บรรณารักษ์ชวนอ่าน: Dead Poets Society

lib_readKleinbaum, N. H. (1989) Dead Poets Society. New York : Bantam Books.
เลขหมู่: Fic K64d 1989

บรรณารักษ์เคยแนะนำหนังสือไปแล้วหลายเล่มที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่วันนี้จะขอสวนทางสักหน่อย โดยหนังสือที่จะแนะนำวันนี้เป็นผลงานที่ดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์ระดับรางวัล และเป็นภาพยนตร์ในดวงใจของใครหลายคน

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันเสียก่อน หนังสือดังๆ ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น เขาไม่ได้ยกเอาหนังสือทั้งเล่มไปสร้าง แต่ต้องมีการนำเนื้อหาในหนังสือมาดัดแปลงเป็นบทเสียก่อน เพราะหนังสือค่อนข้างที่จะเปิดกว้างให้ผู้อ่านได้ใช้จินตนาการ ในขณะที่ภาพยนตร์นั้นผ่านกระบวนการคิดมาแล้วจากทีมผู้สร้าง ดังนั้นคนดูจึงรับเอาข้อมูลที่ผ่านการคิดมาแล้วอีกทอดหนึ่ง ซึ่งอาจจะตรงหรือขัดแย้งกับคนดูที่เคยอ่านหนังสือมาแล้วก็ไม่แปลก เขาถึงบอกว่าอย่าไปเชื่อหนังทั้งหมดถ้ายังไม่ได้อ่านหนังสือ

deadpoetนอกจากการจินตนาการออกมาเป็นภาพแล้ว บทพูดของตัวละครก็ต้องมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เขาจึงเรียกบทภาพยนตร์ประเภทนี้ว่า บทภาพยนตร์ดัดแปลง (Adapted Screenplay) ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันก็อย่างเช่น Harry Potter, Da Vinci Code, The Pelican Brief เป็นต้น

ทีนี้ก็จะมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ไม่ได้สร้างมาจากหนังสือ แต่มีการแต่งขึ้นมาใหม่เพื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดยเฉพาะ ซึ่งก็คล้ายๆ กับการเขียนหนังสือนั่นล่ะ เพียงแต่จุดประสงค์คือเพื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ องค์ประกอบต่างๆ จึงมีความแตกต่างกันอยู่มากโข บทภาพยนตร์ประเภทนี้เรียกว่า บทภาพยนตร์ดั้งเดิม (Original Screenplay) หนังดังๆ หลายเรื่องที่สร้างบทขึ้นมาใหม่ก็อย่างเช่น Good Will Hunting, Shakespeare in Love, Lost in Translation เป็นต้น รวมถึงภาพยนตร์ที่บรรณารักษ์จะแนะนำกันในครั้งนี้ Dead Poets Society ที่คว้ารางวัลอคาเดมี่สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมมาแล้วในปี ๑๙๘๙

บทภาพยนตร์ชุดนี้เป็นผลงานของ ทอม ชูลแมน (Tom Schulman) ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ๑๙๘๙ ฝีมือการกำกับของ ปีเตอร์ เวียร์ (Peter Weir) ผลงานเด่นเรื่องอื่นๆ ของเขาก็เช่น Green Card, Fearless, The Truman Show, Master and Commander เป็นต้น ส่วนผลงาน Dead Poets Society ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้แก่เขา โดยเขามีชื่อเข้าชิงผู้กำกับยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย

เรื่องราวของ Dead Poets Society (ชื่อภาษาไทยว่า “ครูครับ เราจะสู้เพื่อฝัน”) เล่าถึงกระบวนการสอนที่แหวกแนวของ ครูคีทติ้ง ที่ทำหน้าที่สอบวิชาวรรณคดีในโรงเรียนชายล้วน เวลตัน ที่มีชื่อเสียงและเกียรติประวัติอันยาวนาน โรงเรียนนี้มีบรรยากาศที่เน้นหนักกับการเรียน เข้มเรื่องระเบียบวินัย และมีความเป็นอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง บรรยากาศในโรงเรียนจึงไม่ต่างอะไรจากค่ายทหาร นักเรียนทุกคนเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เรียน เรียน และเรียน โดยถูกตีกรอบความคิดตามตำราเป๊ะๆ จนกระทั่งครูคีทติ้งเข้ามา

เนื้อเรื่องจะถูกโฟกัสไปที่เด็กนักเรียนเจ็ดคนที่มีพื้นเพต่างกันไป ทั้งหมดหลงใหลในบทกวีที่คีทติ้งสอน จนแอบตั้งชมรมลับที่ชื่อ ชมรมกวีไร้นาม (Dead Poets Society) แนวคิดแบบเสรีนิยมของพวกเขาไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง ครู หรือผู้บริหารโรงเรียน แต่กลับถูกมองว่าเป็นแนวคิดกบฎที่เป็นอันตรายต่อตัวพวกเขาและกับเกียรติภูมิของโรงเรียน จากความกดดันที่ได้รับจนเกินทน ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นจนได้ และทุกคนก็พยายามเหลือเกินที่จะหาใครซักคนมาเป็นผู้รับผิดชอบ และคนๆ นั้นคือ ครูคีทติ้ง

Dead-poets-society-photo

ความงมงายกับระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่ตั้งขึ้นโดยอ้างว่าเพื่ออนาคตของเด็ก โดยที่ไม่เคยนึกถึงจิตใจของพวกเขา พวกผู้ใหญ่คงลืมไปว่าครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยเป็นเด็ก ไม่เคยถามเลยว่าลูกๆ ต้องการอะไร ขณะที่พวกครูก็มัวแต่ยึดมั่นกับเกียรติภูมิเก่าๆ ภาพลวงตาแห่งความรุ่งเรืองเก่าๆ โดยที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจของนักเรียน สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไรกับการสูญเสียครั้งนี้ แถมยังโยนบาปไปให้ครูคีทติ้งเสียอีก

คงคล้ายกับวงการการศึกษาบ้านเราที่ยังพายเรือในอ่างอยู่แบบนี้ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี เราให้ความสำคัญเพียงฉาบฉวย ระบบการศึกษาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ใครๆ ก็รู้ ผู้ปกครองก็รู้ ผู้ใหญ่ในประเทศก็รู้ แต่ทั้งๆ ที่รู้มันก็ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน เราชอบวิพากษ์กันว่าประเทศไทยชอบสอนให้เด็กจำ ไม่สอนให้เด็กคิด แต่พอเด็กคิดก็กลับมองว่าเด็กก้าวร้าว เรายกย่องเด็กที่ออกไปเต้นแร้งเต้นการ้องเพลงหน้าเวทีว่าเป็นเด็กเก่ง ขณะเด็กตามชนบทอีกมากมายที่ไม่มีหนังสือจะอ่าน ข้อสอบประหลาดๆ ที่คนเฉลยก็ยังเฉลยอย่างไม่เต็มปากเต็มคำ ฯลฯ เราพัฒนากันผิดทางหรือไม่ บรรณารักษ์ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ

ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็น่าจะเข้าใจว่ามันน่ารันทดเพียงใด แต่บรรณารักษ์เชื่อว่าเด็กไทยอาจจะไม่กดดันเท่าในภาพยนตร์ ก็เพราะการศึกษาไทยยังคงเหลวเป็นวุ้นอยู่นั่นไงล่ะครับ เลยไม่ต้องเสียเวลาไปกังวล

————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s