Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Zotero และ Mendeley

8 พฤศจิกายน 2552

โลกหมุนเร็วมาก … ห้องสมุดสตางค์ยังไม่ทันจะเปิดอบรมโปรแกรมจัดการบรรณานุกรม Zotero เลย ก็เกิดมี Mendeley ขึ้นมาเสียแล้ว

Zotero เป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อ EndNote มาใช้ ส่วนโปรแกรมตัวใหม่ที่ชื่อ Mendeley ก็เป็นฟรีแวร์ และทั้งสองตัว เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้งานในยุค Web 2.0 และ Social Networking เช่นนี้

8 พฤศจิกายน 2552

เพื่อให้ชาวคณะวิทยาศาสตร์ ได้ใช้ประโยชน์จาก Web 2.0 และ Social Networking กันอย่างเต็มที่ จึงได้รวบรวมรายชื่อแหล่งชุมชนออนไลน์สำหรับวงการนักวิทยาศาสตร์ ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก เอามาฝาก ดังนี้ค่ะ

  1. Nature Network : connecting scientists
  2. Labmeeting : make science easier
  3. ResearchGate : the leading professional network for scientists
  4. SciLink : Science connected
  5. 2Collab : The research collaboration tool from Elsevier
  6. Sci-mate : Sharing ideas
  7. Sciencebase on Twitter : one of the most popular Twitter feeds in science

และบทความดีๆ ที่พูดถึง web 2.0 กับนักวิทยาศาสตร์

8 พฤศจิกายน 2552

ในระยะนี้ แนวโน้มของการใช้หนังสือเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด มหาวิทยาลัยมหิดลเอง ก็บอกรับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book collections) มาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะค่ายดังระดับโลกอย่างเช่น ebrary และ MyiLibrary ปีหน้า จะยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงหนัก เพราะมีเครื่องอ่าน E-books ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในวงการศึกษา เช่น Kindle ของ Amazon กับตำราเรียนของมหาวิทยาลัย และการบริการให้ยืม-คืนหนังสือของห้องสมุดประชาชนกรุงนิวยอร์ก (New York Public Library) โดยใช้เครื่อง Sony 3G E-book Reader

Can Podcasts Replace Professors ?

บริษัท Apple หันมาจับตลาดการศึกษา สร้าง Mobile Learning โดยมี iTunes University เป็นแหล่งเรียนรู้ฟรี มีหลายมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่ให้นักศึกษาใช้ iPod, iPhone ในการ download podcast lectures (ซึ่งคงมีผลกระทบกับการที่นักศึกษาไม่เข้าชั้นเรียนอย่างแน่นอน) ซึ่งอ้างว่า ได้ทำการวิจัยแล้วพบว่า นักศึกษาสามารถทำคะแนนดีกว่าการเข้าฟังในชั้นเรียน

อ้างอิงจาก ‘iTunes university’ better than the real thing ของ Ewen Callaway ในวารสาร New Scientist, 18 February 2009 และ McKinney, D., Dyck, J. and Luber, E. (2009) ‘iTunes University and the classroom: Can podcasts replace Professors?’ Computers and Education, Vol. 52, No. 3, pp. 617-623.

หอสมุดศิริราช โฉมใหม่

4 พฤศจิกายน 2552

ขอแสดงความยินดีกับหอสมุดศิริราช ที่ปรับปรุงสถานที่ใหม่ทั้งตึก สวยงามทันสมัยน่าใช้มาก แวะไปเยี่ยมเยียน ก็เลยถ่ายรูปมาฝากให้ชื่นชมกันค่ะ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวมหิดลอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

siriraj_library2

SirirajLibrary

PubMed โฉมใหม่

1 พฤศจิกายน 2552

เข้าไปเว็บไซต์ ฐานข้อมูล PubMed วันนี้ พบรูปโฉมใหม่ซึ่งดูสวยงามทันสมัยขึ้นมาก ประกาศเอาไว้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2552 ว่านี่เป็น redesigned interface ครั้งยิ่งใหญ่

ถ้าอยากทราบว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.nlm.nih.gov/pubs/techbull/so09/so09_pm_redesign.html

MEDLINE คือฐานข้อมูลที่ครอบคลุมวารสารสาขา life sciences จำนวนกว่า 5,200 ชื่อ จากประเทศต่างๆ กว่า 80 ประเทศ จัดทำโดย U.S. National LIbrary of Medicine (NLM)

PubMed
= Public MEDLINE
MEDLINE เป็นส่วนหนึ่งของ PubMed

สมัยก่อนที่จะมี PubMed บนอินเทอร์เน็ต เราใช้ฐานข้อมูล MEDLINE ในรูปแบบตัวเล่มและ CD-ROM ซึ่ง MEDLINE มีลักษณะพิเศษคือ ข้อมูลทุกระเบียนจะผ่านการทำดรรชนี (Indexed) เพื่อการสืบค้น โดยมีการกำหนดคำศัพท์ที่ควบคุม ที่เรียกว่า Medical Subject Headings (MeSH) หรือหัวเรื่องทางการแพทย์

ต่อมาเมื่อปี 1997 ทางรัฐบาลอเมริกัน (สมัยรองประธานาธิบดีอัลกอร์) ได้ประกาศให้ MEDLINE เป็นฐานข้อมูลฟรี บนอินเตอร์เน็ต ในกลุ่มของ NLM Databases ใช้ชื่อว่า PubMed และมีข้อมูลที่มากกว่า MEDLINE เดิม เนื่องจาก

  • เพิ่มระเบียนบทความวารสาร ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการให้หัวเรื่อง MeSH (pre-MEDLINE)
  • เพิ่มระเบียนบทความที่อยู่ในวารสาร life sciences แต่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสาขาอื่นเช่นฟิสิกส์ เคมี ดาราศาสตร์ ฯลฯ
  • เพิ่มระเบียนบทความวารสาร จากฐานข้อมูล OldMEDLINE หรือข้อมูลเก่าในช่วงปี 1948-1965 (MEDLINE เริ่มปี 1966-)
  • ครอบคลุมบทความจากวารสาร life sciences อื่นๆ ที่ให้ free full-text แก่ PubMed Central แต่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล MEDLINE มาก่อน

การคัดเลือกวารสารเข้าฐานข้อมูล MEDLINE มีคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพคือ Literature Selection Technical Review Committee (LSTRC) ของ NLM ซึ่งมีกฎเกณฑ์คัดเลือกวารสาร peer-reviewed ที่ดีพอสมควร เพื่อให้ MEDLINE ครอบคลุมวารสารสาขา Life sciences และ Biomedicine ได้อย่างครบถ้วน

ตอนนี้มีประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง การบริหารงานบุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) พ.ศ. 2552 ออกมาแล้ว โดยกำหนดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทนี้ (ซึ่งจ้างด้วยเงินรายได้คณะฯ) ว่าให้เป็นแบบเดียวกันกับพนักงานมหาวิทยาลัย คือ

  1. ให้ใช้สวัสดิการจากกองทุนประกันสังคม ตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน ตาม พ.ร.บ. กองทุนเงินทดแทน (ในกรณีประสบอันตรายจากการทำงาน) หัก 5% จากเงินเดือน รายละเอียดของสิทธิประโยชน์ดูได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม http://www.sso.go.th
  2. บุคคลในครอบครัว ให้ใช้สวัสดิการเฉพาะตัวที่มีอยู่ก่อน ส่วนที่เกิน ให้เบิกจ่ายจากกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัย (แต่ต้องอยู่ภายในวงเงินที่กำหนด และไม่เกินสิทธิสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ)
  3. วงเงินที่กำหนดตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้พนักงานมหาวิทยาลัย มีสิทธิเบิกจ่ายจากกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัย ได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี

ที่สำคัญ ต่อไปจะมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (แบบ กบข.) ให้ด้วย โดยจะหักเงินสะสม 3% จากเงินเดือน รวมกับเงินสมทบที่มหาวิทยาลัยหรือคณะออกให้อีก 3% เพื่อนำไปลงทุนโดยจะมีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาให้เรา พนักงานมหาวิทยาลัยต้องเป็นสมาชิกกองทุนฯ นานเกิน 5 ปีขึ้นไปจึงจะได้รับผลประโยชน์เต็ม 100% รายละเอียดอ่านได้ที่
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจดทะเบียนแล้ว พ.ศ. 2552 แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดให้สมัครค่ะ รอให้มีผู้จัดการกองทุนเสียก่อน

E-book Reader

เครื่องอ่าน E-books รุ่นใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ดในยุคนี้ อาจทำให้วิธีการอ่านหนังสือของเราเปลี่ยนไป … ราคาลดลงมาเรื่อยๆ แล้ว 7,000-8,000 บาท อีกไม่นานก็คงเหลือ 3,000-4,000 บาท ส่วนใหญ่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google
และใช้ระบบสัมผัส touch screen จอภาพอ่านสบายไม่ปวดตา มีจอหลายขนาด เหมาะกับหนังสือ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ย่อ-ขยายตัวอักษรได้ด้วย (ซึ่งกระดาษทำไม่ได้) และแถมยังมีสเปรยย์กลิ่นหนังสือ (Smell of Books) ออกมาขายเป็นอุปกรณ์เสริมด้วย

ตัวที่ดังมากๆ คือ Kindle (คินเดิ้ล) ของ Amazon และ Nook ของ Barnes and Noble

ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

แม้ว่าจะเป็นประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัย แต่ก็นำมาใช้กับบุคลากรทุกประเภท ทั้งข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัย(ส่วนงาน) ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างชาวต่างประเทศด้วย

กำหนดรอบการประเมินเอาไว้ ปีละ 2 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1 ระหว่าง 1 กันยายน – 28/29 กุมภาพันธ์ (6 เดือนแรก)
  • ครั้งที่ 2 ระหว่าง 1 มีนาคม – 31 สิงหาคม (6 เดือนหลัง)

ทั้งนี้ การนับระยะเวลาการปฏิบัติงาน ให้นับถึง 30 กันยายน ของเดือนนั้น

การประเมินผลการปฏิบัติงาน มี 2 ส่วน คือ

  1. การประเมินผลงาน ตามข้อตกลงการปฏิบัติงานล่วงหน้า (Performance Agreement – PA) โดยคณะกรรมการประเมิน
  2. การประเมินสมรรถนะ (Competency) ศักยภาพ คุณลักษณะ ทักษะ พฤติกรรมการทำงาน (ใช้การประเมินแบบ 360 องศา ให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ร่วมประเมิน)

สัดส่วนขององค์ประกอบการประเมิน :- PA:Competency

  • ตำแหน่งประเภทสนับสนุน = 80:20
  • ตำแหน่งประเภทผู้บริหารอื่นๆ เช่น หัวหน้างาน = 60:40

สมรรถนะหลัก (Core Competency) ของมหาวิทยาลัยมหิดล มี 5 ข้อ คือ

  1. ความยึดมั่นในคุณธรรม (Integrity) ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส
  2. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achivement Motivation) มุ่งมั่นปฏิบัติงานให้ดีหรือเกินมาตรฐานที่มีอยู่ สร้างสรรค์พัฒนาผลงาน หรือกระบวนการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่ยากและท้าทาย
  3. ความรับผิดชอบในงาน (Responsibility) ทุ่มเท รับผิดชอบ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร ประโยชน์ต่อผู้รับบริการหรือองค์กร
  4. การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การมีส่วนร่วมในการทำงาน แก้ไขปัญหา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นต่างๆ กับสมาชิกในทีม
  5. การวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ (Systematic Job Planning) สามารถวางแผน วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า

สมรรถนะทางการบริหาร (Manegerial Competency) มี 10 ข้อ (ให้เลือกประเมิน 5 ข้อ)

  1. การมีวิสัยทัศน์ (Visioning)
  2. ความเป็นผู้นำ (Leadership)
  3. ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน (Change Management)
  4. การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking)
  5. การควบคุมตนเอง (Self Control)
  6. การให้อำนาจแก่ผู้อื่น (Empowering Others)
  7. การมองภาพองค์รวม (Conceptual Thinking)
  8. การพัฒนาศักยภาพคน (Caring & Developing Others)
  9. การดำเนินการเชิงรุก (Proactiveness)
  10. ศิลปะการสื่อสารจูงใจ (Communication & Influencing)

ผู้รับการประเมินรายใดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง ติดต่อกัน 2 ครั้ง ถ้าครั้งที่ 3 ผลการประเมินยังต้องปรับปรุงอีก ก็จะต้องเสนออธิการบดี พิจารณาสั่งให้ออกจากงาน

… เฮ้อ ! ฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยมั๊ย …

มหาวิทยาลัยมหิดลออกนอกระบบ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550 และได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ว่า จะต้องออกข้อบังคับและประกาศต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี คือ ก่อนวันที่ 16 ตุลาคม 2553

ดังนั้น ชาวมหิดล ก็จะเห็นข้อบังคับและประกาศต่างๆ หลั่งไหลกันออกมาอย่างไม่ขาดสาย จำได้บ้างไม่ได้บ้าง … ทีมงานได้เก็บรวบรวมไว้ให้ download กันที่อินทราเน็ตของคณะวิทยาศาสตร์ http://intranet.sc.mahidol แล้ว แต่จะเอาบางประเด็นที่ควรทราบมาเล่าให้ฟัง จะได้ทำงานถูกต้องมากขึ้นค่ะ

การเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปี ซึ่งมักจะล่าช้า ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2553 นี้ ชาวคณะวิทยาศาสตร์จะต้องจดจำขั้นตอนที่สำคัญนี้ไว้

  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้น
  • การเบิกจ่าย ต้องส่งหลักฐานการเบิกจ่าย ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับหลักฐานการตรวจรับพัสดุ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญรับเงิน
  • การขออนุมัติหลักการ ให้หน่วยงานดำเนินการส่งเรื่องมายังงานคลังและพัสดุของคณะฯ ไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม
  • การเบิกเงิน ต้องดำเนินการพร้อมส่งเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เกินวันที่ 10 กันยายน
  • งานคลังและพัสดุ ดำเนินการ จัดทำฎีกา เพื่อส่งกองคลังมหาวิทยาลัย ภายในวันที่ 15 กันยายน
  • หวังว่า คงจะลดปัญหาการขอขยายเวลาการส่งเบิก และการขออนุมัติหลักการที่ตกค้างจำนวนมากได้นะ

Older Posts »