณจะใช้สื่อออนไลน์ทำไมล่ะครับ จริงมั้ย

ขออนุญาตยกตัวอย่างสื่อออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Facebook ผมลองเปิดดูเล่นๆ เอาแค่ห้องสมุดก็ได้ พบว่าหลายแห่งทำได้ดีทีเดียวครับ แต่หลายแห่งก็ออกทะเล ไม่มีเนื้อหาที่จับต้องได้คือโพสต์ไปเรื่อยราวกับเป็นเพจส่วนตัว แต่ปัญหาใหญ่ที่ผมอนุมานเอาเองก็คือปัญหาที่ผมเอ่ยไว้เมื่อกี้นั่นล่ะครับ คือแอดมินเขายังไม่รู้ว่าจะโพสต์อะไร ผมจึงขออนุญาตสรุปง่ายๆ ดังนี้

หา Contents ของห้องสมุดให้เจอครับคนที่เขาอุตส่าห์ add จะได้รู้สึกว่าคุ้มค่าที่เข้ามาดู

หา Contents ของห้องสมุดให้เจอครับ
คนที่เขาอุตส่าห์ add จะได้รู้สึกว่าคุ้มค่าที่เข้ามาดู

หา Contents ให้เจ ถ้าบอกว่าไม่มี Contents ก็ต้องพิจารณาสองประเด็นครับ อย่างแรกคือตัวแอดมิน ว่าทำไมถึงหาไม่ได้ ทั้งที่มีหน้าที่รับผิดชอบ กับอย่างที่สองคือตัวองค์กร ทุกองค์กรมีเนื้อหาสาระครับ ถ้าบอกว่าไม่มี องค์กรนั้นก็สมควรถูกพิจารณาได้แล้ว ถ้าเป็นห้องสมุดยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าโพสต์แค่เวลาเปิด-ปิด กับกิจกรรม ก็อย่าใช้ Social Media เลยครับ Contents มากมายใกล้ตัวคุณแท้ๆ แนะนำหนังสือวันละเล่มยังได้เลย หรือไม่ก็ค้นคว้าหาข้อมูลมานำเสนอสิครับ อย่าให้เสียชื่อว่าเป็นห้องสมุด

แชร์ได้แต่อย่าบ่อยเกิน การแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องปกติครับ ข้อมูลดีๆ มีให้อ่านเพียบ แต่ถ้าคุณคิดแต่จะแชร์ท่าเดียว แบบนี้ผมว่าภาพลักษณ์องค์กรดูจะไม่ค่อยดีนะครับ พยายามสร้าง Contents ของตัวเองบ้าง อยู่ในห้องสมุดก็อย่าให้เสียชื่อครับ อ่านหนังสือบ้าง เอาเวลาแชทมาอ่านสาระดีๆ ในอินเทอร์เน็ตบ้างก็ดี แล้วก็ลองกลั่นกรองเรียบเรียงออกมา แชร์แบบมีกึ๋นหน่อย ไม่ใช่ก็อปมาวางอย่างเดียว เรามักจะรณรงค์ให้อ่านกันมากๆ แต่ไม่รณรงค์ให้เขียนหรือถ่ายทอด คุยเล่นหรือเขียนพร่ำเพ้อลง facebook ได้ทุกบ่อย ลองหันมาเขียนอะไรที่มีประโยชน์บ้างท่าจะดีกว่านะครับ ผมเจออยู่เพจหนึ่ง ใช้วิธีแชร์ข้อมูลจากเว็บหนึ่งมาทั้งดุ้น คือเว็บนั้นมีอะไรเขาก็แชร์มาหมด ไม่มีข้อมูลอื่นใดเลยนอกจากแชร์เว็บนี้ สงสัยจะปลื้มเว็บนี้มากแน่ๆ

เวลาเห็นห้องสมุดหรือกระทั่งหน่วยงานไหนที่ชอบโพสต์อะไรแบบนี้ แลว้รู้สึกยังไงครับ

เวลาเห็นห้องสมุดหรือกระทั่งหน่วยงานไหน
ที่ชอบโพสต์อะไรแบบนี้ แลว้รู้สึกยังไงครับ

แยก fanepage กับ profile สำหรับ facebook บางแห่งยังไม่ได้เปลี่ยนเป็น fanpage แนะนำว่าเปลี่ยนเสียนะครับ หรือถ้าจะคงใช้เป็น profile แบบเดิมก็ไม่ผิด แต่คุณจะควบคุมลำบากหน่อย และจะไม่สามารถดูสถิติการเข้าชมได้ แต่เหนืออื่นใดคือการใช้งาน แยกให้ออกว่าอะไรคือเรื่องส่วนตัว อะไรคือความเห็นส่วนตัว อะไรคือข้อมูลจากองค์กร และโพสต์ให้ถูกที่

หมั่นตรวจดูสถิติ Social Media ทุกชนิดเขาจะมีฟังก์ชั่นเก็บสถิติให้เรา อย่างหน้า fanpage ของ facebook เขาจะสรุปให้ว่าสิ่งที่เราโพสต์ไปมีคนเห็นกี่คน คอมเม้นท์กี่คน แชร์กี่คน เช็คดูช่วงเวลาที่โพสต์ด้วยนะครับว่าเวลาใดที่คนเข้ามาดูมากสุด แสดงว่าช่วงเวลานั้นคือเวลาทอง หรือถ้าเป็น weblog เขาจะเก็บสถิติละเอียดเลยว่าบทความใดมีคนอ่านมากสุด และถ้าเราใส่ tag ในบทความด้วยก็จะดี tag พวกนี้คือคำที่ผู้คนเขาใช้ค้น ถ้า tag ใดมีสถิติมากแสดงว่าคนสนใจเรื่องนั้นมาก เราก็ต้องยิ่งกระหน่ำตามกระแสด้วย

ความเหมาะสมกับคาแร็คเตอร์องค์กร ถ้าแอดมินห้องสมุดโพสต์ซารังเฮโยลงบนเพจของห้องสมุดจะเกิดอะไรขึ้นครับ เอาล่ะมันอาจจะดูน่ารักดี เป็นกันเองดี แต่เราคือห้องสมุดนะครับ ยิ่งถ้าเป็นห้องสมุดสถาบันการศึกษานี่ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้านั่นคือสไตล์หรือคาแร็คเตอร์ของห้องสมุดของคุณก็เอาเถอะ แต่เชื่อผมเถอะว่าอย่าถี่นัก ยังไงเสียห้องสมุดก็ยังต้องคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ บางคนใช้ Line โพสต์ ก็ใส่สติ๊กเกอร์ซะเลอะเทอะ โอย ห้องสมุดแบบไหนกันนี่ พอเพียงดีกว่าครับ

สุดท้ายแล้วหน้าตา Social Media ของห้องสมุดจะออกมาเป็นเช่นไรก็ขึ้นกับนโยบายและการพิจารณาของผู้ปฏิบัติงานนั่นล่ะครับ ผมเชื่อสุดใจว่าทุกท่านล้วนมีความจริงใจในการทำงานที่จะมุ่งทำประโยชน์ให้หน่วยงาน แต่บางครั้งก็เพลินไปหน่อยไงครับ ลืมนึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ผมว่าลองกลับมาทบทวนกันใหม่อีกครั้งดีกว่าครับ บางแห่งพอนำ Social Media มาใช้ก็ทุ่มเวลาไปกับมัน แล้วก็ละเลยฐานที่มั่นหลัก คือ เว็บไซต์ของห้องสมุด Social Media มันก็แค่เครื่องมือในการส่งผ่าน Contents ไปสู่ผู้รับ สร้าง Contents ให้มั่นคงก่อนดีกว่าครับ จากนั้นเมื่อเรานำ Social Media มาใช้ มันจะง่ายขึ้น จะได้ไม่มีปัญหาว่า ไม่รู้จะโพสต์อะไร อีกต่อไป

————————————————————————————————————————————
การตลาดกับห้องสมุด: บทความชุดนี้เป็นเรื่องราวของกิจกรรมทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้ในกิจการของห้องสมุด บางเรื่องเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา บางกิจกรรมเป็นเรื่องของการตลาดที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว ทั้งนี้ล้วนแต่เพื่อส่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางปัญญาให้กับผู้ใช้ห้องสมุดทุกท่าน เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญโดยไม่แสวงหารายได้หรือผลกำไรนั่นเอง

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in การตลาดกับห้องสมุด and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s