บรรณารักษ์ชวนอ่าน : มินจายอง ราชินีบัลลังก์เลือด (The Lost Queen)

lib_readหยวนเฟย. (๒๕๕๓). มินจายอง ราชินีบัลลังก์เลือด. แปลจาก The Lost Queen. โดย ชลาลัย ธนารักษ์สิริถาวร. กรุงเทพ : มติชน.
เลขหมู่ : นว ห๒๑๘ม ๒๕๕๓

ใครที่เป็นแฟนละครเกาหลีหรือสนใจเรื่องราวของเกาหลีน่าจะคุ้นหูกับพระนามของ “พระราชินีมิน” มาบ้าง เรื่องราวที่แสนอื้อฉาวของพระนางที่เป็นที่รู้จักกันดีคือการที่พระนางถูกลอบปลงพระชนม์โดยทีมสังหารจากญี่ปุ่นและบางส่วนก็เป็นคนเกาหลีเองที่ไม่ลงรอยกับพระนาง เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นชนวนความขัดแย้งที่รุนแรงอย่างยิ่งระหว่างคนเกาหลีกับคนญี่ปุ่น บางกระแสก็ว่าเป็นเพราะการกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของพระนางทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจ และบ้างก็ว่าสาเหตุนั้นมาจากความขัดแย้งในราชสำนักเอง

อำนาจเป็นสิ่งหอมหวลใครๆ ก็อยากลิ้มลอง เมื่อขี่หลังเสือแล้วลงลำบาก แถมยังต้องระวังไม่ให้เสือแว้งกัด พระนางเองก็เช่นกัน ในช่วงปลายราชวงศ์โชซอน หรือราว ค.ศ. ๑๘๙๐ เป็นต้นมา ญี่ปุ่นเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามายังดินแดนบางส่วนของจีนและรุกล้ำเข้ามาในเกาหลี ในยุคนั้นยากที่จะมีใครต่อต้านแสนยานุภาพของญี่ปุ่นได้ เป้าหมายของชาวอาทิตย์อุทัยคือการครองเอเชียตะวันออก โดยมีเป้าหมายจะกลืนคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมด

the_lost_queen_coverทางฝั่งของราชสำนักเกาหลีก็เริ่มไม่มั่นคง ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ราชสำนักยังคงยึดถือธรรมเนียมเดิมๆ โดยเฉพาะพิธีกรรมและความขนบแบบเก่าที่ฟุ้งเฟ้อ มีการใช้เงินจำนวนมากไปกับความสำราญภายในราชสำนัก ในขณะที่ประชาชนยากแค้นและอดอยาก ยิ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ แต่บรรดาขุนางและราชนิกูลก็ยังไม่ได้สนใจนำพา แต่ไม่ใช่กับพระราชินีมิน

พระนางเติบโตมาจากตระกูลขุนนางที่ไม่ได้มีอำนาจอะไร บ้างว่าเพราะเหตุนี้พระนางจึงถูกวางตัวให้เป็นพระมเหสีในพระเจ้าโกจอง เพื่อที่ราชนิกูลชั้นผู้ใหญ่จะได้ควบคุมพระนางได้ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาด พระนางมีความสามารถปราดเปรื่องในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการบริหารบ้านเมือง ในขณะที่พระเจ้าโกจองมิได้นำพาราชกิจ พระนางก็ขึ้นว่าราชการหลังม่าน นี่เองทำให้ขั้วอำนาจเก่าไม่พอใจ

ภายหลังการเข้ายึดครองของญี่ปุ่น บีบให้เกาหลีต้องตกอยู่ใต้อาณัติของญี่ปุ่น แม้ว่าทางนิตินัยแล้วเกาหลียังเป็นเอกราช แต่ในทางพฤตินัยก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นเมืองขึ้น ราชสำนักมีอำนาจแต่เพียงในนาม ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างก็ยกธงยอมแพ้กันเสียหมด ขณะที่พระนางยังคงไม่ยอมรามือ พระนางหันไปจับมือกับรัสเซียโดยหวังว่าจะช่วยคานอำนาจและต่อกรกับญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจมาก จนมีการวางแผนลอบปลงพระชนม์ในที่สุด

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นหนังสือสารคดีที่อ่านยากหรือมีเนื้อหาเชิงวิชาการที่อ่านแล้วเครียดนะครับ จะเรียกว่าเป็นนิยายก็คงไม่ผิดนัก แต่มีการอ้างอิงและอาศัยเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์เป็นแกนหลักของเรื่อง ตัวละครหลายตัวก็มีตัวตนจริงๆ แต่ก็คงมีการสอดแทรกและปรุงแต่งเรื่องราวบางอย่างลงไปให้เพื่อให้ได้อรรถรส ตามประสาของการเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์

บรรณารักษ์ขอแนะนำครับสำหรับใครที่ชอบอ่านนิยายแนวนี้ ถ้าใครต้องการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แบบที่ไม่ปวดหัวก็ลองมาอ่านดูครับ แต่ห้ามเชื่อทั้งหมด ขอให้ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะอย่างที่บอกว่านี่คือนิยายครับ ไม่ใช่สารคดี ดังนั้นจึงต้องแยกแยะและวิเคราะห์ให้ออกว่าส่วนไหนคือข้อเท็จจริง ส่วนไหนคือการปรุงแต่ง จะอ่านเอาความบันเทิงก็ไม่เลวครับ แต่ถ้าให้ดี ลองค้นคว้าเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ก็จะได้ประโยชน์มากมายทีเดียวครับ

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s