เครือข่ายห้องสมุดกรมสุขภาพจิต…ไม่เห็น ไม่ใช่ ไม่มี

(ขออนุญาตเอาชื่อหนังสือของคุณพี่ตุ้ม “หนุ่มเมืองจันท์” มาใช้เป็นชื่อข้อเขียนนะครับ เพราะมันเข้ากับความรู้สึกได้ดีจริงๆ)

มีโอกาสได้ไปบรรยายที่กรมสุขภาพจิต (วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๕๖) ซึ่งทางสำนักพัฒนาสุขภาพจิตได้จัดโครงการประชุมปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดสู่ความเป็นเลิศด้านสุขภาพจิต โดยทางสำนักฯ มีความตั้งใจที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสังกัดกรมสุขภาพจิต เพื่อยกระดับการให้บริการและพัฒนาห้องสมุดในสังกัดของกรมสู่การให้บริการเชิงวิชาการมากขึ้น

อันที่จริงห้องสมุดในสังกัดของกรมเขาก็ให้บริการเชิงวิชาการอยู่แล้วล่ะครับ เพียงแต่อาจจะมากน้อยแตกต่างกัน และคงไม่เหมือนกันบริการของห้องสมุดในสถาบันการศึกษาที่เน้นวิชาการเป็นหลักอยู่แล้ว ห้องสมุดในสังกัดของกรมสุขภาพจิตเหล่านี้ก็จะอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชตามจังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี เลย นครพนม ฯลฯ รวมถึงที่อยู่ในกรุงเทพอย่าง สมเด็จเจ้าพระยา ศรีธัญญา เป็นต้น ซึ่งตามโรงพยาบาลเหล่านี้เขาก็ไม่ได้แค่ทำการรักษาอย่างเดียว บรรดาคุณหมอๆ นักจิตวิทยา นักวิชาการ เขาก็มีการทำวิจัย ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการ และก็ต้องเป็นหน้าที่ของห้องสมุดนี่ล่ะครับที่คอยให้บริการ

DSC00203บรรยากาศในห้องสมุดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

แต่ด้วยความเป็นจริงแล้ว การให้บริการเชิงวิชาการนั้นอาจจะนับว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับห้องสมุดของสถาบันการศึกษา ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทรัพยากรของห้องสมุดเองก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อความเป็นวิชาการสักเท่าไหร่ งบประมาณ อุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นไปเท่าที่พอจะมี ห้องสมุดจึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล แวะมานั่งพักอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านนิยาย พ็อกเก็ตบุ๊คไปตามเรื่อง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ เพียงแต่สัดส่วนของบริการทางวิชาการอาจจะไม่เด่นชัดมากนัก ตัวแทนจากห้องสมุดทั่วประเทศที่มาชุมนุมกันในวันนั้นกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าห้องสมุดของพวกเขาไม่ใช่แค่ที่นั่งพักอ่านนิยายแน่ๆ เพียงแต่พวกเขามีอุปสรรคบางประการในการให้บริการวิชาการต่างหากล่ะ และส่วนตัวผมเองก็คิดว่าปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือการยังขาดการสร้าง Brand Awareness ที่ดีด้วย

DSC00207รูปปั้น ศ.นพ.ประสพ รัตนากร ปูชนียบุคคลด้านจิตเวชท่านหนึ่งของประเทศไทย

เรื่องของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือนั้นผมเชื่อว่าทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันดี เวลาไปบรรยายเรื่องนี้ที่ไหนผมมักจะย้ำเสมอว่า ถ้าหน่วยงานไหนที่คิดจะสร้างเครือข่ายห้องสมุด (แบบเป็นรูปธรรมชัดเจน) ขอให้ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราจะสร้างเครือข่ายไปทำไม อย่างกรณีของกรมสุขภาพจิตเมื่อได้พูดคุยกันก็พบว่าพวกเขาสร้างเครือข่ายกันมานมนานแล้ว เพียงแต่เป็นเครือข่ายความร่วมมือแบบหลวมๆ ที่ไม่เป็นทางการ การใช้ทรัพยากรร่วมกันก็มีมาเนิ่นนานแล้ว บางแห่งนั้นให้บริการทางวิชาการมากมายโดยอาศัยความร่วมมือแบบหลวมๆ แบบนี้นี่ล่ะ โดยที่เบื้องบนไม่ทราบด้วยซ้ำ แต่การลุกขึ้นมาประกาศว่าเราจะสร้างเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรมแบบนี้ก็นับเป็นเรื่องดีครับ ไหนๆ ก็ร่วมมือแบบลับๆ กันมานาน เปิดเผยกันให้เป็นโครงการจริงจังก็จะช่วยส่งผลต่อห้องสมุดในเครือ เป็นการสร้างเงื่อนไขในการต่อรองดีครับ เพราะผลประโยชน์ที่ได้นั้นมีแต่คุ้มกับคุ้ม ทั้งผู้ใช้บริการที่เป็นบุคลากรของกรมฯ เอง รวมถึงผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลทั่วไปด้วย

มาทราบเอาตอนเปิดการประชุมว่าทางผู้บริหารมีนโยบายในการพัฒนาห้องสมุดในสังกัดอย่างจริงจัง โดยเน้นไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านจิตเวช มานั่งนึกๆ ดูก็เห็นภาพเลยนะครับว่าบ้านเรายังไม่มีแหล่งข้อมูลทางจิตเวชที่เป็นจริงเป็นจังเลย อาศัยแหล่งข้อมูลจากโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในสังกัดของสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนและการวิจัยทางจิตเวช ขณะที่กรมสุขภาพจิตที่เหมือนจะเป็นที่พึ่งได้ดีที่สุดกลับยังไม่มีการรวบรวมงานวิจัยที่เป็นชิ้นเป็นอัน หลายหน่วยงานในสังกัดยังรวบรวมสารสนเทศแบบตัวใครตัวมันอยู่ โครงการนี้จึงน่าจะเป็นที่พึ่งได้ในอนาคตสำหรับการส้รางศูนย์ข้อมูลทางจิตเวชของบ้านเรา

DSC00215

ปัญหาของการสร้างเครือข่ายห้องสมุดจากหลายๆ หน่วยงานที่มักประสบชะตากรรมเดียวกันคงไม่พ้นเรื่องของบุคลากรและงบประมาณ เรื่องของบุคลากรห้องสมุดในสังกัดของกรมฯ ที่พูดคุยกันวันนั้นก็เป็นเหมือนนิทานไม่รู้จบครับ ผมเองก็ไม่อาจเสนอแนะใดๆ ได้ ด้วยระบบราชการประเทศไทยที่ยังพายเรือวนในอ่างกันไม่จบสิ้น น่าเห็นใจสำหรับบุคลากรห้องสมุดครับ แต่ที่ตื้นตันใจมากๆ คือแม้ว่าจะประสบปัญหามากขนาดไหน ทุกคนก็ยังยืนยันว่าไม่ท้อถอย พร้อมจะปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และยังยิ้มสู้เสมอ อยากให้ผู้บริหารชั้นบนๆ มาเห็นจังเลยครับ จะได้เห็นว่าคนทำงานข้างล่างเขาทุ่มเทขนาดไหน

ปัญหาที่สองคือเรื่องของงบประมาณ ซึ่งมันจะส่งผลต่อเนื่องในด้านทรัพยากร เพราะงบประมาณที่ว่านี้ก็ถูกนำมาแปรเป็นทรัพยากรและข้อมูลต่างๆ สำหรับให้บริการทั้งสิ้น อันนี้ก็น่าเห็นใจครับ เรื่องงบประมาณนี่ที่ไหนก็คงเจอเหมือนกันๆ การสร้างเครือข่ายก็จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับแก้ไข จะให้กรมฯ บอกรับฐานข้อมูลวิชาการ สร้างฐานข้อมูล สร้างระบบไอที ก็คงเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมครับ ผมจึงแนะนำให้ลองสร้างเครือข่ายที่เหนือไปจากห้องสมุดในสังกัด คือกระจายออกไปยังสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีแหล่งสารสนเทศมากมาย แน่นอนว่าห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ก็ยินดีอ้าแขนต้อนรับ รวมไปถึงการนำเสนอฐานข้อมูลวิชาการที่ให้บริการฟรีซึ่งก็มีจำนวนมากทีเดียว ส่วนสารสนเทศงานวิจัยที่แต่ละห้องสมุดมีนั้นก็ต้องกลับไปคิดกันล่ะครับว่าจะมีแนวทางจัดทำเป็นฐานข้อมูลรวมกันอย่างไร

DSC00224ชักภาพร่วมกับบรรดา “คนทำงาน” ของห้องสมุดในสังกัดกรมสุขภาพจิตครับ

โดยรวมแล้วการบรรยายในวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ผมพยายามให้แนวคิดสำหรับการพัฒนาห้องสมุดแต่ละแห่งเป็นอันดับแรก เรื่องของความร่วมมือนั้นเชื่อว่าทุกท่านรับทราบกันเป็นอย่างดี ที่เหลือคือทำอย่างไรจะทำให้เกิดเป็นรูปธรรม ดังนั้นการประเมินตนเองเพื่อพัฒนาตนเองจึงน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เมื่อทุกๆ แห่งมีพัฒนาการที่ดี เครือข่ายก็จะไปได้สวย และการพัฒนาตนเองบางครั้งก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากส่วนกลางหรือจากห้องสมุดที่ใหญ่กว่า ก็เป็นเรื่องดีครับเมื่อที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าจะมีการแวะเวียนไปรับทราบปัญหาเพื่อนำเสนอต่อเบื้องบน

เริ่มมีความหวังแล้วครับ อาจไม่ใช่ในเร็ววันนี้ แต่เพียงแค่ประชุมครั้งแรกก็เริ่มมีการประสานความร่วมมือกันแล้ว เริ่มต้นได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง หวังว่าในอนาคตบ้านเราจะมีแหล่งสารสนเทศทางจิตเวชที่สมบูรณ์แบบกันเสียที เป็นกำลังใจให้ครับ

แวะไปเยี่ยมห้องสมุดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่ http://mhtech.dmh.moph.go.th/library
download เอกสารประกอบการบรรยายได้ที่นี่ Download

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This entry was posted in กรมสุขภาพจิต, เครือข่ายห้องสมุด and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

6 Responses to เครือข่ายห้องสมุดกรมสุขภาพจิต…ไม่เห็น ไม่ใช่ ไม่มี

  1. เดือนฉาย says:

    ขอบพระคุณ อาจารย์มากนะค่ะ ที่มาเพิ่มความรู้ให้กับพวกเรา และ ต่อไป อาจารย์จะเป็นที่พึ่งพาอาศัย ให้กับพวกเราชาวบรรณารักษ์กรมสุขภาพจิต….ถึงหนูจะย้ายสังกัดแล้ว แต่ก็ขอความช่วยเหลืออาจารย์ได้ใช่มั้ยค่ะ

    • stanglib says:

      ไม่มีปัญหา หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือก็ยินดี (ยกเว้นเรื่องเงิน)

  2. Raweewan says:

    บรรยากาศการบรรยายในวันนั้นได้รับความรู้ แนวคิดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากนะคะ ที่มาให้ความรู้ และสอดแทรกความสนุกสนานในเนื้อหาการบรรยายที่ทำให้ไม่น่าเบื่อเลย และที่ชอบฟุดๆคือ มีรางวัลมาแจกด้วยยยยยยย ยยยยย หุหุ (ของฟรีหนูชอบบบบบคร้าา) 555555555

  3. Anonymous says:

    ชอบอาจารย์บรรยายในวันนั้นมากค่ะ มันส์…ดี ได้สาระและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่เครียด ที่สำคัญได้ไอเดียมาทำ CQI ปีหน้าด้วย ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ (โข่ง) ของอาจารย์นะคะ ขออนุญาตนอกเรื่องนี๊ดส์นึงค่ะ นั่งคิดตั้งนานว่าบุคลิกอาจารย์เหมือนใคร เพิ่งนึกออก เหมือนพ่อหมอ เจาะข่าวตื้นเลยค่ะ…ฮาดี….จากจิตเวชสงขลาค่ะ

  4. weena says:

    ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่มาจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวไปข้างหน้าแม้จะมีข้อจำกัดมากมาย
    จะพยายามต่อไปค่ะ ไปไม่ไกลก็ไม่ถอยหลังแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s