อ่านเถิดจะเกิดผล : อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

อันปัญญานั้นมีไว้อยู่กับตัวเสมือนดังมีศาสตราวุธอันคมกริบไว้ข้างกาย มีเรื่องเล่าถึงสตรีนางหนึ่งชื่อว่า เยโฮนาลา นางเป็นเพียงบุตรีของข้าราชการชั้นผู้น้อย เมื่อสิ้นบุญบิดาก็ต้องมาอาศัยอยู่กับญาติของมารดาที่กรุงปักกิ่ง ใช้ชีวิตอย่างขัดสนกับมารดาและน้องสาว

เยโฮนาลา เป็นสตรีที่มีรูปเป็นทรัพย์ แม้ว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามแต่ก็มิได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ กลับมีปณิธานแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จึงหมั่นศึกษาตำรับตำราที่บิดาทิ้งเอาไว้ให้ ต่างจากน้องสาวที่มีความงามไม่แพ้กันแต่กลับมิได้ใส่ใจการเรียน หากยังสนใจเพียงเรื่องสวยๆ งามๆ ตามวิสัยสตรี

ด้วยความงามของนางเยโฮนาลา ทำให้นางได้รับเลือกเข้าวังหลวงเพื่อรับการคัดเลือกเป็นนางสนม ตามปกติสตรีทั่วไปเมื่อได้รับการคัดเลือกก็มักจะตระเตรียมข้าวของตามประสาหญิง โดยเฉพาะเครื่องประทินโฉมและเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่นางมิได้สนใจ กลับเลือกตำราเก่าของบิดาที่สะสมไว้ใส่ลงหีบ เมื่อมารดาเห็นเข้าจึงว่า เจ้านี้ประพฤติการผิดสตรีธรรมดา อันผู้ที่จะเข้าวังนั้นก็ชอบที่จะแสวงหาเครื่องประดับกาย แต่เหตุใดเจ้าจึงมัวแต่ค้นหนังสือของบิดาอยู่เล่า นางได้ยินดังนั้นจึงตอบแก่มารดาว่า

“…หนังสือเหล่านี้เป็นตำราว่าด้วยราชการแผ่นดินก็มี ตำราพิชัยสงครามก็มี แลว่าด้วยวิชาการปกครองคนบอกให้รู้ถึงวิธีผูกมัดน้ำใจคนไว้เป็นกำลัง ข้าพเจ้าเห็นว่าหนังสือเหล่านี้หาค่ามิได้ เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปอยู่ในวังก็คิดว่าจะเล่าเรียนหาความรู้ไว้ประดับสติปัญญาต่อไป…”

“อนึ่ง อันดอกไม้งามนั้นใช่ว่าจะหายาก ยิ่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงด้วยแล้ว ย่อมจะมีดาษดื่นจนไม่มีใครมอง แต่ดอกไม้งามอันมีกลิ่นหอมยิ่งกว่าดอกไม้อื่นนั้น มาตรว่าจะขึ้นในสวนหลวงก็จะส่งกลิ่นไกลเรียกให้คนชมยิ่งกว่าดอกไม้งามธรรมดา ข้าพเจ้าเกิดมามีลักษณะงดงามนั้นนับเป็นบุญคุณของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด หาจำเป็นต้องแต่งเติมให้เป็นการเนรคุณบิดามารดาอีกไม่ แต่ใจของข้าพเจ้าเองหากละเลยไม่ได้แต่งเติมให้งดงามก็จะได้ชื่อว่าเนรคุณ อันความรู้ทั้งหลายเป็นเครื่องประดับปัญญา ผู้มีปัญญาก็จะได้พบความสำเร็จ”

จากนั้นนางเยโฮนาลาก็เข้าไปเป็นสนมในวังหลวง อาศัยความงามประกอบกับสติปัญญา ทำให้นางกลายเป็นสนมเอกของพระเจ้าเซียนเฝ็งฮ่องเต้ ต่อมาก็ได้เลื่อนยศศักดิ์สูงขึ้นตามลำดับ จนเมื่อผลัดแผ่นดินนางก็ยังคงครองอำนาจสูงสุด เป็นผู้สำเร็จราชการและออกว่าราชการหลังม่าน กลายเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของแผ่นดินมังกรนับตั้งแต่รัชสมัยพระนางบูเชคเทียน ซึ่งทั่วโลกรู้จักนางในนาม “พระนางซูสีไทเฮา”

20061129-3681_1

เรียบเรียงจาก: คึกฤทธิ์ ปราโมช. (๒๕๔๓) ซูสีไทเฮา. กรุงเทพ: ดอกหญ้า ๒๐๐๐.

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Advertisements
This entry was posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล and tagged , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s