บรรณารักษ์ชวนรู้: เวลามาตรฐานประเทศไทย

แต่เดิมนั้นคนไทยวัดเวลาโมงยามโดยตั้งอ่างน้ำลอยกะลามะพร้าว เรียกว่า นาฬิเก เมื่อน้ำเข้ารูกะลาจนเต็มและจมลงก็นับเป็น ๑ ชั่วโมงนาฬิกา ซึ่งการวัดเวลาแบบนี้ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทั่วโลกยังไม่มีการกำหนดเวลาสากล กว่าที่จะมีการกำหนดเวลามาตรฐานเมืองกรีนิชก็เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗ (ค.ศ. ๑๘๘๔) แต่ที่ประเทศไทยเรามีการกำหนดเวลามาตรฐานใช้กันก่อนแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทย ทรงค้นคว้าและทรงสร้าง พระที่นั่งภูวดลทัศไนย ขึ้นเป็นหอนาฬิกาหลวง


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

ทรงกำหนดเส้นแวงให้ผ่านจุดหนึ่งในพระบรมมหาราชวังเป็นเส้น ๑๐๐ องศาตะวันออก เป็นเส้นแวงหลักของประเทศไทยในสมัยนั้น โปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรก คือตำแหน่งพันทิวาทิตย์ ทำหน้าที่เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่งพันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์

ปัจจุบันแม้ประเทศไทยจะใช้เวลามาตรฐานกรีนิช แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยใช้เวลามาตรฐานกรุงเทพ (Bangkok Mean Time) โดยมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เป็น เส้นแวง ๑๐๐ องศา ๒๙ ลิปดา ๕๐ ฟิลิปดาตะวันออก เส้นรุ้ง ๑๘ องศา ๔๔ ลิปดา ๒๙ ฟิลิปดาเหนือ ซึ่งใช้เป็นเวลามาตรฐานก่อนเวลามาตรฐานกรีนิชเสียอีก


หอนาฬิกาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สร้างขึ้นภายในเขตพระราชฐานชั้นใน
(ที่มาภาพ: ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)


พระที่นั่งภูวดลทัศไนย สามารถมองเห็นได้จากท้องสนามหลวง
ใช้บอกเวลามาตรฐานของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔
(ที่มาภาพ: ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีอยู่ ๒ หอ หอหนึ่งตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ กรมขุนราชสีหวิกรมออกแบบ มีความสูง ๑๐ วา มีนาฬิกาบอกเวลาทั้งสี่ด้าน แต่จะแลเห็นได้เฉพาะภายในพระบรมมหาราชวังเท่านั้น ราษฎรทั่วไปจะมองไม่เห็นเพราะอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน หอนี้ถูกรื้อในสมัยรัชกาลที่ ๕ เนื่องจากโครงสร้างไม่แข็งแรง

อีกหอหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างเป็นพระที่นั่งเมื่อคราวโปรดฯ ให้สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่หมู่หนึ่ง พระราชทานนามเรียกรวมทั้งหมดว่า พระอภิเนาวนิเวศน์ หนึ่งในนั้นคือ พระที่นั่งภูวดลทัศไนย เป็นพระที่นั่งสูง ๕ ชั้น มีนาฬิกาที่ยอดทั้งสี่ด้าน ตั้งอยู่ใกล้กับพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ราษฎรจะมองเห็นหอนาฬิกานี้ได้ชัดเจน

นับเป็นพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการคำนวณขั้นสูงของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการกำหนดเวลามาตรฐานที่มีมาก่อนเวลามาตรฐานกรีนิช จากพระราชกรณียกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปวงชนชาวไทยจึงพร้อมใจถวายพระนามยกย่องให้ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

ที่มา
๑. กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๒๕๔๘). ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพ : กรมศิลปากร.
๒. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (๒๕๔๗). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัย.
๓. สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๔๙). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย. กรุงเทพ : สำนักงานปลัดฯ.

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s