การตลาดกับห้องสมุด: ห้องสมุดของหนังสือที่ไม่ถูกยืม

Newsitem-Blue-Interesting-readingบรรณารักษ์ไปอ่านเจอบทความสั้นๆ ใน มติชนสุดสัปดาห์ ว่าด้วยเรื่องของนิทรรศการแปลกๆ ที่แมนฮัตตัน โดยเขาตั้งชื่อไว้น่าสนใจว่า “The Library of Unborrowed Books” ก็เลยมาลองค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม จึงนึกสะท้อนถึงหนังสือที่มีอยู่ในห้องสมุด ว่ามีหลายเล่มเหมือนกันที่ไม่เคยถูกยืม หรือถูกยืมครั้งสุดท้ายก็นานเป็นชาติแล้ว

 

ศิลปินผู้จัดงานนี้เป็นชาวสวีดิช ชื่อว่า Meriç Algün Ringborg เขาไปขอหนังสือจาก Center for Fiction’s library (น่าจะอยู่ในนิวยอร์ก) โดยเขาคัดเฉพาะหนังสือที่ไม่มีคนยืมออกไปเลยแม้ซักครั้งเดียว เอามาจัดแสดงไว้ที่ Art in General ในแมนฮัตตัน นัยว่าเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่ถูกลืมเลือนของหนังสือ ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกระตุ้นให้คนหันมาสนใจหนังสือที่ว่ากันว่า ไม่มีใครยืมไปอ่าน อย่างน้อยคนที่มาดูก็คงอยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงไม่ถูกยืม และเผลอๆ มันจะถูกยืมไปอ่านก็เพราะงานนี้ล่ะ

(ภาพจาก theparisreview.org)

(ภาพจาก theparisreview.org)

หนังสือที่นำมาจัดแสดงบางเล่มก็นึกไม่ถึงว่าจะไม่มีใครยืมจริงๆ ล่ะหรือ เช่น Blood and Gold, by Anne Rice; Running Dog, by Don DeLillo; David Copperfield, by Charles Dickens; The Habit of Being, by Flannery O’Connor; and even a Dover Thrift edition of Edith Wharton’s short stories หนังสือพวกนี้บรรณารักษ์ไม่รู้หรอกครับว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะคงไม่มีหาทางจะไปหาอ่านได้ แต่หนังสือทั้งหมดนั้นเป็นประเภทนิยาย (Fiction) ซึ่งก็ชวนให้แปลกใจว่าทำไมไม่มีคนยืม

ถ้าเป็นพวกตำราหนาๆ นี่อาจจะเข้าใจได้ง่ายหน่อย แต่กับหนังสือนิยายที่ปกติคนชอบอ่านมากอยู่แล้ว กลับนอนสงบอยู่บนชั้น แบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว

กลับมาคิดกันใหม่อีกรอบครับ เป็นไปได้ไหมว่าหนังสือเหล่านี้ที่ไม่ได้ถูกยืม แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ถูกอ่านซักหน่อยนี่ครับ

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ (ภาพจาก theparisreview.org)

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ (ภาพจาก theparisreview.org)

แม้ว่าห้องสมุดจะเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร แต่ห้องสมุดก็มีการลงทุนเหมือนเช่นองค์กรธุรกิจอื่นๆ มีหนังสือหรือทรัพยากรต่างๆ เป็นเหมือนสินค้าที่ให้บริการแก่ลูกค้า ไม่ได้เป็นแค่ห้องเปล่าๆ หนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้นนั้นล้วนแต่มีมูลค่าเป็นเม็ดเงินได้ทั้งนั้น จึงไม่แปลกถ้าห้องสมุดจะหันมาพิจารณาเรื่องความคุ้มทุนกับงบประมาณที่ลงทุนไปกับหนังสือเหล่านี้ เพียงแค่ความคุ้มทุนนั้นไม่ได้ตีค่าเป็นตัวเงินเท่านั้นเอง

เราอาจพิจารณาจากจำนวนครั้งที่หนังสือแต่ละเล่มถูกยืม นั่นคือ KPI ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดว่าหนังสือที่ลงทุนไปนั้นคุ้มค่ามากแค่ไหน แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้ใช้เขาก็หยิบมาอ่านในห้องสมุดได้โดยไม่ต้องยืมกลับไป ดังนั้นการถูกหยิบออกมาจากชั้นจึงน่าจะถูกนับรวมไปกับการพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่คุ้มด้วยนะครับ

มีห้องสมุดที่ไฮเทคบางแห่งที่ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการบอกตำแหน่งของหนังสือแต่ละเล่มว่าอยู่ที่ไหนในห้องสมุด ถูกหยิบออกมาจากตำแหน่งเดิมหรือไม่ ซึ่งก็ช่วยในการอนุมานได้ว่าหนังสือเล่มนั้นๆ มีการใช้งาน นี่มองในแง่ดีนะครับว่าผู้ใช้หยิบหนังสือมาเพื่ออ่าน ไม่ใช่เพื่อมาหนุนหัวนอน

หนังสือมากมายเต็มห้องสมุด แต่ถูกหยิบอ่านบ้างไหม?

หนังสือมากมายเต็มห้องสมุด แต่ถูกหยิบอ่านบ้างไหม?

สรุปว่าการพิจารณาความคุ้มค่าของหนังสือในห้องสมุดนั้นจำเป็นต้องพิจารณากันหลายมุมเสียหน่อย แต่หากไม่อยากให้ต้องมาปวดหัวภายหลัง การตัดเลือกหนังสือหรือทรัพยากรเข้าห้องสมุดก็ควรไตร่ตรองเสียตั้งแต่ต้น ว่าเหมาะสมและตรงกับจริตของผู้ใช้บริการหรือไม่ มีวิธีการร้อยแปดครับที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าจะซื้อหนังสือเล่มไหนเข้าห้องสมุดแล้วจะมีคนยืม (หรือมีคนหยิบใช้) ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของบรรณารักษ์ยุคใหม่แล้วล่ะครับ ที่ว่าเป็นยุคใหม่เพราะยุคนี้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอ่าหนนังสือที่ห้องสมุดเท่านั้น มีสื่ออื่นๆ อีกมากมายรอพวกเขาอยู่ ห้องสมุดสู้ได้ไหมล่ะครับ บรรณารักษ์ไม่ใช่สักแต่ซื้อหนังสือที่ “คิดเอาเอง” ว่าใช่ แล้วรอให้ผู้ใช้เข้ามายืม

บรรณารักษ์เดี๋ยวนี้ต้องคิดให้เป็น ว่าหนังสือเล่มใดที่ “ใช่” มากที่สุดสำหรับห้องสมุดของตนเอง ต้องตัดสินใจให้ได้ว่าหนังสือเล่มใด “ต้องมี” เล่มใด “ควรมี” และเล่มใด “ไม่จำเป็นต้องมี” ในห้องสมุด

ก็เหมือนจะขายของนั่นล่ะครับ ถ้าสินค้าไม่โดน คนซื้อเขาก็เมิน

ว่าแล้วก็อย่าลืมแวะไปสำรวจในห้องสมุดของท่านเสียบ้างนะครับ ว่ามีหนังสือที่ไม่ถูกยืมหรือไม่ถูกใช้แบบนี้บ้างไหม ถ้ามีมากถึงขนาดมาจัดนิทรรศการแบบนี้ได้ ก็น่าเป็นห่วงกันแล้วล่ะ

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in การตลาดกับห้องสมุด and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s