บรรณารักษ์ชวนคุย: “เทพารักษ์ประจำคณะวิทย์” ศ.ดร. กวี รัตนบรรณางกูร

lib_talkไม่ว่าใครที่ได้ผ่านหรือเข้ามาเยี่ยมคณะวิทยาศาสตร์ ต่างก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันถึงความร่มรื่นของพรรณไม้นานาชนิดที่ปกคลุมพื้นที่ ๔๐ ไร่ นับจากอดีตถึงปัจจุบัน คณะวิทยศาสตร์ได้มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยเพื่อสร้างอาคารถาวรวัตถุมาอย่างต่อเนื่องตามความจำเป็นในแต่ละยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่น่ายินดีคือไม่ว่าจะมีการจัดการพื้นที่เพื่อสร้างอาคารใดๆ ก็ตาม ชาวคณะวิทย์ ต่างยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาและอนุรักษ์ต้นไม้ โดยพยายามรักษาและหาทางใช้ประโยชน์จากพื้นที่โดยรบกวนพวกมันให้น้อยที่สุด

หน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร. กวี รัตนบรรณางกูร ศิษย์เก่าและอาจารย์อาวุโสจากภาควิชาจุลชีววิทยา ที่ชาวคณะวิทย์ในอดีตต่างทราบดีถึงความเป็นคนรักต้นไม้ จนถึงกับมีคนตั้งสมญานามให้ท่านเป็น เทพารักษ์แห่งคณะวิทย์ ซึ่งท่านได้ให้เกียรติมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในครั้งอดีตของคณะวิทยาศาสตร์

_MG_538600ศ.ดร. กวี รัตนบรรณางกูร ศิษย์เก่าและอาจารย์อาวุโสจากภาควิชาจุลชีววิทยา

“ผมสอบเข้าแพทย์ (วิทยาศาสตร์การแพทย์ รุ่น ๖) และตอนสอบสัมภาษณ์มีโอกาสได้พบท่านอาจารย์สตางค์ (ศ.ดร. สตางค์ มงคลสุข) ท่านก็ถามผมว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์ไหม ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นหมอ ท่านก็เลยสนับสนุนให้ผมไปเรียนที่ University of Wisconsin ในช่วงนั้นมีพวกเราที่ไปเรียนที่นั้นด้วยกันสี่คน คือ อาจารย์พรชัย (ศ.ดร.นพ. พรชัย มาตังคสมบัติ) อาจารย์วิชัย (ศ.ดร. วิชัย ริ้วตระกูล) อาจารย์ประเสริฐ (ศ.ดร. ประเสริฐ โศภน) แล้วก็ผม”

_MG_5387 copy“สมัยก่อนนั้นที่คณะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คนยังไม่มากเท่าไหร่ แต่บรรยากาศดีมากๆ พวกรุ่นผมและก็พวกนักเรียนทุนที่อาจารย์สตางค์ชักชวนเข้ามาก็อยู่ด้วยกัน เราจับกลุ่มคุยกันสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงรับประทานอาหารกลางวัน มีอะไรก็มาคุยกัน ปรึกษากัน ใครสงสัยเรื่องอะไรก็เอามาถกเถียงกัน เราถกกันแรงพอสมควรแต่ก็ไม่ได้คิดถือสา เพราะเป็นเพื่อนๆ รุ่นพี่-น้อง กันทั้งนั้น เรื่องงานวิจัยนี่ทุกคนก็ตั้งใจทำกัน สมัยก่อนทุนต่างๆ ยังไม่ค่อยมี ถึงมีก็ไม่ได้มากอะไร แต่พวกเราก็ทำกันด้วยใจรักจริงๆ” อาจารย์กวี ย้อนอดีตถึงบรรยากาศของอาจารย์หนุ่มในยุคก่อน

นับตั้งแต่คณะวิทย์ย้ายสถานที่ตั้งมายังพื้นที่ปัจจุบัน (ถนนพระรามที่ ๖) จากภาพถ่ายในอดีตพบว่าพื้นที่โดยรอบของคณะยังไม่ได้เต็มไปด้วยต้นไม้เหมือนในปัจจุบัน แต่เริ่มมีการปลูกและดูแลรักษากันมารุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นมรดกตกทอดจากชาวคณะวิทย์รุ่นบุกเบิกเลยก็ว่าได้ “พวกเราโชคดีหลายอย่าง คือ ดินบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ เพราะเป็นที่ทิ้งขยะเก่า ท่านอาจารย์สตางค์ และคุณอมร ศรีวงศ์ ซึ่งเป็นสถาปนิกก็ได้ให้ปลูกต้นไม้ไว้เยอะ นอกจากนี้ อาจารย์และเจ้าหน้าที่รุ่นต่อมาก็รักและหวงแหนต้นไม้ คอยเป็นหูเป็นตามาตลอด ต้นประดู่ยักษ์ที่อยู่ตามแนวรั้วหน้าคณะนั้นก็ปลูกในสมัยแรก”

945536_599139320121030_1569721707_nบริเวณสวนนกเงือกในปัจจุบัน เป็นอีกจุดหนึ่งที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่

“ที่ต้องให้เครดิตก็คือคนของเรานี่ล่ะ ตรงสวนป่านี่เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยแรกแล้ว แต่ไม่ได้ทึบขนาดทุกวันนี้ คนที่มาปลูกเสริมภายหลัง คืออาจารย์ยอด (ศ.ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์) แกเอากล้าไม้มาให้คนสวนปลูก แล้วก็เริ่มช่วยๆ กันดูแลกันมาเรื่อย ผมก็ขันอาสามาช่วยดูแลด้วย ไม่ได้มีใครมอบหมายอะไร”

“มันก็ตลกดีนะ เวลามีใครจะตัดต้นไม้หรือกิ่งไม้ใหญ่ก็มีโทรศัพท์มาหาผมจากหลายสาย “อาจารย์….เขาจะตัดต้นไม้นะ อาจารย์ไปดูหน่อย” คือพวกเรารักต้นไม้ หวงต้นไม้มาก เขาคงเห็นว่าผมทำตรงนี้อยู่ ก็เลยอยากให้ผมเป็นคนกลาง ซึ่งผมก็ยินดี ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันปกป้อง ก็จะเข้าไปคุยว่าเรามีทางอื่นไหม ผมคิดว่าเราควรจะช่วยกันหาทางออก มาช่วยกันคิดว่าไม่ต้องตัดได้ไหม หากเราไม่คิดเลย คิดแต่จะตัดทิ้งท่าเดียว สุดท้ายก็จะไม่เหลืออะไร”

“เคยมีครั้งหนึ่ง มีคนโทรมาบอกว่า อาจารย์…ลูกอีกามันตกลงมาจากต้นไม้ อาจารย์ไปดูหน่อย ผมก็ไปนะ คือเขาคงไม่รู้จะบอกใคร ผมก็ไปช่วยดู อะไรที่เราทำได้ก็จะทำ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรตอบแทน” อาจารย์เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี “พวกเขาคงคิดว่าผมเป็นเทพารักษ์ที่นี่”

560252_554571091244520_1450173276_nภาพคณะวิทยาศาสตร์ ก่อนการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ

คณะวิทยาศาสตร์นั้นมีพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลรามาธิบดีมาตั้งแต่เริ่มแรก จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการก่อสร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ (ตึกเค) ซึ่งพื้นที่แต่เดิมเป็นทางเข้า-ออก คณะและเป็นที่จอดรถ และมีต้นไม้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก อาจารย์กวีได้เล่าถึงการจัดการในสมัยนั้นให้ฟังอย่างน่าสนใจ

“ผมก็เข้ามามีส่วนร่วมพอสมควร คือมีส่วนร่วมเป็นกรรมการในการออกแบบตึกกับบริษัท สถาปนิก ๑๑๐ ซึ่งผมรู้จักกับทางผู้บริหารเขามาก่อน ถ้ามีการก่อสร้างเราจะต้องเสียต้นไม้ใหญ่ไปมากทีเดียว เรื่องนี้ต้องให้เครดิตอาจารย์พรชัย (ศ.ดร.นพ. พรชัย มาตังคสมบัติ) ทางผมก็คุยกับบริษัทแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไม่ตัด แต่จะใช้วิธีย้าย อาจารย์ท่านบอกเลยว่าจัดการได้เลย ย้ายก็ย้าย ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวค่อยว่ากัน คือท่านก็ให้ความสำคัญกับต้นไม้มากเหมือนกัน เราก็ไปว่าจ้างบริษัทมาทำการย้าย พอสำรวจดูแล้วก็มีต้นไม้ใหญ่เล็กรวมแล้ว ๗๗ ต้น พวกต้นใหญ่ๆ เขาก็คิดราคาเป็นหลักหมื่น ส่วนต้นเล็กๆ เขาทำให้ไม่คิดเงิน”

“๗๗ ต้นที่ว่านั่นก็มี หางนกยูง มะฮอกกานี มะขาม ตะแบก ศรีตรัง หูกวาง ขนุน ฯลฯ เรามีการกำหนดว่าจะย้ายต้นไม้พวกนี้ไปไว้ที่ไหน มีที่หน้าตึก Pr แถวหลังตึกอนาโตมี่เราก็ย้ายเอามะฮอกกานีไปปลูก คือตึกบริเวณนั้นรับแดดช่วงบ่ายเต็มๆ เราเลยเอาไปเพื่อช่วยบังแดด ตรงประตูทางออกที่โรงอาหารก็มี จำได้ว่ามีต้นตะแบกต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง สวยมาก แต่ถูกย้ายภายหลังไปหลังตึก R อยู่ไม่นานก็ตาย หลังตึก R ตรงข้ามโรงอาหารก็ด้วย บางต้นก็ยังอยู่มาถึงเดี๋ยวนี้ ที่สนามหญ้า (สวนนกเงือกในปัจจุบัน) ก็มีมะขาม หูกวาง ทางเดินเลียบตึกคอมก็มีศรีตรังด้วย แต่ก็ตายไปเยอะ เพราะถูกย้ายซ้ำ แถวตึกกลมก็จะมีมะขามเทศ ที่สนามฟุตบอลติดกับกระทรวงการต่างประเทศก็มีบางส่วนที่ย้ายไปจากตรงนี้ มีขนุนอยู่หลายต้นแต่ตายเกลี้ยง เพราะสมัยก่อนพื้นที่แถวนั้นมันแฉะ แล้วขนุนมันเป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำ”

969381_599139336787695_1283940682_nต้นมะขามที่เอียงจนแทบล้ม รอดพ้นจากการถูกตัดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

“มีต้นมะขามอยู่ต้นหนึ่งตรงมุมสนามบาสที่ตอนนี้เป็นที่จอดรถ มันเอียงลงมาทำมุมประมาณ ๔๕ องศา ใกล้จะล้ม เขาก็จะตัด ผมก็คิดว่าเราไม่ต้องตัดก็ได้ เลยให้คนสวนต่อไม้มาค้ำไว้ ตัดกิ่งที่ถ่วงน้ำหนักออกให้เหลือกิ่งที่หันไปทางทิศตรงข้ามเพื่อให้มันบาล้านซ์กัน มันยังเอียงเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียพื้นที่ใช้ประโยชน์ จนทุกวันนี้มันก็ยังอยู่ มันสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามว่าเราสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลาย”

“ต้นไม้ที่ย้อยลงมาจากตึกเคก็ผ่านการออกแบบมาเหมือนกัน มันทำให้ตึกไม่ดูเปลือยจนเกินไป ไม่ดูขาวโพลน ตึกนี้หันไปทางตะวันตก พอถึงฤดูฝนก็จะรับฝนเต็มๆ รับลมเต็มๆ พอมีต้นไม้ห้อยลงมาก็จะช่วยลดการสาดของฝน กลุ่มอาคารเดิมที่คุณอมรออกแบบ (คุณอมร ศรีวงศ์) จะมีชายคายาวเกือบสองเมตร ฝนตกยังไงก็ไม่สาดเข้าห้องแล็บ แต่ตึกเคจำเป็นต้องออกแบบไม่ให้ตึกมันกว้างเขาจึงต้องลดชายคาลง จึงรับลมและฝนเต็มๆ เราจึงใช้ต้นไม้ทำเป็นม่านลดแรงปะทะจากฝนและแดดได้ด้วย และยังทำให้ตึกดูเขียวสวย คือมันมีที่มาที่ผ่านกระบวนการคิดไว้แล้ว”

941188_599139363454359_522833899_nกอเฟื่องฟ้าบริเวณทางขึ้นตึกเคมีที่ยังคงหลงเหลืออยู่

431858_599139396787689_1369004508_nม่านต้นไม้ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ

“ทางเดินเฟื่องฟ้าแต่ก่อนมีต้นเฟื่องฟ้าคลุมเต็มไปหมด คลุมหลังคาทางเดินมิดเลย ลากยาวตั้งแต่จากตึกเคมี แต่เราต้องไม่ประมาทแรงกดทับของต้นไม้นะ ทั้งกิ่งก้านมันเติบโตขึ้น หลังคามันรับน้ำหนักมาก แล้วโครงสร้างมันก็เริ่มทรุดโทรม ผมก็เคยเขียนเตือนถึงเรื่องนี้เป็นหนังสือถึงผู้บริหารด้วย นอกจากนี้ ผมได้ขอให้ คุณพงศ์พันธ์ พิศาลสารกิจ แห่งสถาปนิก ๑๑๐ ซึ่งเป็น landscape architect มือหนึ่งของเมืองไทย (ผลงานที่ดอยตุงและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) มาช่วยออกแบบซ่อมแซมทางเดินเฟื่องฟ้าและบริเวณใกล้เคียงให้ฟรี ซึ่งแบบที่ออกนั้นสวยงามมากและยังคงมีต้นเฟื่องฟ้าอยู่ครบถ้วน แบบร่างนี้โดดเด่นและลงพิมพ์ในหนังสืองานศพของคุณพงศ์พันธ์ ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนไปดอยตุง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้างตามแบบ ก็ได้แต่ซ่อมแซมปรับปรุงเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเสียใจมากเกี่ยวกับคณะวิทย์ เราเสียโอกาสที่จะได้สิ่งที่เป็นศิลปะที่งดงาม
(คุณพงศ์พันธ์ บอกว่ามันจะเป็น Photographic point คือ จุดที่ผู้คนจะชอบถ่ายรูปแล้วรู้ว่าเป็นคณะวิทย์) และมี function ที่ลงตัว กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมและจะเป็นที่ภาคภูมิใจของคนคณะวิทย์ และค่าซ่อมแซมก็ถูกกว่าด้วย”

จากวันนั้นถึงวันนี้ พื้นที่สีเขียวยังคงปกคลุมให้ความร่มรื่นแก่คณะวิทยาศาสตร์เรื่อยมา แม้ปัจจุบันเทพารักษ์ท่านนี้จะไม่ได้อยู่คอยดูแลคณะของเราเหมือนเช่นวันวาน แต่ท่านก็ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนถิ่นเก่าอย่างสม่ำเสมอ และเหนืออื่นใดด้วยความรักและหวงแหนต้นไม้ของชาวคณะวิทย์ที่ยังฝังแน่นอยู่ในใจ ก็มีส่วนช่วยปกปักรักษาพื้นที่สีเขียวให้คงอยู่กับคณะวิทยาศาสตร์ต่อไปตราบนานเท่านาน

ขอขอบพระคุณ ศ.ดร. กวี รัตนบรรณางกูร
สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖

936917_599139416787687_1368710850_nต้นไม้บริเวณสนามหญ้าระหว่างอาคารสำนักคอมพิวเตอร์และตึกเคมี

970255_599139356787693_388433413_nแนวต้นไม้บริเวณลานจอดรถ ติดกับกระทรวงการต่างประเทศ

575920_599139446787684_1009324403_nอีกหนึ่งไม้ใหญ่กลางลานจอดรถ

486722_599139503454345_1282781705_nต้นหางนกยูง สูงเกือบถึงชั้น ๖ ของตึกฟิสิกส์

181238_599139440121018_2053999009_nต้นขนุน ออกลูกดกข้างตึกเคมี

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนคุย and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s