บรรณารักษ์ชวนรู้: เก็บตกโครงการสัมมนาเครือข่ายจดหมายเหตุฯ มหาวิทยาลัยมหิดล

เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมโครงการสัมมนาเครือข่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมฟังการเสวนาในหัวข้อ จดหมายเหตุมหาวิทยาลย ในมุมมองนักจดหมายเหตุ วิทยากรโดย อาจารย์จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ท่าน ผอ.จุฑาทิพย์ เล่าย้อนให้ฟังว่าแม้ว่าเรื่องของงานจดหมายเหตุจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่กว่าจะมีพกฎหมายออกมารองรับก็ต้องรอจนถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ กว่าจะมี พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ นึกไปก็่น่าหดหู่ที่เรื่องใหญ่ระดับชาติต้องรอเป็นชาติกว่าจะได้รับการยอมรับในสภา เอาเถิด เพราะถึงอย่างไรกระบวนการจัดการเกี่ยวกับจดหมายเหตุก็เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องตามครรลอง

ถึงจะมีการจัดสัมมนาอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ยังคงต้องมีหัวข้ออธิบายทำความเข้าใจเรื่องคำจำกัดความของ เอกสารจดหมายเหตุ เพราะผู้ปฏิบัติงานหลายท่านก็มิได้เป็นนักจดหมายเหตุมืออาชีพ จึงควรแล้วที่จะต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อน ส่วนท่านที่ทราบอยู่แล้วก็ควรส่งต่อความเข้าใจนั้นให้คนรุ่นหลังต่อไปด้วย

ตามความใน พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ “เอกสารจดหมายเหตุ” หมายความว่า เอกสารที่สิ้นกระแสการใช้งานและได้รับการประเมินคุณค่าควรแก่การเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านประวัติศาสตร์ของชาติ และเพื่อประโยชน์ในการศึกษาการค้นคว้าหรือการวิจัย ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดทําทะเบียนไว้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ

ดังนั้น จดหมายเหตุ จึงมีเกณฑ์พิจารณาคือ ๑) ต้องสิ้นกระแสการใช้งาน ๒) ได้รับการประเมินว่ามีคุณค่า ข้อแรกนั้นไม่น่าจะมีปัญหา ติดอยู่ที่ข้อที่ ๒ นั่นคือใครจะเป็นผู้ประเมิน และใช้หลักการอะไรในการประเมิน

ท่าน ผอ.จุฑาทิพย์ อธิบายว่าการประเมินนั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน จะให้สำนักหอจดหมายเหตุฯ ประเมินทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งความสำคัญของประวัติศาสตร์ย่อมขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงานที่ต้องตัดสินกันเอาเอง ผู้ประเมินก็ควรเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยหัวหน้าหรือผู้รับผิดชอบส่วนงาน อาจมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมด้วย

กระแสความตื่นตัวด้านจดหมายเหตุของบ้านเราฟื้นบ้างฟุบบ้างเรื่อยมา ตามกฎหมายมิได้มีข้องบังคับให้ทุกหน่วยงานส่งเอกสารจดหมายเหตุมาเก็บไว้ที่สำนักหอจดหมายเหตุฯ เพราะคิดว่าแต่ละหน่วยงานย่อมมีความภูมิใจและควรเก็บรักษาเอกสารเหล่านั้นไว้ แต่การเก็บรักษาและการให้ความสำคัญนั้นไม่เท่ากัน บ้างก็ไม่ใส่ใจดูแล แต่จะส่งมอบให้สำนักหอจดหมายเหตุฯ หรือก็เปล่า นานวันเข้าก็เสื่อมโทรมสูญหาย ท่าน ผอ.เล่าว่าหลายหน่วยงานมาสืบเสาะเอาจากสำนักหอจดหมายเหตุฯ ทั้งที่ไม่เคยส่งมอบเอกสารใด ๆ เมื่อยามต้องการใช้กลับมาถามหา อย่างนี้ก็น่าลำบากใจ

เอกสารจดหมายเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่เอกสาร แต่หมายรวมถึงสื่อวัสดุอื่น ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราว การเก็บรักษานั้นแต่ละหน่วยงานสามารถดำเนินการเองได้ แต่หากเป็นไปได้ สำนักหอจดหมายเหตุฯ ประสงค์ที่จะให้แต่ละหน่วยงานจัดส่งรายการทะเบียนเอกสารให้แก่สำนักหอจดหมายเหตุฯ เพื่อทำทะเบียนของชาติ สะดวกแก่การเผยแพร่ ค้นหา โดยไม่ต้องส่งเอกสารตัวจริงมาให้ แต่ตามความเป็นจริงนั้นกลับมีส่งมาถึงน้อยมาก ทำให้เอกสารจดหมายเหตุกระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบระเบียบ

สำหรับหัวข้อ จดหมายเหตุมหาวิทยาลัย ท่าน ผอ.สรุปง่าย ๆ ไว้ว่าคือเอกสารจากทุกองคาพยพของมหาวิทยาลัยมหิดล ล้วนมีความสำคัญที่จะบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล การสัมมนาในครั้งนี้จึงกระตุ้นเตือนให้ทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยมหิดลเห็นถึงความสำคัญ และกระตุกความคิดให้เห็นควรมีการพิจารณาครั้งใหญ่ในการดำเนินการจัดการให้ถูกต้องเป็นระเบียบ ท่านผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ก็เห็นควรและปรารภถึงเช่นกัน ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะเห็นมหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดการงานด้านจดหมายเหตุอย่างเป็นระบบ และมีความเป็นมืออาชีพ

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s