บรรณารักษ์ชวนรู้: พระเมรุ-พระเมรุมาศ

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้คำจำกัดความของ “เมรุ” [เมน, เม-รุ] ว่า ชื่อภูเขากลางจักรวาล มียอดเป็นที่ตั้งแห่งเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งพระอินทร์อยู่; ที่เผาศพ เดิมผูกหุ่นทำเป็นภูเขาเลียนแบบเขาพระสุเมรุซึ่งตั้งที่เผาขึ้นบนนั้น ของหลวงทำเป็นเรือนโถง เครื่องยอดหรือมณฑปครอบที่เผา เรียกว่า พระเมรุ, ต่อมาเรียกที่เผาศพทั่วไปทั้งมียอดและไม่มียอดว่า เมรุ

“เมรุมาศ” [เมรุมาด] สิ่งปลูกสร้างโดยขนบนิยมแบบไทย มีลักษณะเป็นเครื่องยอดขนาดใหญ่ สูง สำหรับประดิษฐานพระบรมศพ ภายในมีพระเมรุทองซึ่งมีรูปทรงอย่างบุษบกขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโกศทรงพระบรมศพสำหรับถวายพระเพลิง ราชาศัพท์ใช้ว่า พระเมรุมาศ

ที่มาภาพ : เว็บไซต์ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร

“เมรุ” ในทัศนะของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงวินิจฉัยว่า “เมรุ เห็นจะได้ชื่อมา ปลูกปราสาทอันสูงใหญ่ท่ามกลางปลูกปราสาทน้อยขึ้นตามมุมทุกทิศมีโขลนทวาร (โคปุระ) ชักระเบียงเชื่อมถึงกัน ปักราชวัตล้อมเปนชั้นๆ มีลักษณะดุจเขาพระสุเมรุตั้งอยู่ท่ามกลางมีสัตตบริพันธุ์ล้อม จึงเรียกว่า พระเมรุ ทีหลังทำย่อลง แม้ไม่มีอะไรล้อม เหลือแต่ยอดแหลมๆ ก็คงเรียก เมรุ” (สาส์นสมเด็จ ฉบับลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๗๖)

คำว่า “พระเมรุ” เป็นคำราชาศัพท์ที่เป็นคำเก่า พบใน จดหมายเหตุงานพระเมรุ ครั้งกรุงเก่าอยู่หลายแห่ง น่าจะมีความหมายถึงสถานที่สำหรับเชิญพระบรมศพเข้าไว้ในที่นั้นเพื่อถวายพระเพลิง อย่างไรก็ตาม “พระเมรุ” เมื่อครั้งกรุงเก่าก็น่าจะมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่าเป็นชื่อของภูเขาสูงที่มีชื่อว่า “สุเมรุราช” ปรากฎในไตรภูมิกถาว่า

“แต่ชั้นฟ้าอันชื่อว่า จาตุมหาราชิกา ขึ้นไปไกลได้ ๓๓๖,๐๐๐,๐๐๐ วา จึงจะถึงชั้นฟ้าอันชื่อว่า ดาวดึงษา ต้องอยู่เหนือจอมเขาพระสิเนรุราชบรรพต อันปรากฎเป็นเมืองพระอินทร์ผู้เป็นพญาแก่เทพยดาทั้งหลายในยอดเขาพระสิเนรุราชนั้น เป็นเมืองของพระอินทร์โดยกว้างคัลนาไว้ได้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ วา มีปรางค์ปราสาทแก้วซึ่งจอมเขาพระสิเนรุราช แลมีที่เล่นที่หัวสนุกนัก”

เมื่อพระมหากษัตริย์สิ้นพระชนม์นั้นใช้คำว่า “เสด็จสวรรคต” หรือ “สวรรคต” แปลตามตรงคือ ไปสู่สวรรค์ สวรรค์ที่พระมหากษัตริย์เสด็จไปประทับนั้นโดยคติตามโบราณคือ เสด็จสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ ซึ่งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุราช

ดังนั้น “พระเมรุ” จึงหมายถึงเขาพระสุเมรุราช อันเป็นที่สถิตแห่งพระมหากษัตริยาธิราชภายหลังเสด็จสวรรคต เป็นสถานที่ส่งเสด็จพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย คำว่า “พระเมรุ” จึงน่าจะกล่าวอย่างย่อ ซึ่งคำเต็มควรเรียกว่า “พระสุเมรุราช” หรือ “พระเมรุราช”

อ้างอิง
๑. กระทรวงวัฒนธรรม. (๒๕๕๒). งานพระเมรุ: ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง. กรุงเทพฯ : กระทรวงวัฒนธรรม.
๒. นนทพร อยู่มั่งมี. (๒๕๖๐). ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย. กรุงเทพฯ : มติชน.
๓. ราชบัณฑิตสถาน. (๒๕๕๔). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
๔. สมภพ ภิรมย์. (๒๕๓๘). พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง.

Advertisements
This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s