บรรณารักษ์ชวนรู้: ข้อควรระวังกับการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (๒)

lib_knowledgeเมื่อคราวก่อนเราคุยกันถึงเรื่องของการคัดลอกผลงานทางวชาการ (Plagiarism) กันไปแล้วครั้งหนึ่ง คือการคัดลอกแบบคำต่อคำหรือวลีต่อวลี ซึ่งนั่นก็เป็นการคัดลอกแบบหนึ่งที่ใช้กันบ่อยมาก แต่ยังมีการคัดลอกอีกสามประเภทที่ควรเรียนรู้ไว้

การคัดลอกแบบถอดความ คือการสรุปเนื้อหา แปลภาษา หรือปะติดปะต่อผลงานของผู้อื่นเข้าไว้ด้วยกัน โดยให้แตกต่างจากตันฉบับเดิม การทำแบบนี้เป็นการทำให้ผู้อ่านคิดว่าผู้เขียนสร้างสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นไปได้ หากผู้เขียนไม่ได้ระบุที่มาของเนื้อหาอย่างถูกต้อง

การนำความคิดของผู้อื่นมาแสดงเสมือนว่าเป็นความคิดของตนเอง เป็นการนำแนวคิดของผู้อื่นมาเขียนลวงให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นแนวคิดของผู้เขียนเอง หากว่าเป็นแนวคิดของผู้เขียนเองจริงๆ แต่เมื่อภายหลังพบว่าไปเหมือนกับแนวคิดของคนอื่น แบบนี้จะไม่ถึงว่าเป็นการคัดลอกผลงาน

ทั้งสองกรณีนี้สามารถหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาได้ด้วยการระบุแหล่งที่มาของข้อมูล อาจใช้วิธีทำเชิงอรรถหรือหมายเหตุเพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อความนั้นๆ ได้ถูกคัดลอกหรือถอดความมาจากผลงานของผู้ใด อาจระบุว่า ถอดความมาจาก… หรือ แปลจาก… หรือ สัมภาษณ์ (ระบุชื่อ) เมื่อ… เป็นต้น

ในกรณีที่แปลผลงานของผู้อื่นนั้น สามารถใช้วิธีการถอดความได้ตามแต่สมควร หากแปลมากจนเกินสมควรก็ควรต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน

การนำเอาผลงานเก่าของตนเองมาใช้ใหม่ (Self Plagiarism) เป็นการนำเอาผลงานของตนเองที่เคยเผยแพร่ไปแล้วมาใช้ใหม่โดยไม่ได้มีการปรับปรุง โดยต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ กรณีนำเอาผลงานของตนเองมาใช้ใหม่นี้ถ้ามีการพัฒนาหรือปรับปรุงผลงานเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ โดยอาจระบุให้ชัดเจนว่า พัฒนามาจาก…. แต่หากไม่มีก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นผลงานเดิม

โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นการคัดลอก แปลความ ถอดความ ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำมาใช้กับผลงานของเรา ก็ต้องระบุแหล่งที่มาของผลงานชิ้นนั้นๆ ให้สมบูรณ์ทุกครั้งไป จึงจะปลอดภัยที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้องก่อนหน้า : ข้อควรระวังกับการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (๑)

เรียบเรียงข้อมูลจาก
– มานิตย์ จุมปา. (๒๕๕๖). เขียนผลงานทางวิชาการอย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ลักลอกผลงาน
  (Plagiarism). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
– กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์. คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมในการเรียนการสอน.
  เข้าถึงได้จาก : http://www.ipthailand.go.th

This entry was posted in กฎหมายไอที, การลอกเลียนผลงาน, บรรณารักษ์ชวนรู้, Plagiarism and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s