บรรณารักษ์ชวนรู้ : ครุย สัญลักษณ์แสดงวิทยฐานะของไทย

เสื้อครุย หมายถึง เสื้อชนิดหนึ่ง มีหลายแบบ ในสวมหรือคลุม เป็นเครื่องประกอบเกียรติยศหรือแสดงหน้าที่ในพิธีการหรือแสดงวิทยฐานะ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔) มีหลักฐานในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดเกล้าฯ ให้พระวิสูตรสุนทร (โกษาปาน) เป็นราชทูตออกไปเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส ปรากฎความในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕๗ ที่กล่าวถึงการสวมเสื้อครุยว่า

“…ท่านราชทูตจึงได้แต่งตัวสำหรับราชทูตอย่างเต็มยศตามธรรมเนียมของบ้านเมืองไทยคือสวมเสื้อเยียระบับ มีกลีบทองและดอกไม้ทอง และสวมเสื้อครุย…”

สมัยรัชกาลที่ ๑ น่าจะมีแบบเสื้อครุยอันเป็นมาตรฐานมาแต่เดิมแล้ว ปรากฎในพระราชบัญญัติ จุลศักราช ๑๑๖๒ ความตอนหนึ่งว่า

“…อย่างธรรมเนียมแต่ก่อนสืบมา จะนุ่งผ้าสมปักท้องนากแลใส่เสื้อครุยกรองคอ กรองต้นแขน กรองปลายแขน จะคาดรัดประคดหนามขนุนได้แต่มหาดไทย กลาโหม จตุสดมภ์ … ทุกวันนี้ข้าราชการผู้น้อยนุ่งห่มมิได้ทำตามอย่างธรรมเนียมแต่ก่อน..แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า…ห้ามอย่าให้ข้าร้าชการผู้น้อยใส่เสื้อครุยกรองคอ กรองสังเวียน กรองสมรด … ใส่เสื้อครุยได้แต่กรองปลายมือ…”

รัชกาลที่ ๕ มีเรื่องเกี่ยวกับเสื้อครุยใน ประกาศ เรื่อง ตราตระกูลจุลจอมเกล้า พ.ศ. ๒๔๑๖ ความว่า “…ผู้ที่ได้รับพระราชทานตราปฐมจุลจอมเกล้า ให้มีสายสร้อยจุลจอมเกล้าสำหรับติดเสื้อครุยเมื่อแต่งเต็มยศอย่างใหญ่…” แต่มิได้ระบุว่าเสื้อครุยนั้นมีลักษณะอย่างไร ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ได้มีพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า (ฝ่ายหน้า) ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงระเบียบการใช้เสื้อครุยเช่นกัน


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุยดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ทางกฎหมาย (Doctor of law) ซึ่งทรงได้รับจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๐
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๒๕๓๙). สังคมไทยสมัยรัชกาลที่ ๕.

รัชกาลที่ ๖ ได้มีประกาศพระราชกำหนดเสื้อครุย เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ กำหนดลักษณะเสื้อครุยและระเบียบการสวมเสื้อครุย มีความในพระราชปรารภว่า “…เสื้อครุยเป็นเครื่องแต่งตัวในงานเต็มยศใหญ่แต่โบราณมา บัดนี้ได้โปรดให้มีเครื่องแต่งตัวตามลำดับยศข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งฝ่ายทหารพลเรือน … การที่ใช้เสื้อครุยนั้น สมควรจะมีพระราชกำหนดไว้ให้เป็นระเบียบเสียด้วย…” พระราชกำหนดฉบับนี้ได้กำหนดเสื้อครุยข้าราชการไว้ ๓ ชั้น เรียกว่า เสื้อครุยเสนามาตย์ และกำหนดเกณฑ์บุคคลที่จะสวมเสื้อครุยได้

เสื้อครุย จึงเป็นเครื่องใช้ในราชสำนัก ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ ตลอดจนขุนนางข้าราชการใช้สวมเข้าร่วมในการพระราชพิธีสำคัญ เพื่อเป็นการแสดงบรรดาศักดิ์และตำแหน่งของผู้สวมใส่ มีการวางรูปแบบและระเบียบการใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์จะทรงมีพระราชวินิจฉัยพระราชทานฉลองพระองค์ครุยหรือเสื้อครุยเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศหรือเครื่องยศในหมวดภูษณาภรณ์ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง หรือข้าราชการ ที่ทำความดีความชอบในราชการแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้พระราชทานต่อเนื่องมาจนถึงสมัยปัจจุบัน แต่อาจมีกฎเกณฑ์ระเบียบแบบแผนในการพระราชทานที่แตกต่างกันตามยุคสมัย


เนติบัณฑิตไทยรุ่นแรก ร.ศ. ๑๑๖

ครุยวิทยาฐานะ (ครุยปริญญาหรือครุยบัณฑิต) ใช้สวมเป็นที่เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จวิชาการจากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยชั้นสูง เสื้อครุยวิทยาฐานะเริ่มมีครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ สมัยที่พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (ภายหลังทรงกรมเป็นกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) พระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๕ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม โดยให้ผู้ที่สอบไล่วิชากฎหมายได้เป็นเนติบัณฑิตมีสิทธิสวมเสื้อครุย เรียกว่า เสื้อเนติบัณฑิต ผู้พิพากษาที่เป็นเนติบัณฑิตเมื่อขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดีก็ให้สวมเสื้อครุยทับเสื้อนอกปกติ เลียนแบบเสื้อเนติบัณฑิตของประเทศอังกฤษ

เสื้อครุยที่ใช้กันมาแต่เดิม มี ๕ ประเภท ได้แก่ ฉลองพระองค์ครุยพระมหากษัตริย์ ฉลองพระองค์ครุยพระราชวงศ์ ครุยพราหมณ์ ครุยขุนนาง หรือ ครุยเสนามาตย์ และครุยเจ้านาค ส่วนครุยวิทยฐานะ (ครุยปริญญาหรือครุยบัณฑิต)นั้น เริ่มมีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เมื่อมีการรับเอาระบบการศึกษาและการศาลตามแบบอย่างตะวันตกมาใช้ โดยครุยวิทยฐานะ (ครุยปริญญาหรือครุยบัณฑิต) มีไว้สำหรับนิสิตนักศึกษาที่เล่าเรียนสำเร็จตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเครื่องหมายของความสำเร็จและเกียรติยศทางการศึกษาสืบมาจนทุกวันนี้ สำหรับเสื้อครุยที่นำมาใช้ในการกำหนดวิทยฐานะทางการศึกษาครั้งแรก คือ เสื้อครุยเนติบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐ โดยพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (ภายหลังทรงกรมเป็นกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) พระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๕ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระองค์ทรงกำหนดให้ผู้ที่สอบไล่วิชากฎหมายได้เป็นเนติบัณฑิตมีสิทธิสวมเสื้อครุย รวมทั้งผู้พิพากษาที่เป็นเนติบัณฑิตเมื่อขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดีก็ให้สวมเสื้อครุยซึ่งในครั้งนั้นเรียกว่า “เสื้อเนติบัณฑิต”๔ นอกจากครุยบัณฑิตดังกล่าวแล้ว ยังมีครุยวิทยฐานะอีกประเภทหนึ่งคือ ครุยอาจารย์ หรือ ครุยคณาจารย์ มีต้นแบบมาจากครุยอาจารย์และครุยครู ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ทรงพระราชทานแก่ครูและอาจารย์โรงเรียนมหาดเล็กหลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อเป็นเครื่องแสดงวุฒิและความสามารถในทางสั่งสอน ทำคุณประโยชน์ให้แก่การศึกษา ดังนั้นในสมัยรัตนโกสินทร์ การสวมเสื้อครุยจึงมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่ใช้เพียงในราชสำนักเท่านั้น แต่ได้ขยายมาสู่วงการการศึกษาและการศาล โดยมีรูปแบบลวดลายกฎระเบียบในการสวมที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภท

พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ครั้น พ.ศ. ๒๔๗๓ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชกำหนดเสื้อครุยบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น เป็นผ้าโปร่งสีขาว แบบเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ พระราชทานเนติบัณฑิต มี ๓ ชั้น คือชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี และชั้นพิเศษ

พ.ศ. ๒๔๗๖ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งก็ได้มีการกำหนดรูปแบบชุดครุยอย่างเฉพาะของมหาวิทยาลัย โดยใช้สีดำ แบ่งออกเป็น ๓ ชั้น คือ ชั้นเอก ชั้นโท และชั้นตรี นอกจากนี้ยังมีครุยวิทยาฐานะสำหรับกรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี คณบดี และผู้สอน

พ.ศ. ๒๔๘๖ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยอีก ๓ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตามชั้นวิทยฐานะคือ ชั้นบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ใช้ครุยสีดำมีเครื่องหมายบอกชั้นวิทยฐานะตามที่หมาวิทยาลัยกำหนดไว้

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , . Bookmark the permalink.

1 Response to บรรณารักษ์ชวนรู้ : ครุย สัญลักษณ์แสดงวิทยฐานะของไทย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s