บรรณารักษ์ชวนอ่าน: The Girl with the Dragon Tattoo

lib_readThe Girl with the Dragon Tattoo
เลขหมู่ : Fic L334g 2008  (มีให้บริการที่ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข)

ช่วงปิดเทอมแบบนี้ บรรณารักษ์ขออนุญาตนำเสนอหนังสือแนวนิยายสืบสวนที่ต้องคิดตามตัวละครชนิดที่วางไม่ลง หนังสือที่ว่านี้เป็นนิยายฉบับแปลภาษาอังกฤษ เพราะต้นฉบับเป็นภาษาสวีเดน ฉบับภาษาไทยก็มีเหมือนกันนะครับ แต่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศประชาคมอาเซียน จึงชวนให้อ่านฉบับภาษาอังกฤษกัน

The Girl with the Dragon Tattoo ถ้าเป็นคอหนังคงจะคุ้นเคยกันดี บางท่านอาจจะเคยชมแล้วด้วยซ้ำ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นทำออกมาสองสัญชาติคือสวีเดนกับฮอลลิวู้ด สำหรับเวอร์ชั่นสวีดิชนั้นทำออกมาแล้วสามภาค แต่ของฮอลลิวู้ดเพิ่งคลอดออกมาภาคเดียว และผู้ชมชาวไทยน่าจะได้ดูของฮอลลิวู้ดมากกว่าของสวีเดน ที่เข้ามาฉายแบบจำกัดโรง

นิยายเรื่องนี้เป็นไตรภาคในชื่อชุด Millenium เจ้าของผลงานคือ สตี้ก ลาร์สสัน (Stieg Larsson) เขาเป็นนักข่าวเก่าที่ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยาย ตัวละครในเรื่องจึงน่าจะถอดแบบมาจากตัวเขา ลาร์สสัน ตั้งใจจะเขียนนิยายชุด Millenium ให้ครบสิบตอน แต่ดันมาเสียชีวิตเอาซะก่อนในปี ๒๐๐๓ แต่แค่สามตอนแรกนี้ก็ขายดิบขายดี เป็นงานเขียนของสวีเดนที่ขายดีติดอันดับโลกในรอบหลายสิบปี ถูกแปลออกไปแล้วกว่า ๔๔ ภาษา ขายได้กว่า ๖๐ ล้านเล่ม และตอนที่ฮิตที่สุดก็คือตอนแรกนี่แหละครับ

สตี้ก ลาร์สสัน (Stieg Larsson)

สตี้ก ลาร์สสัน (Stieg Larsson)

เนื้อเรื่องของ The Girl with the Dragon Tattoo อาจจะซับซ้อนนิดหน่อย คือมีทั้งการสืบสวน ฆาตกรรมอำพราง การโจรกรรมข้อมูล ธีมเรื่องหลักๆ อยู่ที่การสืบคดีเพื่อหาตัวคนร้ายตัวจริง ซึ่งปูมหลังของตัวละครแต่ละตัวช่วยขับให้การกระทำของทุกคนในเรื่องมีน้ำหนักและเหตุผลพอสมควร

เรื่องราวเริ่มต้นที่นักข่าวคนดัง บลอมควิสต์ กำลังตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท สร้างหลักฐานเท็จ หลังจากทะลึ่งไปเขียนข่าวเปิดโปงเจ้าพ่อใหญ่วงการธุรกิจเข้า นายบลอมควิสต์ก็เลยต้องเข้าซังเต แต่เขายังมีเวลาเหลืออีกครึ่งปีกว่าต้องรับโทษ ในตอนนั้นเองเขาได้รับการว่าจ้างจากมหาเศรษฐี เฮนดริก เวนเกอร์ ให้ขุดคุ้ยคดีการหายสาบสูญของหลานสาวสุดที่รัก แฮเรียต ที่ล่วงเลยมานานถึง ๔๐ ปี

ระหว่างนั้นเองเราก็จะได้รู้จักกับตัวละครหลักของเรื่องที่ชื่อ ลิสเบธ ซาเลนเดอร์ ในภาคแรกนี้จะไม่ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของเธอ (แต่จะไปเฉลยเอาในภาคสองและสาม) แต่เรารู้ว่าเธอเป็นแฮ็กเกอร์ระดับโคตรเซียนที่รับจ้างขุดข้อมูลชนิดละเอียดยิบ และหนึ่งในคนที่เธอขุดข้อมูลก็คือนายบลอมควิสต์นี่แหละ เข้าใจว่าหลังจากที่ขุดข้อมูลชีวิตของบลอมควิสต์จนทะลุปรุโปร่ง เธอก็เริ่มสนใจในตัวนักข่าวคนนี้ เพราะจากการขุดคุ้ยทำให้เธอรู้ความจริงว่าเขาโดนจัดฉากจนต้องเข้าคุก แม้ว่าจะส่งข้อมูลให้ผู้จ้างวานเรียบร้อยแล้วแต่เธอก็ยังตามดูชีวิตของบลอมควิสต์ต่อ จนรู้ว่าเขากำลังสืบคดีของแฮเรียตอยู่ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะส่งข้อมูลไปให้เขาเพื่อช่วยชี้แนะลู่ทางสืบคดี

tattoo1

ในที่สุดบลอมควิสต์ก็รู้ตัวจนได้ว่าเขากำลังถูกแฮ็ก แทนที่จะโกรธ เขากลับยื่นข้อเสนอให้ลิสเบธมาเป็นผู้ช่วยเขาเสียเลย การขุดคุ้ยความจริงที่ขาดตอนไปกว่า ๔๐ ปี จึงเริ่มขึ้น

ความสนุกสนานอยู่ที่ขั้นตอนการสืบคดีของทั้งคู่ ความเป็นคนช่างสงสัยและนิสัยชอบขุดคุ้ยแบบนักข่าวของบลอมควิสต์ กับมันสมองอัจฉริยะและความสามารถเชิงไอทีของลิสเบธ รวมกันแล้วทำให้ทั้งคู่คือคู่หูในการไขคดีชั้นยอดราวกับ เชอร์ล็อคโฮล์มกับหมอวัตสัน จากข้อมูลเบื้องต้นที่มีเพียงคำบอกเล่า สาวไปสู่ภาพถ่ายเก่าๆ ภาพเดียว จนนำไปสู่คำตอบที่ชวนตะลึง

บรรณารักษ์เองได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว และก็ได้ชมครบทั้งสามภาคแล้วด้วย (ฉบับสวีเดน) พอหยิบหนังสือมาอ่านก็ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะยังต้องเปิด Dictionary อยู่บ้างก็ตาม การที่ได้ชมเวอร์ชั่นภาพยนตร์มาก่อนก็ช่วยได้เยอะ แต่ต้องเข้าใจว่าหนังสือกับหนังนั้นไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะๆ อรรถรสและจินตนาการต่างกัน เวลาบรรณารักษ์อ่าน ในหัวก็จะมีภาพในหนังลอยมาคู่กันไป แต่ถ้าไม่เคยดูหนังมาก่อน จินตนาการเหล่านั้นก็จะต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหนครับ

เคยฟังอาจารย์สอนภาษาท่านหนึ่งเล่าถึงการฝึกภาษาไว้น่าสนใจครับ คือใช้วิธีแบบบรรณารักษ์นี่ล่ะ หาหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือมาดู ดูให้ทะลุเลย แล้วค่อยหยิบหนังสือมาอ่าน เมื่อเรารู้เรื่องราวแล้วก็จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำนวนหรือการใช้ภาษา เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของคนอ่านภาษาอังกฤษคือแปลไม่ออก ทีนี้พอเราเข้าใจเนื้อเรื่อง เมื่อมาเจอภาษาอังกฤษก็จะช่วยเราได้แล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือคือจดจำ ทำความเข้าใจ และนำไปใช้

นอกจากใช้กับหนังสือแล้ว การดู Subtitle ในหนังก็ใช้วิธีเดียวกันนี่แหละครับ ดูหนังให้ทะลุปรุโปร่ง จากนั้นค่อยปิด Sub แล้วพยายามพูดตาม ทำความเข้าใจ และจดจำ แบบนี้ก็สนุกดีนะครับ

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s