บรรณารักษ์ชวนอ่าน: ใช้เวลาแค่วันละ 1 นาที ชีวิตดี 24 ชั่วโมง

lib_readมิยะเกะ, ฮิโระยุกิ. (2559). ใช้เวลาแค่วันละ 1 นาที ชีวิตดี 24 ชั่วโมง. กรุงเทพ : อมรินทร์ How-To. (195 หน้า)
CALL NO : BF637.B4 ม581ช 2559

ใช้เวลาแค่วันละ 1 นาที ชีวิตดี 24 ชั่วโมง เป็นหนังสือแนวจิตวิทยาประยุกต์ด้านการพัฒนาตนเอง สะดุดตากับชื่อเรื่องบนปกสีน้ำเงินที่ว่าด้วยระยะเวลาระหว่าง “1 นาที” กับ “24 ชั่วโมง” อีกทั้งยังเน้นไปที่เวลาเพียงแค่ “1 นาที” ที่จะทำให้ชีวิตดีไปตลอดทั้งวันทั้งที่หน่วยเวลาเล็กกว่า แต่แม้ว่าชื่อเรื่องจะว่าด้วยเวลาก็ตาม แต่ยังมีประเด็นที่มาควบคู่กันด้วย คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นทีละน้อย ซึ่งเวลาอันแสนสั้นนี้อาจทำให้เราคิดว่าคงยากที่จะทำอะไรสำเร็จ แต่หากได้ลองอ่านดูจะพบคำแนะนำที่จะช่วยพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

012769-thumbเพราะผู้แต่ง ฮิโระยุกิ มิยะเกะ เป็นนักพูดสร้างกำลังใจการอ่าน การอ่านหนังสือเล่มจึงนี้คล้ายกับการได้ฟังวิทยากรพูด โดยประสบการณ์ที่เขานำเสนอในเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิต ล้วนเกิดจากการเริ่มต้นทำสิ่งเล็กๆ ด้วยเวลาสั้นๆ ในแต่ละวันทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาตนเองทีละน้อย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีตามไปด้วย

ภายในเล่มแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 บท ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อต่างๆ ในแต่ละหัวข้อผู้แต่งจะเล่าประสบการณ์ของตนเองอย่างเรียบง่าย พร้อมแนะนำวิธีการเริ่มต้นทำสิ่งเล็กน้อยด้วยเวลาสั้นๆ โดยเริ่มจากเงื่อนไขง่ายๆ แล้วเพิ่มเข้มงวดขึ้นทีละนิด

ในบทแรก สิ่งเล็กน้อยในตอนเช้าจะทำให้ทุกวันของคุณเปลี่ยนไป ผู้แต่งกล่าวไว้ว่าความรู้สึกนึกคิดในตอนเช้าจะส่งผลกระทบต่อทั้งวันที่เหลือ บทนี้จึงเป็นการแนะนำให้ผู้อ่านเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำสิ่งเล็กๆ ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เช่น การสร้างแรงผลักดันใน 1 วันด้วย Mornin Question คือการตั้งคำถามที่สร้างความคิดเชิงบวกให้ตนเอง เขียนคำถามลงกระดาษแล้วอ่านออกเสียงทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดที่สดชื่นในการเริ่มต้นวันใหม่ทุกๆ วัน เป็นต้น

บทต่อมา ทำสิ่งท้าทายเล็กๆ ทุกวันเพื่อพัฒนาตนเองขึ้นทีละน้อย บทนี้เน้นที่การลงมือปฏิบัติมากขึ้น หัวข้อที่น่าสนใจคือ การอ่านหนังสือโดยใช้เทคนิค “หนึ่งเล่ม สามหลัก หนึ่งพฤติกรรม” (One Book, Three Points, One Action) วิธีการคือเมื่ออ่านหนังสือจบ 1 เล่ม ให้สรุปข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนั้น 3 ข้อ แล้วเลือกอย่างน้อย 1 ข้อมาปฏิบัติตามเทคนิคนี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่ชอบอ่านหนังสือเพราะคงไม่หนักหนาเกินไปนักหากเทียบกับการสรุปข้อคิดมากมายแต่ไม่ได้นำมาใช้ต่อ และยังเป็นวิธีการกระตุ้นการอ่านอย่างหนึ่งอีกด้วย

sssssบทที่สาม เรากำลังใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองพอใจอยู่หรือเปล่า แม้ว่าแนวคิดต่างๆ ในเล่มสามารถปฏิบัติตามได้ไม่ยากแต่ผู้แต่งก็ไม่ลืมที่จะนำเสนอถึงอุปสรรคที่มักมาพร้อมกันเสมอด้วย เสมือนว่าผู้อ่านได้ลงสนามฝึกซ้อมเทคนิคพื้นฐานมาแล้วตั้งแต่บทแรกวิธีปฎิบัติในบทนี้จึงมีเงื่อนไขที่จริงจังมากขึ้นหัวข้อหนึ่งกล่าวถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จด้วย “การตั้งเป้าหมายแบบเป็นขั้นตอน”เป็นวิธีการตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน เน้นให้เกิดการปฏิบัติ เช่น แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่า “จะต้องพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้” เป็น “จะท่องคำศัพท์ใหม่ๆ ทุกวัน วันละ 50 คำ”จะเห็นว่าเป็นการตั้งเป้าหมายกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติเป็นรูปธรรมมากกว่าการตั้งเป้าหมายกว้างๆ ทั้งนี้เราต้องเข้มงวดกับตัวเองด้วย

บทสุดท้ายว่าด้วยวิธี ทำชีวิตให้มีความหมายขึ้นด้วยการเขียน บทนี้เป็นการแนะนำให้ฝึกเขียนบันทึก อาจเป็นประจำวันหรือบันทึกการทำงานก็ได้ โดยมีเคล็ดลับง่ายๆ ว่า ไม่จำเป็นเขียนทุกวัน เพราะอาจเป็นการบังคับตัวเองมากเกินไป ควรเขียนบันทึกเมื่ออยากจะเขียน โดยเว้นช่วงบ้างก็ได้แต่ให้เขียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างนิสัยให้เขียนในเวลาว่าง อีกทั้งไม่ควรให้ใครอ่านบันทึกของเรา เพราะอาจทำให้บันทึกเกิดการแต่งเติมจนเรามองไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของตัวเองได้ การเขียนบันทึกจะช่วยให้เราเห็นพัฒนาการของตัวเอง และยังเป็นวิธีคลายความทุกข์อย่างหนึ่งด้วย

ตอนท้ายเนื้อหาแต่ละข้อจะมี เมล็ดพันธุ์ที่เราสร้างได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นการแนะวิธีการต่างๆ ที่ผู้อ่านสามารถปฏิบัติตามได้ทันทีหลังอ่านเนื้อหาจบในแต่ละข้อ พร้อมกับบอกเวลาที่ใช้ เช่น

  • ทำสำเนา Morning Question แล้วนำไปแปะที่ผนังห้องน้ำ (เวลาที่ใช้ : 1 นาที)
  • ลองทำ One Book, Three Points, One Action ด้วยการพับมุมกระดาษหนังสือเล่มนี้ (เวลาที่ใช้ : 5 วินาที)
  • ตั้ง “กฎ” ที่จะช่วยให้เราทำเป้าหมายได้สำเร็จขึ้นมา 1 ข้อ (เวลาที่ใช้ : 3 นาที)
  • ซื้อสมุดโน้ตธรรมดาๆ มาเขียนบันทึกประจำวัน (เวลาที่ใช้ : 5 นาที)

เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะถูกรวบรวมสรุปเป็นตารางไว้ท้ายเล่มอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีหลายสิบข้อแต่ผู้แต่งได้แนะนำให้ลองเลือกทำอย่างน้อย 3 ข้อ หรือจะนำเทคนิค One Book, Three Points, One Action มาใช้ก็ได้

sss
โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ความคิดเชิงบวกแก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดีเล่มหนึ่ง อีกทั้งยังให้วิธีการพัฒนาตนเองที่สามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ไม่ต้องยุ่งยากหรือใช้เวลามากมาย อย่างน้อยเพียงแค่ 1 นาทีในการเริ่มต้นทำสิ่งเล็กๆ ก็จะช่วยให้วันหนึ่งๆ ของเรากลายเป็นวันที่ดีได้

หากกำลังรู้สึกแย่ ขอแนะนำให้ลองใช้เวลาสัก 1 นาทีหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน เชื่อว่าอย่างน้อยจะช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกมีความสุขได้ตลอดวันแน่นอน

ใช้เวลาแค่วันละ 1 นาที ชีวิตดี 24 ชั่วโมง มีให้บริการแล้วที่ มุมหนังสืออ่านนอกเวลา ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข


kanokpornชวนอ่านโดย
นางสาวกนกพร งามสว่างรุ่งโรจน์
บรรณารักษ์ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข

Advertisements
This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนอ่าน and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s