ภายใต้กรอบสีแดงของนิตยสาร “TIME” (ตอนที่ 3)

ความเดิมตอนที่แล้ว >> ภายใต้กรอบสีแดงของนิตยสาร “TIME” ตอนที่ 1 l ตอนที่ 2

Richard Stengel บรรณาธิการของ TIME (2004-2006) ได้เปรียบเปรยไว้อย่างน่าสนใจว่า “อะไรก็ตามที่เราได้นำเสนอในยุคของความหิวกระหายข่าวสารแบบนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้อ่าน เหมือนเป็นการคัดแยกเมล็ดข้าวสาลีออกจากแกลบที่ไร้ค่า นั่นคือเราจะให้ข้อมูลในสิ่งที่คุณต้องการจะรู้เท่านั้น” (Stengel, Richard, 2006)  หมายความว่า TIME เป็นผู้คัดกรองข่าวสารที่เห็นว่าผู้อ่าน “ควรต้องรู้” ในฐานะสื่อมวลชน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้อ่านต้องอ่านอะไร โดยที่ผู้อ่านเป็นฝ่ายตั้งรับเพียงข้างเดียว

Richard StengelRichard Stengel

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า TIME นำเสนอด้วยกลวิธีใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับระบบทุนนิยม อุดมการณ์ทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม การให้ความสำคัญกับประเทศตะวันตก มุมมองต่อประเทศในภูมิภาคอื่น ล้วนแต่เป็นอุดมการณ์จากชาวตะวันตกทั้งสิ้น แม้กองบรรณาธิการของ TIME จะกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของโลกก็ตาม แต่ต้นกำเนิดก็ยังคงเป็นอเมริกา ชาวตะวันตกจึงมีบทบาทในการคัดกรองเนื้อหาข่าวสารที่จะนำเสนอถึงผู้อ่าน อันเป็นการถ่ายทอดและครอบงำทางอุดมการณ์อย่างหนึ่ง

อิทธิพลของ TIME

ในยุคที่ Hadden และ Luce ยังคงบริหาร TIME อยู่นั้น ได้รับเสียงสะท้อนกลับมาเสมอว่าแนวทางการทำนิตยสารของพวกเขานั้นค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยม แต่ภายหลังการเสียชีวิตของ Luce ในปี 1967 TIME ก็เริ่มมีรูปแบบการนำเสนอที่ผ่อนคลายมากขึ้น

แต่การนำเสนอเนื้อหาของ TIME โดยเฉพาะประเด็นหลักของแต่ละฉบับ หรือก็คือหน้าปกที่เป็นที่สะดุดตานั้น มักจะเป็นตัวจุดประกายให้เกิดความตื่นตัว เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง จนได้รับกล่าวถึงจากสื่ออื่นๆ และกลายเป็นจุดสนใจของผู้อ่านทั่วโลกว่าใครจะได้ขึ้นปกในฉบับต่อไป

Jim Kelly บรรณาธิการในปี 2001 เคยประกาศว่า TIME ต้องระลึกเสมอว่าผู้อ่านมีความกระหายใคร่รู้เรื่องราวความเป็นไปของโลก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่า TIME ได้เสนอเรื่องราวที่ตรงประเด็นที่สุดชนิดที่ไม่มีทางหาอ่านได้จากที่อื่น (ทันเกต, มาร์ค, 2008)

TIME ยอมรับว่าพวกเขาถือกำเนิดในอเมริกาและเริ่มต้นการวางรากฐานความเชื่อมั่นในอเมริกาจนแข็งแกร่ง แต่ด้วยนโยบายทางการตลาด TIME เริ่มขยายขอบเขตการจัดจำหน่ายโดยผลิต TIME ฉบับอื่นๆ ตามมาเพิ่มขึ้นจากที่มีเฉพาะ U.S. Edition จนในปัจจุบัน TIME ตีพิมพ์ในแต่ละฉบับออกเป็นห้าภูมิภาคใหญ่ของโลก คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา เอเชีย และแปซิฟิกใต้ ทำให้ TIME จำเป็นต้องเพิ่มกองบรรณาธิการไปทั่วโลก เพื่อเจาะลึกประเด็นที่ผู้คนในแต่ละภูมิภาคกำลังสนใจ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ TIME กลายเป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือจากประชากรในทุกภูมิภาคของโลก

ในทุกสัปดาห์ TIME จะมีการวางเนื้อหาและหน้าปกให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ในขณะนั้นของแต่ละภูมิภาค อาทิ TIME ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2012 ฉบับ U.S. Edition จะทำหน้าปกและเนื้อหาถึงประเด็นการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ Edition อื่นๆ จะหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องของการเมืองในรัสเซียแทน

picture 4หน้าปกของ TIME จะไม่เหมือนกันในแต่ละภูมิภาค

แต่กระนั้นก็ยังมีความแคลงใจในเรื่องของความน่าเชื่อถือของบทความจากมุมมองของผู้อ่านซึ่งอยู่ในประเทศที่ไม่นิยมอเมริกา โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาหรับ หรือกลุ่มผู้อ่านชาวมุสลิม เนื่องจากทราบกันดีว่า TIME เป็นนิตยสารสัญชาติอเมริกัน

Ali, Shahzad และคณะ (2008) ได้เสนอผลการวิเคราะห์บทความจากสื่อของอเมริกาที่มีการพาดพิงถึงกลุ่มชาวมุสลิม โดยยกกรณีศึกษาจากนิตยสาร TIME และ Newsweek ในช่วงปี 1991-2001 นำเอาบทความมาแยกเป็นประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมจำนวน 12 ประเทศ ซึ่งผู้วิจัยได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มประเทศพันธมิตร กลุ่มประเทศที่ไม่นิยมอเมริกาหรือเป็นประเทศคู่สงคราม และกลุ่มประเทศเป็นกลาง ปรากฏผลอย่างไม่น่าเชื่อว่าพบข้อความที่กล่าวพาดพิงในเชิงเป็นกลางมากที่สุด รองลงมาคือในเชิงลบ และกล่าวพาดพิงในเชิงบวกกลับมีน้อยที่สุด ซึ่งผลที่ว่านี้ปรากฎเหมือนกันในสามกลุ่มประเทศ

New_magปฏิเสธไม่ได้เลยว่านิตยสารข่าวไม่ได้มุ่งเสนอข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่แฝงนัยยะทางการเมืองไว้อย่างแยบยล

อนุมานได้ว่าแม้จะเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกาเองก็ตาม แต่สื่ออเมริกันก็ยังคงมีอคติกับชาวมุสลิม จนก่อให้เกิดความรู้สึกว่า TIME ไม่ได้นำเสนอข้อมูลที่เที่ยงธรรมพอ โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ 9/11 TIME กลายเป็นหนึ่งในสื่อหลักที่โจมตีกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งบางครั้งก็พาลกระทบไปยังชาวมุสลิมอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ในทางกลับกันงานวิจัยดังกล่าวซึ่งเป็นของมหาวิทยาลัย Bahauddin Zakariya ประเทศปากีสถาน ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศวางตัวเป็นกลาง ก็มีโอกาสที่จะสรุปผลงานวิจัยที่มีความโน้มเอียงในเชิงลบเพราะความอคติต่อสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน

1101740722_400และถ้าหากย้อนกลับไปในยุคทศวรรษที่ 70 TIME ได้ทำหน้าที่สื่อในการตีแผ่เหตุการณ์ในคดีวอเตอร์เกตอันลือลั่น จนทำให้เก้าอี้ประธานาธิบดีของ ริชาร์ด นิกสัน ต้องสั่นคลอนมาแล้ว

ในปี 1973 หลังจากเรื่องราวอันอื้อฉาวถูกเปิดโปงขึ้น บทบรรณาธิการของ TIME ได้เขียนโจมตีการทำงานของนิกสันอย่างเผ็ดร้อน โดยอ้างว่าเขาหมดสิ้นความน่าเชื่อถือ ขาดศีลธรรมอันดีงาม และไม่สมควรปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบขาวต่อไป  TIME เป็นสื่อที่แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของนิกสัน ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการ

ที่น่าแปลกก็คือก่อนหน้านั้นเพียงสองปี คือในปี 1971 และ 1972 TIME เพิ่งจะยกย่องให้นิกสันเป็นบุคคลแห่งปีถึงสองสมัยซ้อน (Person of the Year) จากผลงานการเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ รวมถึงการเดินทางไปเยือนจีนและพบปะกับ เหมา เจ๋อ ตุง ผู้นำจีนในขณะนั้น แต่ในปีต่อมา TIME ก็กระหน่ำใส่นิกสันอย่างไม่มีชิ้นดี >> ติดตามต่อตอนหน้า

References
1. Ali, S., & Khalid. (2008). US Mass Media and Muslim World: Portrayal of Muslim by “News Week” and “Time” (1991-2001). European Journal of Scientific Research. 21(4), 554-580.
2. Stengel, Richards. (2008, April 14).  The 85 Years of Time. Time. 171(14): 29-32.
3. ทันเกต, มาร์ค. (2551). ทำไม ใหญ่สะท้านโลก โรดแมพสู่ผู้ทรงอิทธิพลของสื่อโลก. แปลโดย พจนา เลิศไกร. กรุงเทพฯ: ยูเรก้า.

—————————————————————————————————————————————————

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกใน อภิชัย อารยะเจริญชัย. (๒๕๕๕). ภายใต้กรอบสีแดงของนิตยสาร TIME. วารสารห้องสมุด. ๕๖ (๑), ๓๓-๔๔.

Advertisements
This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

One Response to ภายใต้กรอบสีแดงของนิตยสาร “TIME” (ตอนที่ 3)

  1. Pingback: ภายใต้กรอบสีแดงของนิตยสาร “TIME” (ตอนจบ) | Stang Mongkolsuk Library's blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s