บรรณารักษ์ชวนอ่าน : คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก

lib_readวอลเตอร์, เอคาเทรีนา. (2556). คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก : ห้าเคล็ดลับธุรกิจของสุด ยอดซีอีโอแห่งเฟซบุ๊ก. แปลจาก Think Like Zuck. โดย พิมพ์ใจ สุรินทรเสรี. กรุงเทพ : เนชั่นบุ๊คส์.
Call Number : HM479.Z83 ว368ค 2556

คงไม่มีใครจะคาดคิดว่าเฟซบุ๊กจะสร้างยอดสมาชิกได้สูงถึง 1 พันล้านราย บรรณารักษ์คิดว่าตัว นายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เองก็คงไม่คิดไกลถึงเพียงนี้ แต่ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งจากตัวเฟซบุ๊กเองและจากปัจจัยแวดล้อมก็ส่งผลให้มันกลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงปี 2009-2011 ที่มีอัตราการเติบโตสูงลิ่วที่สุด

1939854_10152165727215379_1238614073_n copyกูรูวงการการตลาดและวงการอื่นๆ ต่างพยายามไขปริศนาว่าทำไมเฟซบุ๊กถึงเป็นที่นิยมมากขนาดนี้ คำตอบที่ได้อาจจะหลากหลายมากจนยากจะหาข้อสรุป ไม่ใช่เฉพาะแต่จำนวนคนที่เข้ามาใช้เท่านั้น แต่ทั้งการเติบโตในแง่ธุรกิจของเฟซบุ๊กก็ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ มีหลายคนที่ชี้นิ้วไปว่าแกนหลักของความสำเร็จนั้นคือตัวผู้บริหารอย่าง นายซัคเกอร์เบิร์ก นี่ล่ะ เหมือนๆ กับที่ Apples ประสบความสำเร็จได้เพราะ สตีฟ จ็อบส์

ตอนที่เฟซบุ๊กโด่งดังใหม่ๆ เรามักมองว่า ซัคเกอร์เบิร์ก เป็นอัจฉริยะด้านไอที เขาเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างดี เขาสร้างสรรค์ให้เฟซบุ๊กกลายเป็นที่นิยมและเข้าถึงผู้คนได้ทั่วโลก แต่ในระยะหลังๆ เขาก็แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีดีอยู่แค่นั้น ความสามารถในการเป็น “ผู้บริหาร” องค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกเขาก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน

หนังสือ “คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก” จะพาเราไปขุดลึกถึงวิธีคิดของอัจฉริยะผู้นี้ในแง่ของการบริหาร แนวคิดในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ทุกคนยอมรับ ดังนั้นถ้าใครคิดว่าเนื้อหาจะเล่าถึงขั้นตอนการสร้างเฟซบุ๊กก็คงจะไม่มีนะครับ แต่สิ่งที่จะได้และบรรณารักษ์คิดว่าสำคัญพอๆ กัน คือเขา “คิดอย่างไร” มากกว่า “ทำอย่างไร”

ตัวอย่างแนวคิดที่แหวกสามัญสำนึกของคนทั่วไปอันหนึ่งคือเขาเชื่อในเรื่องการเปิดกว้างและการเชื่อมต่อ จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมเฟซบุ๊ก ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก วัฒนธรรมแฮกเกอร์ หรือ วิถีแฮกเกอร์ ซึ่งพอพูดถึงแฮกเกอร์ ทุกคนก็จะคิดถึงการเจาะระบบ การสร้างความเสียหาย การโจรกรรมข้อมูล แต่เขากลับมองว่าวัฒนธรรมแฮกเกอร์จะช่วยสร้างบางสิ่งได้ดีกว่าที่คนเพียงคนเดียวจะทำได้ ซึ่งเขาก็นำแนวคิดนี้มาใช้กับการบริหารโดยให้อิสระเต็มที่แก่วิศวกร ทุกคนออกความเห็นได้ และทุกคำแนะนำล้วนมีความหมาย

แต่แม้จะเปิดอิสระเต็มที่ให้กับผู้ร่วมงาน แต่ ซัคเกอร์เบิร์ก ก็ยังคงนั่งแท่นผู้บริการที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในท้ายที่สุด เป็นการแสดงภาวะผู้นำขององค์กรระดับโลกทั้งที่อายุยังน้อย อย่างในกรณีนี้เขาก็ให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า “ผู้คนอาจวิจารณ์เราในประเด็นนี้ไปอีกนาน แต่เราชื่อว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง”

mark-zuckerberg

สำหรับคำถามที่ใครๆ สงสัยว่าทำไมเฟซบุ๊กถึงประสบความสำเร็จ หนังสือเล่มนี้ได้เฉลยไว้แล้ว ซึ่งบรรณารักษ์ขอนำมายั่วท่านผู้อ่านสักเล็กน้อย ซัคเกอร์เบิร์ก เฉลยว่าปัจจัยที่ว่านั้นคือ 5P ได้แก่ ความหลงใหล (Passion) วัตถุประสงค์ (Purpose) คน (People) ผลิตภัณฑ์ (Product) และ ความเป็นหุ้นส่วน (Partnerships) ส่วนรายละเอียดนั้นบรรณารักษ์แนะว่าควรมายิบไปอ่านเองจะสนุกกว่าครับ

นอกจากนี้ผู้อ่านจะได้เรียนรู้แนวคิดในการทำงานอีกมากมาย อาทิ การกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การคาดการณ์อนาคต การเผชิญหน้าและแก้ไขกับปัญหาสารพัน จิตวิทยาการบริการบุคคล ฯลฯ ซึ่งบรรณารักษ์ไม่ได้การันตีว่าทุกสิ่งในหนังสือเล่มนี้ถูกต้องไปเสียหมดนะครับ แต่เชื่อว่าท่านผู้อ่านจะสามารถพิจารณาแยกแยะและกลั่นกรองสิ่งที่เหมาะสมสำหรับท่านได้ด้วยตนเอง

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s