RSS

IT Easy: การดูแลรักษาเมาส์

IT_easyเจ้าหนู (Mouse) ตัวนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ จากเดิมที่เป็นแบบลูกกลิ้ง จนพัฒนามาเป็นแบบออปติคอล เลเซอร์แบบไร้สาย มีทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ให้เหมาะกับมือของผู้ใช้ บางรุ่นมีอุปกรณ์เสริมพวกลูกกลิ้ง ปุ่มเพิ่มฟังก์ชั่นอีกสารพัด เรียกว่ามีพัฒนาการไม่แพ้ส่วนประกอบอื่นๆ เลย

เดี๋ยวนี้ผู้ใช้หันมาใช้เมาส์ประเภทออปติคอลกันเสียมากครับ ราคาก็ไม่ได้แพงมากเมหือนสมัยก่อน ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยบาทนิดๆ เท่านั้น ส่วนเมาส์แบบลูกกลิ้งนั้นหาซื้อตามร้านทั่วไปแทบไม่ได้แลว้ครับ ต้องไปหาตามร้านมือสองแล้ว แต่เมาส์แบบลูกกลิ้งก็ยังมีคนใช้อยู่ ซึ่งแบบลูกกลิ้งนี้ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดเพราะด้วยรูปร่างของมันช่างเหมาะแก่การสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรกเสียเหลือเกิน

ถ้าใครยังใช้เมาส์แบบลูกกลิ้งอยู่แล้วรู้สึกว่ามันเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ  ก็เป็นไปได้ว่าเพราะมันเริ่มสกปรกแล้วนั่นเอง เมาส์รุ่นนี้ให้เราลองหงายท้องมันขึ้นมากครับ จะเห็นมีช่องกลมๆ อยู่ตรงกลาง ลองหมุนเปิดออกดูจะมีลูกยางทรงกลมอยู่ในนั้น แกะมันออกมาเลยครับ แล้วสังเกตดูด้านในเมาส์จะพบเฟืองสองสามชิ้นอยู่ เฟืองนี้ล่ะครับที่ทำหน้าที่เลื่อนไปมาตามการขยับของลูกกลมเมื่อกี้นี้ มันจึงเป็นที่สะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ถ้าเมาส์ตัวไหนใช้งานมานานตรงเฟืองนี้ก็จะมีคราบสกปรกติดเป็นแผ่นเลยเชียวครับ หาก้านสำลีมาแคะออกและชุบแอลกอฮอล์พอหมาดทำความสะอาดก็เสร็จแล้วครับ

wh3BD8E04ตรงที่ลูกศรชี้จะเห็นฝุ่นสะสมเป็นก้อน

แล้วลองดูที่ท้องเมาส์ตรงมุมทั้งสี่ด้านจะมีส่วนที่นูนขึ้นมานึดนึง นิดเดียวจริงๆ ครับ ไม่ถึงหนึ่งมิลด้วยซ้ำ บางรุ่นจะเป็นแผ่นยางบางๆ ที่ถ้าใช้ไปนานๆ เจ้าแผ่นยางนี้อาจจะเลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้แต่ยังไม่หลุดออกมา ถ้าเห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องสงเคราะห์มันด้วยการแกะออกนะครับ ขืนแกะออกมาเมาส์ของเราก็จะยิ่งเคลื่อนไหวลำบาก เจ้าส่วนที่นูนขึ้นมานี้แหละครับที่ช่วยให้เมาส์ไม่แบนราบติดกับพื้น ทำให้เมาส์ลอยขึ้นเหนือพื้นนิดนึงซึ่งก็พอที่จะทำให้ลูกกลิ้งไหลไปมาได้สะดวกนั่นเอง ถ้าเห็นว่ามุมทั้งสี่ด้านนี้มีครบสกปรกก็แค่เช็ดออกเท่านั้นเองครับ

Clean5บริเวณสีขาวนั่นล่ะครับที่เป็นแหล่งสะสมคราบสกปรก

สำหรับเมาส์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นแบบออปติคอลหรือเลเซอร์นั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งสกปรกเหมือนแบบลูกกลิ้งมากนัก ก็หมั่นทำความสะอาดตัวเมาส์ บริเวณที่นิ้วเราสัมผัสบ่อยๆ นั่นล่ะครับ จะมีคราบไคลติดอยู่ ใช้ผ้าแห้งเช็ดก็เรียบร้อยครับ และเมาส์รุ่นใหม่ๆ ก็ยังมีส่วนที่นูนขึ้นที่ท้องเมาส์เช่นกัน อย่าลืมหมั่นแกะเศษคราบสกปรกออกด้วยนะครับ

mousepadเมาส์แพดบางรุ่นก็มีที่รองข้อมือนุ่มๆ ติดมาให้ด้วย

การใช้เมาส์ที่ถูกต้องควรจะมีที่รองเมาส์หรือเมาส์แพดด้วยเสมอ เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกทั้งหลาย ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าถูเมาส์ไปกับโต๊ะโดยตรง ที่รองเมาส์นั้นก็มีหลากหลายประเภทหลากสีสัน เมาส์แบบออปติคอลนั้นยังจำเป็นต้องใช้เมาส์แพดด้วยซึ่งก็ควรเลือกแบบที่เป็นสีพื้น ไม่สะท้อนแสง ไม่มีลวดลาย แต่ถ้าเป็นเมาส์แบบเลเซอร์นั้นจะไฮเทคกว่าคือใช้ได้ทุกพื้นผิวแม้กระทั่งบนกระจก ขณะที่แบบออปติคอลทำไม่ได้ (ก็เพราะดีกว่าและแพงกว่านั่นเองครับ เลยมีประสิทธิภาพดีกว่า)

แล้วอย่ามัวแต่ทำความสะอาดเมาส์อย่างเดียวนะครับ เมาส์แพดที่ใช้ไปนานๆ ก็สกปรกได้เหมือนกัน ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดด้วย ถ้าเป็นแบบพลาสติกก็เช็ดธรรมดา ถ้าเป็นแบบผ้าที่มีแผ่นยางรองกันลื่นก็เอาไปซักเลยครับ ตากให้แห้งสนิทแล้วก็นำกลับมาใช้ใหม่ได้แล้ว (ตากในที่ร่มครับ ห้ามตากแดดแรงๆครับ)

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 
Leave a comment

Posted by on May 23, 2013 in IT Easy

 

Tags: , , , , , , , ,

เทคนิคการเขียนภาษาอังกฤษในบทความวิจัย

book

คุณรุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศ ได้เขียนบทความน่าสนใจเอาไว้ที่บล็อกของท่าน (http://www.gotoknow.org/posts/536715) ห้องสมุดจึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่เป็นความรู้แก่ทุกท่านครับ

แปลและเรียบเรียงมาจาก “Overcoming Language Barriers ของ Springer Author Academy

  • การเขียนที่ดี คือ ต้องชัดเจน สั้นกระชับได้ใจความ (concise) แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดที่สำคัญ ใช้ภาษาที่เรียบง่ายและถูกต้อง อย่าใช้ภาษาที่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะจะทำให้ผู้อ่านสับสนและแปลความหมายผิดพลาด
  • ควรเขียน หนึ่งความคิด-หนึ่งประโยค ใช้ active voice และหลีกเลี่ยงการใช้ passive voice
  • อย่าใช้คำที่มีความหมายกำกวมหรือใช้คำฟุ่มเฟือยมากเกินไป (wordy) ควรใช้คำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง หลีกเลี่ยงการใช้ประโยคที่วกวนและซ้ำซ้อน — ดูตัวอย่างประโยคเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Purdue Online Writing Lab
  • การใช้บุพบทเปรียบเทียบ เช่น between, among, like, with, than ที่มักใช้ผิด เช่น การเปรียบเทียบของประเภทเดียวกัน เหมือนกัน หรือเท่าเทียมกัน (like กับ like) ตัวอย่างที่ถูกต้องเช่น The material from the riverbank was compared with that from the landfill. ไม่ควรเขียนว่า The material from the riverbank was compared with the landfill.
  • การเปรียบเทียบของสิ่งเดียวกัน (สภาพก่อนและหลัง) ใช้คำว่า reduced, increased, decreased ส่วนการเปรียบเทียบสิ่งของสองกลุ่ม ให้ใช้ higher, shorter, more
  • ใช้ between ในการเปรียบเทียบของสองสิ่ง ส่วน among ใช้เปรียบเทียบของมากกว่าสองสิ่งขึ้นไป
  • การใช้คำนามให้ถูกต้อง คำนามเฉพาะที่เป็นชื่อคน ชื่อองค์กร ชื่อสถานที่เฉพาะ ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ชื่อวัน ชื่อเดือน จะต้องขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่เสมอ แต่คำนามที่เป็นพหูพจน์ ชื่อสารเคมีหรือชื่อยา ไม่ต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ เช่น acetaminophen, benzene
  • คำนำหน้านาม (Articles) ต้องใช้ให้ถูกต้อง A, An ใช้กับคำทั่วไปไม่เฉพาะเจาะจง An ใช้กับคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ a e i o u ส่วน The ใช้กับคำนามที่เฉพาะเจาะจง
  • การใช้คำคุณศัพท์ คำว่า respectively มักใช้กันผิดๆ ตัวอย่างเช่น ไม่ให้เขียนว่า The two values were 143.2 and 21.6, respectively. แต่ให้ใช้ว่า The two values were 143.2 and 21.6. ไม่ให้เขียนว่า The two tubes were labeled B and S, respectively. แต่ใช้ว่า The tubes containing blood and saline were labeled B and S, respectively. ตัวอย่างประโยคที่เขียนถูกต้องคือ Oxygen, nitrogen and hydrogen detector flows were set at 85, 7, and 4 mL/min, respectively.
  • ตัวเลขและหน่วยนับ ในการเขียนเลข 1-9 ควรเขียนเป็นตัวสะกดว่า one, two, three, … nine ยกเว้นในกรณีของหน่วยนับ การวัด หรือเวลา สำหรับเลข 10 หรือมากกว่า ให้เขียนเป็นตัวเลขอาราบิค ส่วนในกรณีที่ขึ้นต้นประโยคให้เขียนเป็นตัวสะกด เช่น Fifteen days previously … ไม่ใช่ 15 days previously … โดยปกติถ้าในประโยคเดียวกันมีตัวเลขหลายตัว จะต้องเขียนในสไตล์เดียวกัน เช่น The sample included 34 men with type A blood, 15 with type B, and 3 with type AB. ยกเว้นตัวเลขนั้นอยู่ติดกันให้เขียนว่า Five 50-kg women ไม่ใช่ 5 50-kg women
  • การสะกดแบบอังกฤษ หรือแบบอเมริกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของวารสาร ปกติใช้ได้ทั้งสองแบบแต่ต้องเขียนอย่างสม่ำเสมอทั้งบทความ ควรใช้คำสั่งใน MS Word คือ Tools > Language กำหนดภาษา และใช้คำสั่ง Preferences > Spelling and Grammar > Check spelling as you type
  • เครื่องหมายวรรคตอนที่มักใช้ผิด ได้แก่ เครื่องหมาย colon (A colon is used to introduce a list or a clause that explains the clause before the colon.) ส่วนเครื่องหมาย Semicolons ใช้ได้ 2 ลักษณะคือ 1. ใช้แยก independent clauses (clauses ที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง) ตัวอย่างเช่น Dr. Benaud is a French researcher; however, he lives in Antarctica. 2. ใช้แยก items ต่างๆที่อยู่ในรายการ ถ้าบาง items ในรายการ มีการใช้เครื่องหมาย commas ภายในนั้นอยู่แล้ว (หรืออีกนัยหนึ่ง semicolons ใช้แทน commas ถ้าใช้ commas แล้วอาจทำให้สับสน)
  • คำว่า large-small กับคำว่า high-low ที่มักใช้สับสน คำว่า large-small ใช้กับ size, dimensions, หรือ mass ส่วน high-low ใช้กับ levels หรือ numerical values

ico128ติดตามผลงานที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ของ คุณรุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ที่
http://www.gotoknow.org/user/ruchareka.wit/posts

 

Tags: , , , , , ,

JoVE วารสารวิชาการรูปแบบใหม่

jove_footer

ช่วงนี้มีฐานข้อมูลมาให้ทดลองใช้ที่ชื่อ JoVE หลายคนยังสงสัยว่ามันคืออะไร JoVE ย่อมาจาก Journal of Visualized Experiments ก็คือวารสารวิชาการรูปแบบหนึ่งครับที่ไม่ใช่เป็นแผ่นกระดาษหรือเป็นแค่ไฟล์ PDF แบบที่เราคุ้นเคย แต่สิ่งที่อยู่ใน JoVE เป็นไฟล์วิดีโอ

อธิบายอย่างบ้านๆ ก็คือผลงานทางวิชาการนี่ล่ะครับแต่เป็นไฟล์วิดีโอ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจได้ง่ายกว่าเพราะมีการแสดงขั้นตอนการทำงานใน lab มีการนำเสนอแบบมัลติมีเดีย ตามแต่ที่จะสรรหากันขึ้นมา ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและขยายความเข้าใจได้ง่ายขึ้น งานวิจัยบางชิ้นบางท่านอ่านแล้วยังสงสัยอยู่หรือนึกภาพไม่ออกว่าทำอย่างไร ถ้าลองเปลี่ยนเป็นไฟล์วิดีโอ มันก็จะช่วยอธิบายให้ง่ายขึ้นนั่นเอง ซึ่งผลงานบางชิ้นดูดีเหมือนสารคดีชิ้นเยี่ยมเลยนะครับ

ผลงานแต่ละชิ้นนั้นก็ยังมีนำเสนอในรูปแบบของเอกสาร เป็นไฟล์ PDF มีรูปแบบไม่ต่างจากงานวิจัยทั่วๆ ไป เอาไว้ประกอบการศึกษาด้วย

งานวิจัยใน JoVE นั้นครอบคลุมด้านชีววิทยา การแพทย์ เคมี หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ยังมี peer reviewd ด้วย ส่วนความน่าเชื่อถือหรือความเป็นสากลนั้นก็นับว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ เพราะปรากฏอยู่ใน PubMed ด้วยนะครับ จึงนำไปใช้อ้างอิงได้เหมือนวารสารวิชาการอื่นๆ

jove001ภาพที่ ๑

ทีนี้มาลองใช้งานกันดูนะครับ ลองเข้าไปที่ www.jove.com (สำหรับชาวมหิดล ขอให้ใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของมหิดลนะครับ ส่วนท่านผู้ใช้จากสถาบันอื่นๆ ก็แนะนำให้ใช้งานผ่านเครือข่ายของสถาบันของท่าน เนื่องจากช่วงนี้ JoVE มาบุกตลาดในบ้านเราจึงเปิดให้หลายสถาบันทดลองใช้กันอยู่) หน้าแรกก็จะพบคลิปวิดีโอที่เป็นงานไฮไลท์ขึ้นมาโชว์เลยครับ หากสนใจก็คลิกที่ตัวภาพได้เลย

jove002ภาพที่ ๒

จากตัวอย่างนะครับ เมื่อคลิกที่ภาพก็จะปรากฏรายละเอียดของไฟล์ (ภาพที่ ๒) ก็จะพบส่วนประกอบดังนี้ครับ
(A) หน้าจอคลิป แล้วลองดูด้านข้างขวาของจอนะครับ จะมีการบอกว่าช่วงนาทีที่เท่าไหร่ จะนำเสนอข้อมูลส่วนไหน
(B) ส่วนของการ Download งานวิจัยในรูปแบบเอกสาร PDF แล้วก็ยังโอนใส่ในโปรแกรมจัดการบรรณานุกรม เช่น EndNote ได้ด้วย
(C) เชื่อมโยงไปยังงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง
(D) สามารถคอมเมนท์หรือติดต่อกับเจ้าของผลงานได้ด้วย แต่ว่าต้องลงทะเบียนก่อนนะครับ

สมมุติว่าอยากจะใช้วิธีการค้นหา ก็สามารถค้นโดยใช้คำค้นได้เหมือนฐานข้อมูลทั่วไป แล้ว JoVE ยังมีการแบ่งประเภทของงานวิจัยตามสาขาวิชา (ภาพที่ ๓)

jove003ภาพที่ ๓

jove004ผลงานของ JoVE ปรากฏในฐานข้อมูล PubMed ด้วย

น่าสนใจและดูแปลกใหม่ดีนะครับ JoVE ก็คือการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบใหม่แค่นั้น ไม่ได้ผิดแผกไปจากงานวิจัยในรูปแบบเอกสาร การนำเสนอแบบนี้ก็ช่วยสร้างความน่าสนใจและเพิ่มความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ JoVE เปิดให้ชาวมหิดลทดลองใช้จนถึงวันที่ ๑ มิถุนายนนี้เท่านั้น อยากให้มาทดลองใช้กันครับ แล้วชอบใจหรือไม่ชอบใจอย่างไร มีความคิดเห็นอย่างไรก็ส่งข่าวมาได้ครับ เราจะได้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาบอกรับในอนาคตครับ

 

Tags: , , , , ,

อ่านเถิดจะเกิดผล: ความยากไร้ไม่ใช่อุปสรรค

ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ยังมีครอบครัวชาวไร่ที่ประกอบด้วยหัวหน้าครอบครัวที่ไร้การศึกษา แต่กลับมีภรรยาที่อ่อนโยนและมีการศึกษา ทั้งสองมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่ง ลูกชายคนโตได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากผู้เป็นแม่ที่รักการอ่าน ทำให้เขาอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะมีเพียงแผ่นไม้และก้อนถ่านเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์การเรียน

เมื่ออายุได้แปดขวบแม่ก็ตายจากไป ยังเป็นโชคดีของเด็กน้อยที่แม่เลี้ยงคนใหม่ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ กลับรักและเอ็นดูเขากับน้องสาวเหมือนลูกของตัวเอง เธอสอนและให้ความรู้แก่เด็กทั้งสองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเด็กชายที่หัวไวอย่างน่าทึ่ง สิ่งที่เขารักมากที่สุดคือการอ่านหนังสือ แม้ทั้งบ้านจะมีเพียง คัมภีร์ไบเบิล เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียว เขาก็อ่านซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้ขึ้นใจ

ความยากจนไม่ได้เป็นอุปสรรคขวางกั้นการรักการอ่านของเขา ในยุคสมัยที่หนังสือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยและมีราคาแพง แต่ถ้าเด็กชายรู้ว่าบ้านไหนมีหนังสือ เขาก็ยอมเดินไกลหลายกิโลเพื่อไปขอยืมอ่านแค่สักครั้งก็พอ

เด็กชายแทบจะไม่ได้ไปโรงเรียนซึ่งก็อยู่ไกลจากบ้านหลายกิโลเช่นกัน พ่อของเขาไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกชายเสียเวลาไปกับการเรียน แต่เห็นว่าจะดีกว่าถ้าให้เขาทำงานอยู่ที่ไร่ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เด็กชายท้อใจ เขายังคงศึกษาด้วยตนเองเพื่อจะเป็นทนายความตามที่ใฝ่ฝัน

สิ่งที่เด็กชายไม่ชอบใจเลยคือพฤติกรรมของพ่อที่ชอบทุบตีเขา เขารู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรม เช่นเดียวกับการทารุณกรรมทาสผิวดำที่ในยุคนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่มองว่าคนผิวดำเป็นเพียงแรงงาน และมักปฏิบัติด้วยความไม่เป็นธรรม เด็กชายรู้สึกเห็นใจและฝังใจมาตลอดว่าจะต้องทำให้ทาสหมดไปจากประเทศให้ได้

เด็กชายยังคงอ่านหนังสือทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะวิชากฎหมายรวมทั้งวรรณคดี แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้วิธียืมของคนอื่นมาอ่านก็ตาม จนเมื่อเติบโตขึ้นเขาก็สามารถสอบเป็นทนายความได้สมใจ จากนั้นจึงผันตัวเองเข้าสู่แวดวงการเมือง และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางการเมืองของประเทศ

สิ่งที่ทุกคนจดจำก็คือการที่เขารวบรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวภายหลังสงครามกลางเมืองที่แบ่งประเทศออกเป็นฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ รวมถึงการประกาศเลิกทาส ทำให้คนผิวดำทั่วประเทศกลายเป็นอิสระ ทุกวันนี้เขายังคงเป็นผู้นำประเทศที่ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดคนหนึ่ง และคนรุ่นหลังก็ได้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเขาโดยสลักข้อความว่า..

“อับราฮัม ลินคอล์น” ประธานาธิบดีคนที่ ๑๖ แห่งสหรัฐอเมริกา

lincolnอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln: ๑๘๐๙-๑๘๖๕)

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

Tags: , , , , ,

อ่านเถิดจะเกิดผล: การอ่านหนังสือในโลกมืด

การอ่านหนังสือสักเล่มสำหรับคนปกติอย่างเราๆ ท่านๆ ก็เป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่สำหรับคนตาบอดแล้ว การอ่านหนังสือสักเล่มนับเป็นเรื่องหนักหนาเอาการ ต้องอาศัยความพยายาม ต้องใช้ประสาทสัมผัสที่พิเศษมากกว่าคนปกติอย่างมาก กว่าจะเข้าใจเนื้อหาในหนังสือที่คนทั่วไปมองปราดเดียวก็รู้เรื่อง

แต่ก่อนเก่านั้นหนังสือสำหรับคนตาบอดทำจากระดาษไข พิมพ์เป็นอักษรที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติและนูนขึ้นเพื่อให้สามารถสัมผัสรู้ได้ว่าเป็นอักษรใด ดังนั้นหนังสือปกติหนึ่งเล่มเมื่อถูกสร้างเป็นหนังสือสำหรับคนตาบอดแล้วจึงมีความหนามาก กว่าจะอ่านจบแต่ละบทก็กินเวลานาน และแสนลำบากเวลาเคลื่อนย้าย อีกทั้งการผลิตก็ยุ่งยาก จึงมีการผลิตน้อย ห้องสมุดหรือโรงเรียนสำหรับคนตาบอดเองก็ขาดแคลนหนังสือประเภทนี้

เด็กชายคนหนึ่งเกิดขึ้นในครอบครัวคนทำอานม้านอกกรุงปารีส โชคร้ายที่ที่เกิดอุบัติเหตุจนต้องเสียตาไปข้างหนึ่ง และเสียตาอีกข้างไปในเวลาต่อมา เด็กชายต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกมืดเพื่อมิให้เป็นภาระแก่ครอบครัว แต่ในสมัยนั้นก็นับเป็นเรื่องยากมากทีเดียว คนพิการส่วนมากจึงมักจะกลายเป็นขอทานในที่สุด

เป็นโชคดีของเด็กชายที่บาทหลวงประจำหมู่บ้านให้ความเอ็นดูคอยอ่านหนังสือให้เขาฟังเป็นประจำ และฝากฝังให้ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเหมือนเด็กปกติแม้ว่าครูจะไม่ใคร่เต็มใจนัก แต่เด็กชายกลับฉลาดหลักแหลม ท่องโคลงได้มากมาย จำข้อความที่ครูสอนได้แม่นยำกว่าเพื่อนในชั้น ด้วยความเป็นเด็กที่ใฝ่รู้และสำนึกดีกว่าตนเองด้อยกว่าเพื่อนเพียงใด

ในปี ๑๗๘๔ ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนสำหรับคนตาบอดเป็นแห่งแรกของกรุงปารีส (และอาจเป็นแห่งแรกของโลก) เด็กชายผู้โชคดีได้รับทุนเข้าศึกษาต่อ ที่นี่เขาได้รับการฝึกปรือด้านวิชาชีพต่างๆ เพื่อจะได้นำไปใช้หาเลี้ยงชีพ อย่างเช่นวิชาดนตรี เขาร่ำเรียนจนเชี่ยวชาญจนกลายเป็นนักออร์แกนมีชื่อของกรุงปารีส แต่สิ่งที่เขาปรารถนาที่สุดคือการได้อ่านหนังสือ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับในยุคนั้นที่หนังสือสำหรับคนตาบอดยังเป็นของหายากอยู่

เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี เด็กชายได้รับการสอนการอ่านสัญลักษณ์จากนายทหารท่านหนึ่งที่เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์สำหรับคนตาบอด โดยสัญลักษณ์เหล่านี้ถูกใช้ในการทหารเพื่อให้อ่านคำสั่งได้แม้จะอยู่ในที่มืดและไม่จำเป็นต้องส่งเสียง แต่สัญลักษณ์แบบนี้เหมาะสำหรับข้อความสั้นๆ แต่จะยุ่งยากมากหากเป็นข้อความยาวๆ ซึ่งเด็กชายได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และพยายามดัดแปลงจนได้สัญลักษณ์แทนตัวอักษรที่สมบูรณ์เมื่อเขาอายุได้เพียง ๑๕ ปี

สัญลักษณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่นิยมและถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ และถูกประยุกต์ใช้สำหรับภาษาอื่นๆ ทั่วโลก แม้ว่าสัญลักษณ์อักษรชุดแรกจะประสบผลสำเร็จแต่เขาก็ยังพัฒนาเพื่อให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้คนตาบอดทั่วโลกสามารถอ่านหนังสือได้เหมือนคนปกติทั่วไป และสัญลักษณ์อักษรที่ว่านี้ก็ถูกเรียกขานตามชื่อของเขาว่า อักษรเบรลล์ เด็กชายคนนี้ชื่อว่า หลุยส์ เบรลล์  (Louis Braille, ๑๘๐๙-๑๘๕๒)

images

เรียบเรียงจาก: ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช. (๒๕๕๒) วันเยาว์ของคนใหญ่. กรุงเทพ : มติชน.

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

Tags: , , , , ,

อ่านเถิดจะเกิดผล : อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

อันปัญญานั้นมีไว้อยู่กับตัวเสมือนดังมีศาสตราวุธอันคมกริบไว้ข้างกาย มีเรื่องเล่าถึงสตรีนางหนึ่งชื่อว่า เยโฮนาลา นางเป็นเพียงบุตรีของข้าราชการชั้นผู้น้อย เมื่อสิ้นบุญบิดาก็ต้องมาอาศัยอยู่กับญาติของมารดาที่กรุงปักกิ่ง ใช้ชีวิตอย่างขัดสนกับมารดาและน้องสาว

เยโฮนาลา เป็นสตรีที่มีรูปเป็นทรัพย์ แม้ว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามแต่ก็มิได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ กลับมีปณิธานแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จึงหมั่นศึกษาตำรับตำราที่บิดาทิ้งเอาไว้ให้ ต่างจากน้องสาวที่มีความงามไม่แพ้กันแต่กลับมิได้ใส่ใจการเรียน หากยังสนใจเพียงเรื่องสวยๆ งามๆ ตามวิสัยสตรี

ด้วยความงามของนางเยโฮนาลา ทำให้นางได้รับเลือกเข้าวังหลวงเพื่อรับการคัดเลือกเป็นนางสนม ตามปกติสตรีทั่วไปเมื่อได้รับการคัดเลือกก็มักจะตระเตรียมข้าวของตามประสาหญิง โดยเฉพาะเครื่องประทินโฉมและเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่นางมิได้สนใจ กลับเลือกตำราเก่าของบิดาที่สะสมไว้ใส่ลงหีบ เมื่อมารดาเห็นเข้าจึงว่า เจ้านี้ประพฤติการผิดสตรีธรรมดา อันผู้ที่จะเข้าวังนั้นก็ชอบที่จะแสวงหาเครื่องประดับกาย แต่เหตุใดเจ้าจึงมัวแต่ค้นหนังสือของบิดาอยู่เล่า นางได้ยินดังนั้นจึงตอบแก่มารดาว่า

“…หนังสือเหล่านี้เป็นตำราว่าด้วยราชการแผ่นดินก็มี ตำราพิชัยสงครามก็มี แลว่าด้วยวิชาการปกครองคนบอกให้รู้ถึงวิธีผูกมัดน้ำใจคนไว้เป็นกำลัง ข้าพเจ้าเห็นว่าหนังสือเหล่านี้หาค่ามิได้ เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปอยู่ในวังก็คิดว่าจะเล่าเรียนหาความรู้ไว้ประดับสติปัญญาต่อไป…”

“อนึ่ง อันดอกไม้งามนั้นใช่ว่าจะหายาก ยิ่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงด้วยแล้ว ย่อมจะมีดาษดื่นจนไม่มีใครมอง แต่ดอกไม้งามอันมีกลิ่นหอมยิ่งกว่าดอกไม้อื่นนั้น มาตรว่าจะขึ้นในสวนหลวงก็จะส่งกลิ่นไกลเรียกให้คนชมยิ่งกว่าดอกไม้งามธรรมดา ข้าพเจ้าเกิดมามีลักษณะงดงามนั้นนับเป็นบุญคุณของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด หาจำเป็นต้องแต่งเติมให้เป็นการเนรคุณบิดามารดาอีกไม่ แต่ใจของข้าพเจ้าเองหากละเลยไม่ได้แต่งเติมให้งดงามก็จะได้ชื่อว่าเนรคุณ อันความรู้ทั้งหลายเป็นเครื่องประดับปัญญา ผู้มีปัญญาก็จะได้พบความสำเร็จ

จากนั้นนางเยโฮนาลาก็เข้าไปเป็นสนมในวังหลวง อาศัยความงามประกอบกับสติปัญญา ทำให้นางกลายเป็นสนมเอกของพระเจ้าเซียนเฝ็งฮ่องเต้ ต่อมาก็ได้เลื่อนยศศักดิ์สูงขึ้นตามลำดับ จนเมื่อผลัดแผ่นดินนางก็ยังคงครองอำนาจสูงสุด เป็นผู้สำเร็จราชการและออกว่าราชการหลังม่าน กลายเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของแผ่นดินมังกรนับตั้งแต่รัชสมัยพระนางบูเชคเทียน ซึ่งทั่วโลกรู้จักนางในนาม

“พระนางซูสีไทเฮา”

20061129-3681_1“พระนางซูสีไทเฮา” ราชินีหลังม่าน ผู้ปกครองแผ่นดินจีนยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

เรียบเรียงจาก: คึกฤทธิ์ ปราโมช. (๒๕๔๓) ซูสีไทเฮา. กรุงเทพ: ดอกหญ้า ๒๐๐๐.

————————————————————————————————————————————
อภิชัย อารยะเจริญชัย
หน่วยบริการสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ฯ
ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

Tags: , , , , , , ,

IT Easy: การดูแลรักษาคีย์บอร์ด

IT_easyอุปกรณ์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยถ้าเราจะสั่งคุณคอมพิวเตอร์ให้ทำโน่นทำนี่ก็คือ คุณแป้นพิมพ์ (Keyboard) เป็นเครื่องมือที่เรากระแทกกระทั้นมันอยู่ทุกวัน เวลาอารมณ์ดีก็พิมพ์อย่างนุ่มนวล แต่พอหงุดหงิดขึ้นมาก็ฟาดงวงฟาดงาใส่ แต่ก็แปลกที่คุณคีย์บอร์ดกลับเป็นอุปกรณ์ที่ทนทานเกือบจะที่สุดแล้วในชุดคอมพิวเตอร์ของเรา

คีย์บอร์ดที่ดีต้องมีรูปร่างรูปทรงที่เหมาะสมซึ่งเขาก็ออกแบบมาได้อย่างดีแล้วล่ะครับ ที่เหลือก็คือผู้ใช้ที่จะเลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา บางคนชอบคีย์บอร์ดเล็กๆ บางคนชอบแบบมาตรฐาน บางคนชอบปรับให้แหงนหน้าขึ้นมากๆ บางคนก็ชอบแบบที่วางระนาบกับพื้น จะแบบใดก็ตามก็ต้องให้เราใช้งานอย่างสบาย ไม่งั้นจะมีอาการปวดข้อตามมา เนื่องจากการวางมือและแขนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

26_20120514080742

อย่างที่บอกไปว่าคีย์บอร์ดนั้นเป็นอุปกรณ์ที่แสนจะทนทาน ยากครับที่จะชำรุดเสียหาย เว้นแต่เราใช้งานหนักเกินทนอย่างเช่นกระแทกแรงๆ จนหัก อันนี้ก็สุดจะเยียวยาครับ แต่สิ่งที่พบบ่อยๆ ก็คือปัญหาสิ่งสกปรกเกาะกวนคีย์บอร์ด ช่องว่างเล็กๆ ระหว่างแป้นพิมพ์คือแหล่งสะสมเศษขยะ ฝุ่นผง เศษอาหาร หรืออะไรต่อมิอะไรประดามีที่ร่วงหล่นลงไป ถ้าใครที่ชอบรับประทานขนม เครื่องดื่ม หรือทานอาหารมื้อหนักหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ไม่แปลกที่เศษอาหารเหล่านั้นจะหล่นสะสมในคีย์บอร์ด ถ้าทิ้งไว้นานๆ เข้าก็จะกลายเป็นสวรรค์ของบรรดาแมลง ดังนั้นเขาจึงแนะนำว่าอย่ารับประทานอะไรที่หน้าคอมพิวเตอร์ไงล่ะครับ

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

การทำความสะอาดคีย์บอร์ดนั้นควรจะทำทุกๆ 6 เดือน อาจจะยุ่งยากเสียหน่อยและอาจต้องใช้ฝีมือเชิงช่างพอสมควร โดยค่อยๆ แกะปุ่มแป้นทั้งหมดออกมาทำความสะอาดทั้งตัวแป้นและฐาน ใช้แอลกอฮอล์เช็ดด้วยก็จะดีครับ พอแห้งสนิทแล้วก็ค่อยประกอบกลับเข้าที่ แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าแกะแล้วจะประกอบกลับได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ก็ไหว้วานให้ใครที่ทำเป็นทำให้ดีกว่านะครับ

หรือถ้าขี้เกียจแกะปุ่มออกก็หาแปรงเล็กๆ ค่อยๆ แซะปัดไล่เศษสิ่งสกปรกออกก็พอจะลดความสกปรกลงได้บ้าง หรือจะใช้ที่ดูดฝุ่นขนาดจิ๋วที่มีไว้ใช่สำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะก็ได้ เสียบเข้ากับช่อง USB ก็ใช้งานได้แล้วครับ แล้วเดี๋ยวนี้ยังมีของเล่นเป็นเจลทำความสะอาด รูปร่างหยุ่นๆ เหมือนดินน้ำมัน เอามากดทับที่แป้นเพื่อให้สิ่งสกปรกติดออกมา

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

มีบางคนใช้วิธีคว่ำคีย์บอร์ดแล้วเคาะๆ ให้เศษฝุ่นผงร่วงออกมา อันนี้ค่อนข้างรุนแรงไปเสียหน่อยและไม่แนะนำครับ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้คีย์บอร์ดได้ ใจเย็นๆ ค่อยๆ แกะมาทำความสะอาดจะปลอดภัยและหมดจดกว่า แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่รับประทานอะไรที่หน้าคอมแล้วเมื่อใช้เสร็จก็หาผ้าคลุมมาคลุมสักหน่อยก็ดีนะครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 
Leave a comment

Posted by on May 15, 2013 in IT Easy

 

Tags: , , , , , , , , ,

IT Easy: การดูแลและรักษาจอภาพ

IT_easyเมื่อครั้งก่อนๆ เราพูดถึงการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์โดยรวมกันแบบคร่าวๆ ไปแล้วนะครับ คราวนี้เรามาไล่เรียงดูกันเป็นรายชิ้นกันเลยดีกว่า เพราะแต่ละองค์ประกอบต่างมีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เรามาเริ่มต้นกันที่ จอภาพ (Monitor) ปัจจุบันเราแทบจะไม่ค่อยได้เห็นจออ้วนๆเหมือนสมัยก่อนแล้วนะครับ เจ้าจออ้วนนี้เราเรียกกันว่า จอ CRT (Cathode Ray Tube) หลักการทำงานขอจอภาพก็คล้ายๆ กับจอโทรทัศน์ แต่ว่าเดี๋ยวนี้จอประเภทนี้กำลังจะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้วครับ แล้วก็ถูกแทนที่ด้วยจอ LCD (Liquid Crystal
Display) หรือ จอ LED (Light-Emitting-Diod) แต่ไม่ว่าจะเป็นจอแบบไหน ข้อควรระวังเบื้องต้นก็คืออย่าติดตั้งไว้ใกล้กับบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก อย่าเอานิ้วหรือวัสดุใดๆ ไปจิ้มที่หน้าจอเด็ดขาด แล้วอย่าใช้น้ำยาหรือสารอื่นใดที่ไม่ได้มีไว้สำหรับเช็ดหน้าจอมาเช็ดเด็ดขาด สรุปก็คืออย่าพยายามไปแตะต้องหน้าจอเป็นที่ดีสุด

ที่ห้ามมิให้ไปกดหรือจิ้มที่หน้าจอ LCD เป็นเพราะว่าด้านในนั้นบรรจุของเหลวที่เรียกว่า Liquid Crystal เจ้าสิ่งนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการแสดงภาพให้เราได้เห็น เวลาเราจิ้มที่หน้าจอจะสังเกตเห็นเป็นรอยช้ำกระจายออกเหมือนเป็นถุงน้ำ นั่นก็เป็นเพราะเจ้า Liquid Crystal นี่แหละครับ ดังนั้นหากเราจิ้มบ่อยๆ เข้า จอก็อาจจะเกิดความเสียหาย หรืออาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า Dead Pixel ขึ้น ทำให้ภาพที่เห็นไม่สมบูรณ์หรืออาจถึงขั้นใช้งานไม่ได้เลย

IMG_940600จอ LCD แบบที่ให้บริการที่ห้องสมุด

จอ LCD นั้นจะบอบบางกว่าจอ CRT ครับ แล้วยิ่งนานวันเข้าก็จะยิ่งบางลงๆ ทุกที เราจึงต้องใช้งานอย่างเบามือมาก โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คที่ทุกวันนี้ก็เริ่มบางลงไปอีก ต้องระมัดระวังอย่าให้วัสดุอื่นใดไปโดนหน้าจอเพราะความบอบบางของมันอาจจะทำให้เกิดเป็นรอยได้ แล้วเวลาเราจะปิดโน้ตบุ๊ค ทางที่ดีก็ไม่ควรปิดจอลงทันที ถ้าเป็นไปได้ก็ควรทิ้งไว้สักพักให้ความร้อนระบายออกก่อนจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นความร้อนก็จะยังสะสมอยู่ที่หน้าจอ

ทีนี้เมื่อใช้งานไปนานๆ เข้าก็เป็นไปไม่ได้ที่หน้าจอจะไม่มีร่องรอยหรือคราบสกปรก แต่เพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าห้ามไปแตะต้องมัน แล้วจะเช็ดยังไงล่ะ ก็ไม่ถึงกับห้ามเช็ดครับ เพียงแต่วัสดุที่จะใช้เช็ดต้องเฉพาะเจาะจงสักหน่อย เราสามารถใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ มาเช็คทำความสะอาดได้ครับ โดยอาจใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดหน้าจอ LCD โดยเฉพาะด้วยก็ได้ ต้องเลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ด้วยนะครับ อาจจะราคาสูงสักหน่อยแต่ไว้ใจได้มากกว่า แล้วการเช็ดจอนั้นก็ควรปิดหน้าจอก่อนทุกครั้งนะครับ

550px-Spray-Step-4-1เวลาใช้น้ำยาทำความสะอาดจอ ให้ฉีดน้ำยาลงที่ผ้าแล้วค่อยเช็ด อย่าฉีดลงที่จอนะครับ

จอ LCD บางรุ่นจะมีการเคลือบสารกันแสงสะท้อน หรือถ้าเป็นจอแบบ Clear Bright ที่หน้าจอจะมีความเงาและสะท้อนแสง แบบนี้ห้ามใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเด็ดขาด ไม่งั้นจอจะเป็นรอยด่างเหลืองน่าสยดสยอง

การใช้งานจอภาพก็มีส่วนยืดอายุได้เช่นกันครับ เราควรเปิดจอภาพก่อนที่จะเปิดเครื่อง อย่าปิด-เปิดติดๆ กัน เมื่อปิดไปแล้วก็ควรทิ้งระยะสักพักหากจะเปิดใหม่ ควรปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม ถ้าตั้งค่าหน้าจอให้สว่างจนเกินไปก็จะลดอายุการใช้งาน และหากต้องทิ้งเครื่องไปนานๆ ก็ควรตั้ง Turn Off the Display หน่วงเวลาไว้สัก 10-15 นาที หรือไม่ก็ปิดหน้าจอไปเลยก็ได้ครับ

————————————————————————————————————————————

หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศทางวิชาการ
งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 
Leave a comment

Posted by on May 14, 2013 in IT Easy

 

Tags: , , , , , , , , , , , , ,

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.