หรือการปิดตัวของ Reader’s Digest Thailand จะเป็นโดมิโนตัวแรกที่พากันล้มทั้งกระดาน

lib_knowledgeมีผู้ใช้มาถามหานิตยสาร สรรสาระ หรือ Reader’s Digest ฉบับภาษาไทย ว่าทำไมไม่เห็นมีให้บริการอีกเลย เข้าใจว่าอาจจะยังไม่ทราบข่าว คำเฉลยก็คือนิตยสารสรรสาระ ได้ยุติการผลิตแล้วเมื่อต้นปีที่่ผ่านมา โดยฉบับสุดท้ายคือฉบับเดือนมกราคม 2557 ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีให้บริการที่แผนกวารสารของห้องสมุดอีก แต่ฉบับภาษาอังกฤษยังมีให้บริการจนถึงเดือนนี้ (กันยายน 2557) แต่ข่าวแว่วๆ มาว่า Reader’s Digest Asia หรือสาขาในเอเชียที่ผลิตฉบับภาษาอังกฤษก็อาจจะยุติการผลิตตามด้วยเช่นกัน

RD000ใจหายเลยนะครับสำหรับแฟนๆ สรรสาระ เริ่มเปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน 2539 นับถึงวันที่ยุติการผลิตก็เป็นเวลา 17 ปี 9 เดือน ทั้งหมด 215 ฉบับ เหตุผลในการยุติการผลิตก็เป็นเรื่องของธุรกิจล้วนๆ เฉพาะประเทศไทยนั้นขายฉบับละ 110 บาท ยอดสมาชิกอยู่ที่ราว 4 หมื่น แม้จะเคยทำยอดสูงถึงหลักแสน แต่ตัวเลขในช่วงหลังก็ลดลงอย่างมาก อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ช่องทางการเข้าถึงข้อมูล ความหลากหลายของข้อมูลที่ผู้อ่านมีโอกาสเลือกได้มากขึ้น ทำให้ สรรสาระ มาถึงทางตัน

ก่อนหน้านี้ RD ได้หยุดการผลิตฉบับภาษาจีนไปเมื่อปี 2555 เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างหลังจากที่เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทแม่ (Reader’s Digest Association) ตั้งแต่ปี 2552 ทำให้ตอนนี้ RD ในเอเชียถูกปิดไปแล้วสอง คือไทยกับจีน ที่ยังคงเหลือในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ปากีสถาน ฮ่องกง อินโดนีเซีย

RD เป็นนิตยสารยอดนิยมเมื่อหลายปีก่อน มันเกิดขึ้นจากไอเดียของ Roy DeWitt Wallace พนักงานของ Webb Publishing Company ใน Minnesota เขาใฝ่ฝันจะทำนิตยสารขึ้นมาสักฉบับ โดยเริ่มต้นด้วยเงิน 600 เหรียญที่หยืบยืมมาจากครอบครัว แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เดอวิตต์ยังไม่ยอมแพ้ หลังจากที่ตกงาน ในปี 1921 ทำให้เขามีเวลาว่างและมีเงินทุน จึงร่วมกับภรรยา Lila Well Wallace ทำนิตยสารขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้กลับได้รับความสนใจมากและเริ่มพัฒนาจนขยายกลายเป็นสำนักพิมพ์ในที่สุด โดยเนื้อหาของ RD ในสมัยแรกเป็นการรวบรวมเรื่องราวนานาสาระอย่างสังเขป ทำให้อ่านได้ง่าย รวดเร็ว และเพราะมีสาระครอบคลุมเรื่องทั่วๆ ไป จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

090200-READERS-DIGEST-logoในยุคสมัยที่โลกยังไม่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ในยุคที่ยังไม่มีสื่อออนไลน์ นิตยสาร RD เป็นสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลสูงในหมู่นักอ่านทั่วโลก จนกลายเป็นหนังสือสามัญประจำครอบครัว RD ทำหน้าที่ประหนึ่งผู้คัดสรรสาระที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้อ่านโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อหนังสือหลายๆ เล่มมาอ่าน RD สร้างความน่าเชื่อถือด้วยอายุการดำเนินงานที่ยาวนาน สาระที่คัดกรองมาได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้อ่าน ยิ่งในโลกที่การสื่อสารยังไม่ง่ายและแพร่หลายเหมือนยุคปัจจุบัน RD จึงเป็นเสมือนคัมภีร์สำหรับทุกๆ คน

แต่สุดท้ายเพราะการบริหารงานที่ล้มเหลว ทำให้ RD ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ว่ากันว่าการตลาดของ RD คือจุดสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องเผชิญวิกฤต การโฆษณาที่ไม่สามารถทำได้ตามเป้า จำเป็นต้องลดการผลิต พฤติกรรมของผู้อ่านที่เปลี่ยนไป ทำให้สถานการณ์ของ RD ยิ่งเลวร้าย จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ก็ถูกฟ้องล้มละลายในที่สุด อย่างไรก็ตาม RD ยังคงดำเนินกิจการต่อภายใต้ข้อตกลงในการปรับโครงสร้างบริหาร แต่นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จำเป็นต้องมีการปิดตัวสาขาในไทยและจีน

วิกฤตการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ได้ส่งสัญญาณมาเป็นเวลานานแล้วนับตั้งแต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ พร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของสื่อออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างมากกับมนุษย์ เช่นนี้แล้วสื่อสิ่งพิมพ์แบบเดิมๆ จำเป็นต้องปรับตัวขนานใหญ่ หากใครไม่สามารถรับมือกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ก็เท่ากับกำลังนับเวลาถอยหลังสู่การปิดฉาก ไม่เพียงแต่เฉพาะเนื้อหา ความฉบัไว และพฤติกรรมของผู้อ่าน กระบวนการต่างๆ ในด้านการบริหารก็เปลี่ยนไป การพึ่งโฆษณาจากการตีพิมพ์ในเล่มอาจไม่มากเท่าในอดีต หลายๆ แบรนด์เจาะจงกลุ่มเป้าหมายผ่านการใช้สื่อออนไลน์ที่พุ่งเข้าสู่ผู้บริโภคได้โดยตรงกว่า ทั่วถึงกว่า หากสิ่งพิมพ์ใดไม่มีการนำเสนอแบบออนไลน์มาเป็นทางเลือก ก็ย่อมต้องเสียเปรียบแบรนด์อื่นเป็นธรรมดา

Tabletกรณีของ RD ก็เช่นกัน ตามรายงานข่าวระบุว่ากระบวนการประชาสัมพันธ์และการตลาดประสบปัญหาอย่างมาก ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องภายในที่ไม่อาจทราบข้อเท็จจริงได้ แต่หากมองในแง่ของ Contents แล้ว RD ก็กำลังเผชิญคู่แข่งสำคัญอย่างสื่อออนไลน์ เรื่องราวที่อุตส่าห์คัดสรรมาจะมีประโยชน์อะไรเมื่อผู้อ่านสามารถหาอ่านได้มากมายผ่านอินเตอร์เน็ต มีตัวเลือกที่มากกว่า สดกว่าในแง่เนื้อหาและการนำเสนอ และดราม่ากว่าด้วยซ้ำซึ่งถูกใจผู้อ่าน มันยังเปิดโอกาสให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นได้อีก และที่สำคัญมันน่าสนุกกว่าเป็นกองเมื่อทุกๆ คนสามารถเป็นผู้นำเสนอ Contents ของตัวเองได้โดยไม่ต้องส่งเรื่องไปให้สำนักพิมพ์ไหนพิจารณา

การปิดตัวเองของ RD ภาคภาษาไทยและภาษาจีนจะเป็นเหมือนโดมิโนหรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้กัน ในแต่ละปีโดยนับเฉพาะในอเมริกา มีนิตยสารจำนวนนับร้อยที่ปิดตัวเองลง และมีอีกจำนวนมากที่ลดการผลิต สิ่งพิมพ์เกือบทุกรายต่างเปิดช่องทางแบบออนไลน์ให้ผู้อ่านได้ใช้งาน ซึ่งลดต้นทุนการผลิตและมีโอกาสขยายช่องทางการตลาดได้มากกว่า เราคงต้องคอยติดตามดูกันต่อไปว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะมีอายุยืนยาวได้อีกสักเท่าไหร่ ท่ามกลางกระแสธารแห่งข้อมูลข่าวสารที่ไหลอย่างรวดเร็วตามแรงกระแทกของคลื่นเทคโนโลยี

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s