บรรณารักษ์ชวนรู้: เกร็ดเรื่องพระบรมรูปทรงม้าและวันปิยมหาราช

ทราบหรือไม่ว่า พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า เป็นอนุสาวรีย์ที่ประชาชนร่วมใจกันสร้างถวายในขณะที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่

พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างจากการเรี่ยไรเงินด้วยความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันของปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย การเรี่ยไรเงินนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นประธานกรรมการเรี่ยไรเงิน ได้เงินจำนวนล้านกว่าบาท นับเป็นเงินที่มากกว่าราคาพระบรมรูปถึง ๕ เท่า ที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง จึงพระราชทานสร้างโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


(ภาพจาก wikipedia)

การสร้างพระบรมรูปทรงม้านี้ เริ่มขึ้นในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ เมื่อสร้างสำเร็จเรียบร้อย ส่งมาถึงกรุงเทพ เมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ พอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ท่ามกลางการจัดตกแต่งอย่างดงงามเพื่อเตรียมงานฉลองอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า มีประชาชนเฝ้าชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น โอกาสนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงอ่านคำถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก และน้อมเกล้าฯ ถวายพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดผ้าคลุมพระบรมรูปทรงม้าเป็นปฐมฤกษ์

ในงานฉลองพระบรมรูปทรงม้านั้น มีงานมหกรรมสมโภชเป็นเวลาสามวัน มีประชาชนในเขตพระนครและต่างจังหวัดหลั่งไหลเข้ามาชมกันอย่างเนืองแน่น


ใบเสร็จรับเงินการสมทบทุนสร้างพระบรมรูปทรงม้า
(ภาพจากหนังสือ ร.๕ กับกรุงสยาม)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตภายหลังจากประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ได้ ๒ ปี ยังความวิปโยคมาสู่ชาวไทย ประชาชนพลเมืองทุกชนชั้นต่างได้จัดการทำบุญอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเป็นราชพลีถวายสนองพระเดชพระคุณ ทว่ายังคงไม่เพียงพอ จึงได้ปรึกษาเห็นพ้องต้องกันว่าควรได้จัดการถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์เพิ่มขึ้นอีก เพื่อเป็นประเพณีสืบเนื่องไปในภายหน้า

มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช เมื่อครั้งยังเป็นพระยาสุขุมนัยวินิจ เสนาบดีกระทรวงนครบาล ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มีวันนักขัตฤกษ์สำหรับประชาชนได้บำเพ็ญกุศล กระทำการถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้าครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๕๔ ในปีต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นวันที่ ๒๓ ตุลาคม อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคตและถือให้เป็นประเพณีสืบมา

ที่มา
๑. โกวิท นามแก้ว. (๒๕๕๖). พระบรมรูปวีรกษัตริย์ทรงช้างและทรงม้า. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ทฤษฎีศิลป์) ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
๒. ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์. (๒๕๔๗). “อนุสาวรีย์คู่ฟ้า พระบรมรูปทรงม้าของสมเด็จพระปิยมหาราช” ใน ศรีวรินทร์ เอี่ยมกระสินธุ์ (บรรณาธิการ). ร.๕ กับกรุงสยาม. ๒๕-๓๕. กรุงเทพ : เคล็ดไทย.
๓. วุฒิชัย มูลศิลป์. ๒๓ ตุลาคม “วันปิยมหาราช” พระมหากษัตริย์ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักของทวยราษฎร์. แหล่งที่มา https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_12345

This entry was posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s