อ่านเถิดจะเกิดผล: หนังสือคือวัตถุดิบชั้นเลิศ

ความรู้ที่ได้จากการอ่านนั้นไม่ได้เพียงเพื่อพัฒนาตนเองเท่านั้น มันยังกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการสร้างสรรค์งานต่างๆ มีคนเคยบอกว่าจะเป็นนักเขียนที่ดีก็ต้องเป็นนักอ่าน ความจริงก็ไม่ใช่แค่นักเขียน ไม่ว่าจะทำสิ่งใดถ้ามีวัตถุดิบชั้นเลิศอยู่ในหัวแล้ว มันก็ได้เปรียบคู่แข่งแน่นอน แล้ววัตถุดิบชั้นเลิศนั้นก็หาได้จากการอ่าน

เด็กชายคนหนึ่งเกิดขึ้นในครอบครัวชนชั้นแรงงานของอังกฤษที่มีพ่อและแม่ไม่เอาไหนทั้งคู่ ยังดีที่ได้ป้าของเขาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาหลังจากที่พ่อกับแม่แยกทางกัน ป้ากับลุงรักเขาราวกับลูก แม้ว่าเมื่อเด็กชายโตขึ้น แม่จะพยายามเอาเขากลับไปอยู่ด้วย แต่ป้าก็รั้งตัวไว้จนได้ เพราะแม่ของเขานั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะเลี้ยงดูและให้ความอบอุ่นแก่เด็กชายได้เลย

แม้ว่าป้ากับลุงจะไม่ได้เป็นคนมีการศึกษาสูงนัก แต่ทั้งคู่ก็รักการอ่านหนังสือซึ่งก็ส่งผลมาถึงเด็กชาย ทั้งสองคนอ่านหนังสือให้เด็กชายฟังมาตั้งแต่เล็กๆ และเป็นโชคดีอย่างมากที่ประเทศอังกฤษเป็นสังคมที่ส่งเสริมการอ่านอย่างมาก ทำให้เขามีหนังสืออ่านแบบฟรีๆ มากมายจากห้องสมุดประชาชน เด็กชายอ่านหนังสือทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่นิทานสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม บทกวี

หนังสือที่เด็กชายชื่นชอบมากๆ คือ Alice’s Adventures in Wonderland เขาอ่านแล้วอ่านอีกและก็ยังหัวเราะทุกครั้งไปกับจินตนาการของผู้เขียน

นอกจากนี้เขายังหลงใหลในวรรณกรรมชิ้นเอกของ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ นักประพันธ์นามอุโฆษของอังกฤษ และบทกวีของเช็คสเปียร์ก็ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในอนาคตของเขาด้วย

จากการอ่านหนังสืออย่างจริงจังทำให้เด็กชายสายตาสั้นจนต้องใส่แว่น แต่เขาก็เกลียดมันมาก เพราะทำให้เขาถูกเพื่อนๆ ล้ออยู่เสมอ

แม้ว่าจะรักการอ่าน แต่เด็กชายกลับไม่ชอบการเรียนในโรงเรียนเอาเสียเลย เขาชอบอ่านหนังสือทุกประเภทยกเว้นหนังสือเรียน ทำให้เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบนักในหมู่ครู มีเพียงครูวิชาศิลปะเท่านั้นที่เห็นแววในตัวเขา จนนำเขาไปฝากฝังเข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะทั้งที่สอบไม่ผ่านระดับมัธยมด้วยซ้ำ แม้เขาเองจะชอบวิชาศิลปะมากแต่ในช่วงนั้นเขากลับหมกมุ่นอยู่กับดนตรีมากกว่า

ในวัย ๑๖ ปี เขาร่วมกับเพื่อนนักเรียนในเมืองลิเวอร์พูลตั้งวงดนตรีชื่อ The Quarryman จากนั้นก็พบกับเพื่อนซี้อีกสามคนและก่อตั้งวงดนตรีที่เขย่าวงการ ร็อค แอนด์ โรล ของโลก กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีโลกมาจนถึงปัจจุบัน โดยเพื่อนร่วมวงของเขาประกอบไปด้วย พอล แม็คคาร์ทนี่ย์ (Paul McCartney) จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) ริงโก้ สตาร์ (Ringo Starr) และเปลี่ยนชื่อวงเป็น The Beatles

john-lennon1

เด็กชายนักอ่านในตอนนั้นเติบโตขึ้นเป็นนักดนตรีระดับโลกที่ชื่อ จอห์น เลนนอน (John Lennon) และผลจากการชอบศึกษาค้นคว้าและอ่านหนังสือขอเขา ทำให้เขาเป็นคนที่มีความคิดกว้างไกล สร้างสรรค์ และใช้เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงที่เป็นตำนานหลายต่อหลายเพลง

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s