บรรณารักษ์ชวนอ่าน: ๑๐๐ เอกสารสำคัญ สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย

lib_readสรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย
“ความสำคัญของรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในประวัติศาสตร์ไทย”

ผ่านไปแล้วสำหรับการเปิดให้เข้าชมภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” แบบฟรีๆ กันถึง ๑๖๐ โรงทั่วประเทศ คำนวนคร่าวๆ ก็น่ามีคนไทยได้เข้าชมกว่าห้าหมื่นคน เสียงวิพากษ์วิจารณ์จะดีหรือลบนั้นก็สุดแท้แต่ใครจะมอง คิดเสียว่าอย่างน้อยก็พอจะให้คนไทยจำนวนหนึ่งได้สนุกสนานไปกับภาพยนตร์ แต่ที่สะกิดใจผมนิดหน่อยคือการที่หลายคนอาจแยกแยะไม่แตกระหว่างภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงกับความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์

10300324_803588096319897_7233318632653698186_nผมลองถามไถ่หลายๆ คนที่ได้ชมมาแล้วก็ได้คำตอบคล้ายๆ กันว่าตั้งใจไปชมเพื่อความบันเทิง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเนื้อหาในหนังได้ซึมเข้าไปในความคิดและพร้อมที่จะเชื่อไปตามเนื้อหนังว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงห้ามกันไม่ได้หรอกครับ ด้วยความเคารพครับ หนังที่สร้างจากบันทึกประวัติศาสตร์ย่อมมีการปรุงแต่เพื่อความบันเทิง ซึ่งเป็นที่มาของข้อเขียนแนะนำหนังสือบทนี้ ว่าอย่าเพิ่งปักใจเชื่อในหนังไปเสียหมด และอยากให้ลองศึกษาเพิ่มเติมกันมากขึ้น

ผมยังหวังให้คนไทยหันมาศึกษาประวัติศาสตร์กันมากขึ้นสักหน่อย นอกเหนือจากการรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสื่อบันเทิงซึ่งบางครั้งเราก็ลืมฉุกคิดไปว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนแต่ง เมื่อนานวันไปข้อมูลเหล่านี้จะถูกหลอมเข้ากับชุดความเชื่อที่ “เราอยากจะเชื่อ” หรือ “อยากให้เราเชื่อ” จนเกิดการบิดเบือนจากความเป็นจริง

หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างมาก แต่ก็แทรกความเป็นดราม่าลงไปเพื่อให้เป็นภาพยนตร์ไม่ใช่สารคดี ส่วนหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือการใช้ชื่อว่า “ตำนาน”

“…อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับว่านี่เป็นเรื่อง ตำนานสมเด็จพระเนรศวร อย่าไปจริงจังมากว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ๆ ผมว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะเป็นนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ ทั้งหมดไม่มีใครรู้จริงหรอกครับ เพราะไม่มีใครเกิดในยุคนั้น เขาดูจากตำรามา ผู้ที่ผมเคารพนับถือมากท่านหนึ่งก็บอกว่า “เออ ก็ถือว่าเป็นจินตนาการของท่านไปละกัน” นั่นสิ ทำไมคุณไม่จินตนาการบ้าง คุณเป็นนักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ ทำไมไม่จินตนาการบ้าง ผมทำได้เพราะผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ผมเป็นคนทำหนัง …” (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล กับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช. Bioscope. ๖๒ (ธันวาคม ๒๕๕๐) หน้า ๕๐-๕๗)

มีหนังสือมากมายครับที่พิมพ์ออกมาจำหน่าย ทั้งที่เขียนกันใหม่หรือที่เอาของเก่ามาพิมพ์ซ้ำ และมีทั้งคนเขียนที่รู้จริงกับที่รู้ลอก คือลอกมันดะ เอามาผสมๆ กันเข้าก็พิมพ์ขายได้ คนที่อยากศึกษาจริงๆ ต้องระวัง พลิกดูหน้าดูหลังให้ดีว่าใครเขียน เชื่อถือได้ไหม มีบทอ้างอิงไหม ไม่งั้นจะพลอยได้ความรู้ผิดๆ ซ้ำเข้าเข้าไปเสียอีก

มีผลงานน่าสนใจอยู่ชุดหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำให้ลองหามาอ่านกันครับ ที่ว่าเป็นชุดก็เพราะเขาพิมพ์ออกมาเป็นทั้งหมด ๒๔ เล่ม แต่ละเล่มมีเนื้อหาที่แตกต่างกันโดยใช้ชื่อชุดว่า “๑๐๐ เอกสารสำคัญ: สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย” เป็นผลงานในโครงการวิจัย ๑๐๐ เอกสารสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย จากการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นการรวบรวมผลงานวิจัยหรือบทความวิชาการที่สำคัญเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แบ่งตามหัวเรื่องเป็นเล่มๆ เป็นหนังสือที่คนไทยควรจะหยิบมาศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

282490_253993527952985_119527331399606_1022157_4235810_nพอบอกว่าเป็นผลงานวิจัย หลายท่านอาจส่ายหน้าว่าต้องอ่านยากแน่ๆ ไม่ใช่เลยครับ จริงอยู่ที่ภาษาที่ใช้อาจจะออกแนววิชาการเสียหน่อย แต่ประเด็นต่างๆ ที่หยิบมานำเสนอนั้น ผมคิดว่าถ้าท่านให้ความสนใจอย่างแท้จริง จะอ่านได้สนุกแน่นอน อย่างประเด็นเรื่องของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือชุดนี้ (ลำดับที่ ๖) เล่มนี้ทั้งเล่มจะกล่าวประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของเราที่มีความเชื่อมโยงกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งอาจจะช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจหรือเกิดมุมมองใหม่ในประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์อาจจำเป็นต้องใช้จินตนาการ แต่ไม่ใช่การเพ้อฝันหรือคิดเอาเอง หากแต่เป็นการคิดจากหลักฐานและข้อมูลที่พบ จึงอนุมานความถูกต้องได้ในระดับหนึ่ง เอาแค่เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนี้เรื่องเดียวก็ค้นคว้ากันได้เป็นชั่วอายุคนแล้วล่ะครับ ในหนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอแง่มุมที่น่าสนใจที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเช่นเหตุการณ์ที่ พระเจ้าบุเรงนอง ทรงนำ สมเด็จพระนเรศวร กลับกรุงหงสาวดีเพื่อเป็นองค์ประกันนั้น ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนหนึ่งเข้าใจตามที่ได้ชมในภาพยนตร์ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นแท้จริงยังมีความขัดแย้งกันอยู่หลายเรื่อง เช่น ขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเท่าไหร่แน่ หรือกระทั่งว่าพระองค์ถูกพาไปเป็นองค์ประกันที่เมืองหงสาวดีจริงหรือไม่

เราศึกษาประวัติศาสตร์จากการบันทึก ซึ่งก็ขึ้นกับว่าใครบันทึก และบันทึกส่วนหนึ่งก็เป็นการบันทึกจากคำบอกเล่า แม้แต่การบันทึกในพงศาวดารก็เป็นไปได้มากที่จะมีการนำเอา เรื่องเล่าขาน (Oral Traditions) มาเติมเข้าไว้ หรือในเหตุการณ์เดียวกัน ข้างไทยกับพม่าต่างก็มีการบันทึกที่ไม่เหมือนกัน การจะปักใจเชื่อข้างใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการสำรวจหาหลักฐานอ้างอิงเพิ่มเติมเสียก่อน

มีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจครับสำหรับหนังสือชุดนี้ ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนี้เท่านั้น ผมเองมิได้จะชูว่าหนังสือชุดนี้ถูกต้องไปเสียทั้งหมดนะครับ ผู้เขียนเองก็ได้ชี้แจ้งไว้ในหลายบทว่านี่คือผลงานที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว ประวัติศาสตร์นั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามหลักฐานที่ค้นพบ แต่อย่างน้อยคนไทยก็ควรจะได้อ่านเพื่อให้เกิดความเข้าใจและจุดประกายให้เกิดการค้นคว้าเพิ่มเติม ไม่ใช่ทึกทักเชื่อเอาทั้งหมดโดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

หนังสือชุด “๑๐๐ เอกสารสำคัญ: สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย” มีทั้งหมด ๒๔ เล่ม มีให้บริการที่ ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข เลขหมู่ DS562 ห159 2554

———————————————————————————————————

อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข

หมายเหตุ: ข้อเขียนนี้มีจุดประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้อ่านสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ มิได้หมายใจจะวิจารณ์เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้แต่อย่างใด

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

One Response to บรรณารักษ์ชวนอ่าน: ๑๐๐ เอกสารสำคัญ สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย

  1. การสร้างหนังประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่า เอาแต่ข้อเท็จจริงมาเปิดเผย ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็คงไม่มีรสชาติเลย ผู้สร้างก็ต้องหาจุดขาย เพิ่มสิ่งที่พอจะเป็นบันเทิงบ้าง แม้แต่การนำนวนิยายมาสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ เขายังต้องปรุงแต่งใหม่เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s