Tag Archives: วัฒนธรรมการอ่าน

ทางรอดของร้านหนังสือเล็กๆ: สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติ

ถามหน่อยครับว่าเดี๋ยวนี้มีร้านหนังสือกี่แห่งให้เราไปเลือกซื้อกันบ้าง … เปลี่ยนคำถามใหม่ก็ได้ครับ ถ้าเราจะไปซื้อข้าวของบริโภคอุปโภค เดี๋ยวนี้เราไปเดินซื้อกันที่ไหนบ้างครับ คำตอบของคนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้าหรือโมเดิร์นเทรดต่างๆ ใช่ไหมครับ ร้านค้าเล็กๆ ประเภทโชห่วยนับวันก็จะเหลือน้อยเต็มที แม้ว่าจะพอมีลูกค้าขาประจำอยู่บ้าง แต่กับยุคปัจจุบันพวกเขาคงไม่มีทางยืนหยัดอยู่ได้ทั้งหมดแน่นอนครับ กลับมาที่เรื่องของหนังสือกันอีกที ตกลงคิดคำตอบออกหรือยังครับว่าเราไปเลือกซื้อหนังสือกันที่ไหน ผมว่าคำตอบก็คงไม่ต่างกันกับคำถามข้างบน ก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ หากมองในแง่ของการส่งเสริมการอ่านที่พยายามกันอยู่ มันก็ช่วยได้ไม่เลวทีเดียวก็ในเมื่อผู้คนยุคนี้เลือกที่จะเดินห้างกันมากกว่า การมีร้านหนังสือในห้างก็ตอบโจทย์ดีนะครับ แต่ที่กำลังน่าเป็นห่วงคือร้านหนังสือเล็กๆ ต่างหาก แล้วก็ยังรวมไปถึงสำนักพิมพ์ด้วย เพราะเดี๋ยวนี้สำนักพิมพ์ก็มีหน้าร้านเป็นของตัวเองกันแล้ว ยิ่งสำนักพิมพ์ชื่อดัง ซึ่งก็มีอยู่ไม่ครบจำนวนนิ้วมือเสียด้วยซ้ำ (ภาพประกอบจาก เครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก) “ทางเลือกของสำนักพิมพ์เล็กๆ มีอยู่สองทาง ทางที่หนึ่งคือเลิก เพราะไปก็ไปไม่รอด ทางที่สองก็เปลี่ยนเป็นสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ซะ ไปหาเงินทุนมาลงให้มันใหญ่ขึ้น” คุณเรืองเดช ชาติอนันต์ ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก ได้ให้ความเห็นไว้ ซึ่งอย่างที่เรารู้ๆ กันว่าส่วนมากแล้วคงจะหนีไม่พ้นทางเลือกแรก เวลาถกเถียงกันเรื่องวัฒนธรรมการอ่านของคนไทย เรามักจะวนกันอยู่กับประเด็นที่ว่าคนไทยอ่านมากอ่านน้อยเท่าไหร่ … Continue reading

Posted in การอ่าน | Tagged , , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล: ขโมยอ่านก็ยอม

บรรดานักเขียนนักประพันธ์ทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนมีอุปนิสัยที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือ รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ หาได้น้อยนักที่คนเขียนหนังสือเก่งๆ ที่จะไม่ชอบอ่านหนังสือ อาจสรุปได้ว่าที่พวกเขาเขียนเก่งเพราะเขาอ่านมาก เห็นจะไม่ผิด ในสมัยก่อนการเรียนในโรงเรียนค่อนข้างจะเข้มงวดและยังสอนแบบให้นักเรียนท่องจำ เชื่อฟังครูอย่างเดียว ไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและใช้จินตนาการมากนัก แต่ก็ยังคงมีโรงเรียนบางแห่งที่มีแนวคิดค่อนข้างทันสมัยคือเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้คิดเองอย่างเต็มที่ แต่ก็นับได้ว่ามีน้อยเต็มทน จึงนับเป็นโชคดีของเด็กชายคนหนึ่งที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนแบบที่ว่านี้ คือโรงเรียน Huntley House เพราะพ่อของเขาเป็นครูใหญ่ที่นี่ เด็กน้อยเริ่มอ่านหนังสือได้ตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากนั่งฟังพ่อของเขาสอนหนังสือให้พี่ๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดจินตนาการให้เด็กๆ อย่างเต็มที่ ไม่มีการลงโทษ ครูทุกคนเข้าใจธรรมชาติของเด็กๆ

Posted in อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล: อ่านสร้างชาติ

ช่วงเวลาที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต หลายคนพยายามแสวงหาทรัพย์สินไว้เพื่อที่จะได้สุขสบายไม่เดือดร้อนในวันข้างหน้า แต่ก็ยังมีบางคนที่เลือกที่จะสะสมวิชาความรู้ ตำรับตำราเท่าที่พอจะหาได้เก็บไว้เป็นทุนสำหรับวันข้างหน้าอยู่เหมือนกัน ช่วงปลายรัชสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้ บ้านเมืองระส่ำระสายจากผลของการที่จิ๋นอ๋องไม่สนพระทัยในการบ้านการเมือง ปล่อยให้ข้าราชการทั้งน้อยใหญ่เสพสุขจากความลำบากของราษฎร ประกอบกับนโยบายการสร้างกำแพงเมือง ทำให้ต้องเกณฑ์ชาวเมืองมาใช้แรงงานเป็นหมื่นเป็นแสนคนจนเกิดความไม่พอใจไปทั่ว แม้เมื่อจิ๋นอ๋องสวรรคต บ้านเมืองก็ยิ่งตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ที่ตำบลซื่อสุ่ยที่แสนห่างไกล มีกำนันผู้หนึ่งที่เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านชื่อ หลิวปัง เขาต้องโทษหนักเมื่อเกณฑ์ราษฎรไปสร้างกำแพงเมืองล่าช้า หลิวปังไตร่ตรองแล้วเห็นว่าถ้าขืนเข้าเมืองหลวงก็มีแต่จะต้องรับโทษตาย จึงคิดหนีเข้าป่าไปเสียดีกว่า ชาวบ้านหลายคนที่รักใคร่ในตัวหลิวปังจึงสมัครเข้าร่วมเป็นพรรคพวก รวมถึงเสมียนเล็กๆ คนหนึ่ง เสมียนคนนี้ต่างจากข้าราชการทั่วไปที่เมื่อว่างจากงานก็มักจะหาตำรามาอ่านศึกษาเพิ่มพูนความรู้ แทนที่จะเอาแต่เมาหัวราน้ำเหมือนคนอื่นๆ

Posted in อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล: หนังสือคือวัตถุดิบชั้นเลิศ

ความรู้ที่ได้จากการอ่านนั้นไม่ได้เพียงเพื่อพัฒนาตนเอง มันยังกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการสร้างสรรค์งานต่างๆ มีคนเคยบอกว่าจะเป็นนักเขียนที่ดีก็ต้องเป็นนักอ่าน ความจริงก็ไม่ใช่แค่นักเขียน ไม่ว่าจะทำสิ่งใดถ้ามีวัตถุดิบชั้นเลิศอยู่ในหัวแล้ว ก็นับว่าได้เปรียบคู่แข่งแน่นอน และวัตถุดิบชั้นเลิศนั้นก็หาได้จากการอ่าน เด็กชายคนหนึ่งเกิดขึ้นในครอบครัวชนชั้นแรงงานของอังกฤษที่มีพ่อและแม่ไม่เอาไหนทั้งคู่ ยังดีที่ได้ป้าของเขาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาหลังจากที่พ่อกับแม่แยกทางกัน ป้ากับลุงรักเขาราวกับลูก แม้ว่าเมื่อเด็กชายโตขึ้น แม่จะพยายามเอาเขากลับไปอยู่ด้วย แต่ป้าก็รั้งตัวไว้จนได้ เพราะแม่ของเขานั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะเลี้ยงดูและให้ความอบอุ่นแก่เด็กชายได้เลย แม้ว่าป้ากับลุงจะไม่ได้เป็นคนมีการศึกษาสูงนัก แต่ทั้งคู่ก็รักการอ่านหนังสือซึ่งก็ส่งผลมาถึงเด็กชาย ทั้งสองคนอ่านหนังสือให้เด็กชายฟังมาตั้งแต่เล็กๆ และเป็นโชคดีอย่างมากที่ประเทศอังกฤษเป็นสังคมที่ส่งเสริมการอ่านอย่างมาก ทำให้เขามีหนังสืออ่านแบบฟรีๆ มากมายจากห้องสมุดประชาชน เด็กชายอ่านหนังสือทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่นิทานสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม บทกวี

Posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล: ความยากไร้ไม่ใช่อุปสรรค

ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ยังมีครอบครัวชาวไร่ที่ประกอบด้วยหัวหน้าครอบครัวที่ไร้การศึกษา แต่กลับมีภรรยาที่อ่อนโยนและมีการศึกษา ทั้งสองมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่ง ลูกชายคนโตได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากผู้เป็นแม่ที่รักการอ่าน ทำให้เขาอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะมีเพียงแผ่นไม้และก้อนถ่านเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์การเรียน เมื่ออายุได้แปดขวบแม่ก็ตายจากไป ยังเป็นโชคดีของเด็กน้อยที่แม่เลี้ยงคนใหม่ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ กลับรักและเอ็นดูเขากับน้องสาวเหมือนลูกของตัวเอง เธอสอนและให้ความรู้แก่เด็กทั้งสองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเด็กชายที่หัวไวอย่างน่าทึ่ง สิ่งที่เขารักมากที่สุดคือการอ่านหนังสือ แม้ทั้งบ้านจะมีเพียง คัมภีร์ไบเบิล เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียว เขาก็อ่านซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้ขึ้นใจ ความยากจนไม่ได้เป็นอุปสรรคขวางกั้นการรักการอ่านของเขา ในยุคสมัยที่หนังสือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยและมีราคาแพง แต่ถ้าเด็กชายรู้ว่าบ้านไหนมีหนังสือ เขาก็ยอมเดินไกลหลายกิโลเพื่อไปขอยืมอ่านแค่สักครั้งก็พอ

Posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล: การอ่านหนังสือในโลกมืด

การอ่านหนังสือสักเล่มสำหรับคนปกติอย่างเราๆ ท่านๆ ก็เป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่สำหรับคนตาบอดแล้ว การอ่านหนังสือสักเล่มนับเป็นเรื่องหนักหนาเอาการ ต้องอาศัยความพยายาม ต้องใช้ประสาทสัมผัสที่พิเศษมากกว่าคนปกติอย่างมาก กว่าจะเข้าใจเนื้อหาในหนังสือที่คนทั่วไปมองปราดเดียวก็รู้เรื่อง แต่ก่อนเก่านั้นหนังสือสำหรับคนตาบอดทำจากระดาษไข พิมพ์เป็นอักษรที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติและนูนขึ้นเพื่อให้สามารถสัมผัสรู้ได้ว่าเป็นอักษรใด ดังนั้นหนังสือปกติหนึ่งเล่มเมื่อถูกสร้างเป็นหนังสือสำหรับคนตาบอดแล้วจึงมีความหนามาก กว่าจะอ่านจบแต่ละบทก็กินเวลานาน และแสนลำบากเวลาเคลื่อนย้าย อีกทั้งการผลิตก็ยุ่งยาก จึงมีการผลิตน้อย ห้องสมุดหรือโรงเรียนสำหรับคนตาบอดเองก็ขาดแคลนหนังสือประเภทนี้ เด็กชายคนหนึ่งเกิดขึ้นในครอบครัวคนทำอานม้านอกกรุงปารีส โชคร้ายที่ที่เกิดอุบัติเหตุจนต้องเสียตาไปข้างหนึ่ง และเสียตาอีกข้างไปในเวลาต่อมา เด็กชายต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกมืดเพื่อมิให้เป็นภาระแก่ครอบครัว แต่ในสมัยนั้นก็นับเป็นเรื่องยากมากทีเดียว คนพิการส่วนมากจึงมักจะกลายเป็นขอทานในที่สุด

Posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , | Leave a comment

อ่านเถิดจะเกิดผล : อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

อันปัญญานั้นมีไว้อยู่กับตัวเสมือนดังมีศาสตราวุธอันคมกริบไว้ข้างกาย มีเรื่องเล่าถึงสตรีนางหนึ่งชื่อว่า เยโฮนาลา นางเป็นเพียงบุตรีของข้าราชการชั้นผู้น้อย เมื่อสิ้นบุญบิดาก็ต้องมาอาศัยอยู่กับญาติของมารดาที่กรุงปักกิ่ง ใช้ชีวิตอย่างขัดสนกับมารดาและน้องสาว เยโฮนาลา เป็นสตรีที่มีรูปเป็นทรัพย์ แม้ว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามแต่ก็มิได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ กลับมีปณิธานแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จึงหมั่นศึกษาตำรับตำราที่บิดาทิ้งเอาไว้ให้ ต่างจากน้องสาวที่มีความงามไม่แพ้กันแต่กลับมิได้ใส่ใจการเรียน หากยังสนใจเพียงเรื่องสวยๆ งามๆ ตามวิสัยสตรี ด้วยความงามของนางเยโฮนาลา ทำให้นางได้รับเลือกเข้าวังหลวงเพื่อรับการคัดเลือกเป็นนางสนม ตามปกติสตรีทั่วไปเมื่อได้รับการคัดเลือกก็มักจะตระเตรียมข้าวของตามประสาหญิง โดยเฉพาะเครื่องประทินโฉมและเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่นางมิได้สนใจ กลับเลือกตำราเก่าของบิดาที่สะสมไว้ใส่ลงหีบ เมื่อมารดาเห็นเข้าจึงว่า เจ้านี้ประพฤติการผิดสตรีธรรมดา อันผู้ที่จะเข้าวังนั้นก็ชอบที่จะแสวงหาเครื่องประดับกาย แต่เหตุใดเจ้าจึงมัวแต่ค้นหนังสือของบิดาอยู่เล่า นางได้ยินดังนั้นจึงตอบแก่มารดาว่า

Posted in การอ่าน, อ่านเถิดจะเกิดผล | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: ๓๕ ปี ซีไรต์ … ยังไม่ไร้หวังกับวัฒนธรรมการอ่านในสังคมไทย

ข้อเขียนนี้ส่วนหนึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล กรุงเทพมหานคร เพิ่งได้รับมอบตำแหน่ง “เมืองหนังสือโลก” อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เป็นภาระอันใหญ่หลวงนะครับสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ไม่ได้หมายถึงเฉพาะบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ผลักดันจนกรุงเทพได้เป็นเมืองหนังสือโลก แต่หมายถึงเราชาวไทยทุกคน อย่าเพิ่งไปคิดว่าจะเจาะจงแค่กรุงเทพ ทั่วทั้งประเทศก็ไม่ควรละเลย เราทุกคนต่างรู้ดีถึงความสำคัญของการอ่าน ดังนั้นจงลงมืออ่านกันเสียทีครับ อย่าให้ใครมาดูถูกเราได้ว่านี่หรือคือเมืองหนังสือ ทำความเข้าใจกันก่อนว่าการได้ตำแหน่งเมืองหนังสือโลกนั้น เขาไม่ได้มอบให้แก่เมืองที่มีคนอ่านหนังสือเยอะๆ แต่เขาพิจารณาจากแผนงานและการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ในการที่จะผลักดันและส่งเสริมให้ประชาชนอ่านหนังสือกันมากๆ รวมไปถึงการมีบทบาทในกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือทุกอย่าง ซึ่งเมืองหลวงของเราค่อนข้างพร้อมในทุกๆ ด้านนั่นเอง ดังนั้นในช่วงปีนี้ชาวกรุงเทพจึงอาจพบเห็นอีเวนต์เกี่ยวกับการอ่านมากสักหน่อย ผมว่าดีนะครับ ยังดีกว่าจัดแต่อีเวนต์ประกวดประขันแย่งกันเป็นดารามากโขเลย งานนิทรรศการ ๓๕ ปี ซีไรต์ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๕๖ ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการจัดงานครบรอบ ๓๕ ปี ซีไรต์ ถ้าเป็นคนล่ะก็ ซีไรต์ … Continue reading

Posted in การอ่าน, บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , , , , , , , | Leave a comment