รวม “สายด่วน” รับภัยน้ำท่วม

ลองรวบรวมและแบ่งเป็นประเภทมาให้นะครับ ใครรู้จักเบอร์โทรติดต่อของหน่วยงานใดเพิ่มเติมก็ช่วยกันส่งข่าวมาได้นะครับ

ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำ

  • ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) สายด่วนรับแจ้ง-เตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง โทร.1111 กด 5
  • ศูนย์น้ำท่วม กทม. สอบถาม ขอความช่วยเหลือ (24 ชั่วโมง) โทร.1555 หรือ 0-2248-5115
  • สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอความช่วยเหลือน้ำท่วม โทร.1102
  • ศูนย์ประสานและติดตามสถานการณ์น้ำ โทร.0-2243-6956
  • กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้ประสบภัยส่ง SMS ขอความช่วยเหลือร้องทุกข์ได้ที่ 4567892 ฟรีทุกเครือข่าย
  • กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร – ผู้ประสบภัยส่ง SMS ขอความช่วยเหลือร้องทุกข์ได้ที่ฟรีทุกเครือข่าย 4567892
  • สำนักการระบายน้ำ (รับแจ้งและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม) 0-2248-5115
  • สายด่วนกรมชลประทาน เช็คปริมาณน้ำขึ้น โทร.1460 หรือ 0-2669-2560
  • รับแจ้งเหตุสนับสนุนช่องทางแจ้งเหตุเพิ่มเติมตลอด 24 ชั่วโมง โทร.120
  • กระทรวงพลังงาน เปิดสายด่วนร้องทุกข์ 02-140-7000
  • กระทรวงแรงงาน 1506 หรือ โทร 02-248-2222

สุขภาพ ความปลอดภัย  ผู้ป่วย แพทย์ฉุกเฉิน

  • สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โทร.1784
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ฟรี โทร.1669
  • กรมการแพทย์ แจ้ง รพ.ทุกแห่ง ที่ประสบภัยน้ำท่วมหากจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วย โทร.0-2206-2952, 0-2206-2920, 0-2644-7000 ต่อ 4444
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ – เปิดศูนย์ฟอกไตเพื่อผู้ประสบภัยทั่วประเทศ 1330, 1669
  • ประสบภัยที่เจ็บป่วยฉุกเฉินต้องรักษาเร่งด่วน ติดต่อ  0-2965-9782-4
  • แจ้งเหตุมลพิษจากเหตุการณ์น้ำท่วม โทร.1650
  • กรมสุขภาพจิต โทร.1323

การเดินทาง คมนาคม

  • ศูนย์ความปลอดภัยคมนาคม โทร.1356
  • สายด่วนกรมทางหลวง โทร.1586
  • ตำรวจทางหลวง  สอบถามเส้นทางน้ำท่วม ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โทร.1193
  • ศูนย์ความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท โทร.1146
  • สายด่วน บขส. สอบถามเส้นทางเดินรถต่างจังหวัด โทร.1490
  • ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย สำนักบริหารบำรุงทาง โทร.0-2354-6551
  • การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690
  • ท่าอากาศยานไทย โทร. 0-2535-1111
  • บางกอกแอร์เวย์ส      1771
  • นกแอร์      1318, 02900 9955
    นกแอร์ นครศรีธรรมราช      075 369 325
    นกแอร์ สุราษฎร์ธานี     077-441-275-6
  • แอร์เอเชีย      02-515-9999


สาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา

  • ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร.1129
  • การไฟฟ้านครหลวง โทร.1130
  • ศูนย์ปฏิบัติการและประสานงานแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วม การประปานครหลวง 0-2503-9806
  • การประปานครหลวง สายด่วน 1125


สื่อมวลชน

  • ขอความช่วยเหลือ-พื้นที่น้ำท่วมกับไทยพีบีเอส โทร.0-2790-2111 หรือ sms มาที่ 4268822
  • ครอบครัวข่าว 3 ร้องทุกข์ 0-2262-3331
  • ศูนย์รับบริจาค ททบ.5 โทร. 0-2279-2498

กรุงเทพมหานคร

  • ศูนย์ กทม. รับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ สายด่วน 1555 (24 ชม.)
  • ผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วม กทม. ปริมณฑลและภาคกลาง ติดต่อ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 โทร.02-281-5443
  • หน่วยงานราชการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา (ขอความช่วยเหลือน้ำท่วม) 1102
  • ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมทหารราบที่ 11
    - แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 08-5254-9559
    - แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ 08-9054-4980
    - แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน 08-9825-1208, 08-5662-0772
  • ศูนย์อพยพ กทม.ฝั่งตะวันออก เขตมีนบุรี สอบถาม โทร.087-9803681 คุณเฉลิมศรี / เขตหนองจอก โทร.081-6485557 คุณดำรง (ต่อ)


ต่างจังหวัด

  • สอบถามสถานการณ์น้ำ สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี (ตลอด 24 ชั่วโมง) โทร.0-2583-4102
  • ผู้ประสบภัยทางภาคใต้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ กองทัพภาคที่ 4 โทร 0-7538-3405, 0-7538-3253
  • ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี (เฉพาะพื้นที่อยุธยา) 08-1701-4858, 08-1825-1343
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ลพบุรี     0-3641-4480-1 , 0-3641-1936
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.พิษณุโลก     0-5523-0537-8 , 0-5523-0394
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.พระนครศรีอยุธยา     0-3533-5798 , 0-3533-5803
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา      0-3524-1612
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ตาก     0-5551-5975
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.สิงห์บุรี     0-3652-0041
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.อ่างทอง     0-3564-0022
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.นครสวรรค์      0-5625-6015
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.นนทบุรี     0-2591-2471
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ปทุมธานี     0-2581-7119-21
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.พิจิตร     0-5661-5932
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.นครนายก     0-3738-6209 , 0-3738-6484
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.สุพรรณบุรี     0-3553-6066-71
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.สระบุรี      0-3621-2238
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.สุโขทัย     0-5561-2415
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุทัยธานี     0-5652-4461
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.อุตรดิตถ์     0-5544-4132
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ลำปาง     0-5426-5072-4
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.เชียงใหม่     0-5321-2626
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ลำพูน     0-5356-2963
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.อุบลราชธานี     0-4531-2692 , 0-4531-3003
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.เลย     0-4286-1579 , 0-4296-1581
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จ.ชัยนาท     0-5641-2083
  • ศูนย์อุทกวิทยาที่1จังหวัดเชียงใหม่     053-248925, 053-262683
  • ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ พร้อมช่วยเหลือประชาชน     053-202609
  • ศูนย์เฉพาะกิจป้องกันสัตว์อันตราย สวนสัตว์เชียงใหม่     053-222-479 ( 24 ชั่วโมง )
  • สนง.ชลประทานจังหวัดสมุทรสาคร     034-881175, 034-839037 ต่อ 11
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน      054-741061
  • ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองทัพไทยที่ ต.แงง อ.ปัว จ.น่าน     054-792433


กองทัพไทย

  • สายด่วนเมืองนนท์ (ช่วยเหลือเฉพาะพื้นที่ จ.นนทบุรีเท่านั้น) 1131
  • ทบ.-ทอ.-ทร.-สตช. (ช่วยเหลือเฉพาะพื้นที่ จ.นนทบุรีเท่านั้น) 0-2241-1709
  • แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 0-5479-2433
  • กองทัพบก – อ.ลำลูกกา – ต้องการขอความช่วยเหลือจากทหาร โทร.หา พ.ท.ดิตถ์ ชวะนันท์ 08-9888-6421
  • หนองจอก ลาดกระบัง – ต้องการขอความช่วยเหลือจากทหาร โทร.หา 0-2190-3984, 0-2190-3985
  • กทม. ปริมณฑล และภาคกลาง ติดต่อศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 0-2281-1884, 0-2280-3977
  • (กรณี ขนย้าย, อพยพ) 08-3709-8388 – เขตวังทองหลาง : ร.ต.ฉัตรชัย
  • (กรณี ขนย้าย, อพยพ) 08-6089-2112 – เขตตลิ่งชัน (อพยพ ป้องกันน้ำท่วม) พ.ท.อรรถชัย 08-1661-3316 พ.อ.ณัฐพงษ์ 08-1876-7682 จ.ส.อ.กมล 08-5657-0590
  • วัดชลประทาน ศูนย์ปากเกร็ด : ร.อ.วชิระพล แสงอุทัย 08-3229-3939
  • เขตทุ่งครุ/ เขตบางขุนเทียน พ.ท.คึกฤทธิ์ 08-5147-7775 ร.อ.ธนพงษ์ 08-7161-8833 ร.ท.นิรุต 08-6415-9030
  • กองทัพเรือ – ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ติดต่อได้ที่
    1.น.อ.อารักษ์ แก้วเอี่ยม หมายเลขโทรศัพท์ 08-1761-3031
    2.น.อ.อาภากร อยู่คงแก้ว หมายเลขโทรศัพท์ 08-9964-0100
    3.น.ท.ใจเพชร ทองด้วง หมายเลขโทรศัพท์ 08-9150-1684
    4.น.ท.ยุทธศักดิ์ จรูญทรัพย์ หมายเลขโทรศัพท์ 08-2203-8201

สัตว์เลี้ยง สัตว์ดุร้าย

  • กรมปศุสัตว์ (พื้นที่ กทม. และปริมณฑล หากต้องการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่) 08-3709-8388
  • สายด่วนแจ้งจับสัตว์พลัดหลง-จระเข้ ทั่วประเทศ โทร.1362 ตลอด 24 ชม.

 

 

รับมือน้ำกับ ‘บ้านและสวน’

ถึงตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วนะครับว่า “กรุงเทพ” กำลังจะหวนคืนสู่อดีต กลับไปเป็น “เวนิซตะวันออก” อีกครั้งหนึ่ง หลายเขตท่วมไปแล้ว แต่หลายเขตยังไม่ถึงฆาต สำหรับบ้านใครที่อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง วันนี้ห้องสมุดสตางค์ ขออนุญาตนำเสนอข้อมูลดีๆ จากแหล่งที่เชื่อถือได้มาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะได้ใช้ประโยชน์กันบ้างนะครับ

บังเอิญว่าห้องสมุดของเราบอกรับนิตยสาร “บ้านและสวน” ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับการจัดการบ้านและที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วประเทศ ในสถานการณ์แบบนี้ บ้านและสวน เขามีบทความดีๆ มาให้ความรู้กับผู้อ่านเพื่อรับมือกับน้ำท่วม… เชิญติดตามอ่านได้เลยครับ

ดีดบ้านหนีน้ำท่วมดีไหม?
ดีดบ้าน เป็นศัพท์ช่าง หมายถึงการยกบ้านให้สูงขึ้นครับ มีคำแนะนำแบบไหนต้องลองอ่านดู

บ้านต้องสูงเท่าไหร่ถึงจะพ้นน้ำท่วม?
อืมม อันนี้ก็เป็นปัญหาที่หลายคนคิดไม่ตกครับ ว่าบ้านเราจะรอดมั้ยนะ

น้ำไม่ได้เข้ามาทางหน้าบ้านเท่านั้น 
หลายคนมัวแต่กั้นจากหน้าบ้าน หารู้ไม่ว่า ‘น้องน้ำ’ เขาแอบเข้ามาทางอื่นได้ด้วย

ทำไมส้วมราดไม่ลง?
อันนี้ปัญหาใหญ่หลวงเลยครับ ยิ่งช่วงน้ำท่วมนี้ต้องรีบหาทางแก้โดยไวครับ

เตรียมตัวรับมือ “สัตว์รัาย”
ภัยจากสัตว์ร้ายที่มาพร้อมกับน้ำ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องคอยระวัง

ดูแลสัตว์เลี้ยง รับมือน้ำท่วม
นอกจากสัตว์ร้ายแล้ว สัตว์เลี้ยงของเราเองก็ต้องเอาใจใส่เขาด้วยนะครับ

ตรวจสอบถังน้ำบนดินและถังน้ำใต้ดิน 
หลายบ้านมีถังเก็บน้ำไว้ใช้ ยามน้ำท่วมแบบนี้ก็ต้องหมั่นตรวจสอบครับ

หวังว่าคงจะเป็นความรู้ให้แก่ทุกท่านนะครับ ไว้ถ้ามีข้อมูลดีๆ ห้องสมุดจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกเรื่อยๆ ครับ … บอกแล้วว่าอ่านหนังสือแล้วมีดี

ขอขอบคุณความรู้ดีๆ จากนิตยสาร “บ้านและสวน”

หนังสือเปียกน้ำ…แก้ไขไม่ยาก

น้ำหลากแบบนี้สร้างความเสียหายให้แก้บ้านเรือนและทรัพย์สินมากมายนะครับ สำหรับคนรักหนังสือแล้วคงทำใจยากสักหน่อยหากจะปล่อยให้หนังสือสุดที่รักต้องยับย่นเพราะเปียกน้ำ เรามีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้หนังสือกลับสู่สภาพเดิมครับ แต่ก่อนอื่นต้องทำใจก่อนนะครับว่าหนังสือที่เปียกน้ำไปแล้วนั้นไม่มีทางที่จะกลับมาเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซนต์

เวลาหนังสือเปียกน้ำท่านทำอย่างไรครับ แน่นอนว่าหลายท่านใช้วิธีเอาผ้าแห้งมาเช็ด บางท่านก็ขัดถูเสียจนปกถลอก บ้างก็ผึ่งแดด ใช้พัดลมเป่า หรือใช้ที่เป่าผมเป่า บางรายยัดใส่ไมโครเวฟซะเลย กะว่าเอาให้แห้งแน่ๆ สุดท้ายหนังสือก็แห้งจริงๆ ครับ แต่สภาพมันจะหงิกงอจนเปิดอ่านไม่ได้อีกเลย แต่เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้หนังสือของท่านกลับมาแห้งและเรียบเหมือนเดิมครับ

ขั้นตอนแรก     เราต้องพยายามซับน้ำออกจากหนังสือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้ผ้านุ่มๆ เป็นผ้าขนหนูจะดีมาก ค่อยๆ ซับน้ำไปเรื่อยๆ ห้ามถูเด็ดขาดนะครับ ซับไปทีละหน้าๆ จนหมาดที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขั้นตอนที่สอง ให้เอาหนังสือเล่มนั้นเข้าไปแช่ในตู้เย็นครับ วางไว้ในชั้นธรรมดาก็พอ ไม่ต้องถึงช่อง freeze ทิ้งเอาไว้ราว ๑ วัน หนังสือก็จะเรียบไม่เป็นรอยย่นครับ

ถ้าใช้ผ้าซับแล้วยังรู้สึกว่ามันยังไม่หมาดซักที ให้ใช้กระดาษ A4 ธรรมดาๆ นี่แหละครับ เอาเป็นแบบที่สะอาดๆ หน่อย สอดคั่นไว้ทุกหน้า ห้ามเว้น หาอะไรหนักๆ ทับเอาไว้ แล้วคอยเปลี่ยนกระดาษซับทุกๆ ชั่วโมง ถ้าขยันหน่อยก็เปลี่ยนบ่อยๆ ก็ได้ บางคนแนะว่าเมื่อหมาดแล้วให้โรยแป้งฝุ่นลงบนหนังสือทีละหน้าๆ เพื่อดูดความชื้นออกอีกรอบ ก็ใช้ได้นะครับ แต่ควรเป็นแป้งที่ไม่มีสีหรือใช้แป้งเด็กจะดีที่สุด

แต่ท้ายที่สุดต่อให้เราพยายามอย่างไร มันก็ไม่มีทางกลับสู่สภาพปกติได้หรอกครับ ทางที่ดีหนอนหนังสือทั้งหลายควรหาที่เหมาะๆ เอาไว้เป็นศูนย์อพยพหนังสือสุดที่รักด้วยนะครับ

 

ทำความรู้จักกับ EM Ball

ช่วงนี้คงจะได้ยินคำว่า EM Ball กันหนาหูหน่อย หรือเวลาดูข่าวก็จะเห็นเขาเอาลูกอะไรกลมๆ โยนลงไปในน้ำ แล้วว่ากันว่ามันจะทำให้น้ำสะอาดขึ้น หลายคนยังสงสัยว่าเจ้าลูกกลมๆ ที่ว่านี้มันคืออะไรกันนะ ลองมาไขปริศนากันดูเถอะ

เจ้า EM Ball ย่อมาจาก Effective Microorganism ค้นพบโดย Prof.Dr. Terou Higa มันก็คือก้อนจุลินทรีย์ธรรมชาติสามกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลกติก ยีตส์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ทั้งสามกลุ่มจะทำหน้าที่ฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยย่อยตะกอน กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็กๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในน้ำทำให้เกิดการย่อยสลายที่มากขึ้น และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ จุลินทรีย์ชนิดดีที่ว่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิต อีกทั้งยังช่วยรักษาสภาพสมดุลในน้ำ ช่วยเพิ่มปริมาณสิ่งมีชีวิตในน้ำ

อธิบายง่ายๆ ก็คือ จุลินทรีย์ใน EM จะทำหน้าที่ย่อยสลายซากตะกอนต่างๆ จนกลายเป็นอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตจำพวกปลา กุ้ง หอย และยังจัดการกับสารอินทรีย์บางจำพวกในน้ำ ยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อโรคบางตัว จุลินทรีย์ที่ว่านี้ก็คือ Lactobacilli/Lactococci (L. plantarum, L. casei and L. Lactis) ชื่ออาจจะคุ้นๆ เพราะว่าในร่างกายคนเราก็ต้องการจุลินทรีย์พวกนี้เพื่อช่วยในการย่อยเช่นกัน ส่วนจุลินทรีย์อีกประเภทหนึ่งก็จะสามารถสังเคราะห์แสงได้ เมื่อมีการสังเคราะห์แสงก็จะเกิดออกซิเจน เท่ากับเป็นการเพิ่มออกซิเจนในน้ำนั่นเอง ส่วนยีตส์นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์สองพวกที่ว่ามาข้างต้น

EM นั้นใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่นใช้สำหรับการทำเกษตรกรรม ปศุสัตว์ ใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้ภายในครัวเรือนก็ได้ หรือแม้กระทั่งนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกอาหารเสริม

ข้อมูลเกี่ยวกับ EM

1. EMRO Asia
เป็นเว็บไซต์ของ บริษัท เอ็มโร เอเชีย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก EM รายใหญ่ ก่อตั้งโดย Prof.Dr. Terou Higa ผู้คิดค้น EM นี่เอง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายในจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ EM อย่างละเอียด พร้อมบอกสูตรและวิธีผลิต แบบที่คนทั่วไปก็สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้

2. จุลินทรีย์มีประโยชน์
เป็น blog ของ ว่าที่ ร.ต.สุนทร บุญมาทัต จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับ EM ค่อนข้างละเอียด เปรียบเทียบการใช้งาน EM กับแหล่งน้ำประเภทต่างๆ และมีการคำนวณอย่างคร่าวๆ ถึงปริมาณการใช้งาน เช่น การใช้สำหรับบ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง ขนาดเท่านี้ต้องใช้ EM เท่าไหร่ เป็นต้น

3. Should EMTM mudballs be used for treating waterways and seafronts in Penang? by Yap Soo Huey
เป็นบทความที่เขียนถึงการนำ E.M. เทคโนโลยีมาใช้ในรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ E.M. อย่างละเอียดยิบเลยทีเดียว

4. บทความวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวม facebook “น้ำท่วม”

ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ หลายท่านเลือกที่จะใช้วิธีสื่อสารถึงกันผ่านทาง สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ทั้งการรับข้อมูลข่าวสาร ติดต่อขอความช่วยเหลือ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ฯลฯ นอกเหนือจากสื่อหลัก ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่าสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลกับสังคมไทยอย่างคาดไม่ถึง คงจะจำกันได้ถึงเหตุการณ์ยุ่งๆ ในบ้านเมืองเราเมื่อสองปีที่ผ่านมา สื่อออนไลน์อย่าง facebook twitter กลายเป็นศูนย์รวมและแหล่งกระจายข่าวสารชั้นเลิศชนิดนาทีต่อนาที จนก่อให้เกิดปรากฏการณ์หลากหลายในสังคมไทย ภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ก็เช่นกันครับ หลายหน่วยงานใช้สื่อเหล่านี้มาเป็นสื่อกลางในการดำเนินกิจกรรม โดยเฉพาะ facebook วันนี้เราจึงรวบรวม facebook ที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำท่วมมานำเสนอไว้ให้ทุกท่านลองเข้าไปชมกันครับ

หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานในกำกับของรัฐ

หน่วยงานเอกชน มูลนิธิ ชมรมจิตอาสาต่างๆ

วิชาชีพเฉพาะ

มหาวิทยาลัย

สัตว์เลี้ยง

รวมวิธีการสร้างแนวป้องกันน้ำด้วย “กระสอบทราย”

ไม่ทราบว่าจะสายเกินไปรึเปล่านะครับ เพราะช่วงนี้ข่าวคราวว่าถุงบรรจุทรายขาดตลาด หรือแม้กระทั่งทรายเองก็ขาดตลาด ตามร้านขายอุปกรณ์ณก่อสร้างทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ต่างไม่มีทรายไว้จำหน่าย ถ้ามีก็ราคาสูงลิบ แต่เอาเป็นว่าสำหรับท่านที่มีทรายอยู่แล้ว หรือจะเป็นวัสดุอื่นๆ ลองอ่านข้อมูลตามนี้ดูก่อน เผื่อยังจะพอทันรื้อเพื่อก่อขึ้นใหม่ให้ถูกต้องกันนะครับ

1.  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ข้อมูลแรกเป็นของประเทศไทยเราเอง จากหน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีทริคสำหรับการสร้างแนวป้องกันน้ำไว้น่าสนใจครับ อย่างเช่น

  • ถ้าเป็นไปได้เวลาจะสร้างแนวกั้นน้ำ ควรถอยห่างจากกำแพงพอสมควร และถ้าทำนบสูงเกินกว่า 1 เมตร ควรถางดินออกด้วย เพื่อให้ฐานมีความมั่นคง
  • ฐานของทำนบควารกว้างไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของความสูง แต่บางทีที่เราเห็นๆ กัน มักจะมีฐานค่อนข้างแคบ ทำให้ทำนบไม่มั่นคง
  • แผ่นพลาสติกที่ใช้ปูไม่ควรตึงเกินไป ควรวางพอหลวมๆ เพราะแรงดันน้ำจะทำให้แผ่นพลาสติกแนบติดกับกระสอบทรายโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดนั้นสามารถเข้าไปติดตามได้ในเว็บไซต์ด้านล่างนี้เลยครับ นอกจากเคล็ดลับการใช้ทำทำนบแล้วยังมีคู่มือการใช้กระสอบทรายแถมมาด้วย อันหลังนี้มีการทำแนวกั้นสำหรับใครที่มีบ้านอยู่ใกล้ลำคลองจะเหมาะมากๆ เลยครับ

Links
กระสอบทรายสำหรับป้องกันน้ำท่วม
คู่มือการใช้กระสอบทราย

—————————————————————–

2. ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เป็นคู่มือการสร้างแนวป้องกันน้ำด้วยถุงทรายแบบที่เป็นคันกั้นน้ำ และแบบที่ใช้สำหรัลป้องกันบ้านเรือนทั่วๆ ไป เป็นผลงานของ ผศ.ดร. สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในคู่มือนั้นอธิบายเป็นภาษาไทย อ่านเข้าใจง่าย มีภาพประกอบแบบที่เห็นแล้วเข้าใจชัดเจน อธิบายเป็นข้อๆ ไม่ยุ่งยากครับ แถมตอนท้ายสุด อาจารย์สุทธิศักดิ์ ยังใจดีทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ด้วย เผื่อจะมีท่านใดสอบถามเพิ่มเติม

Links
คันกั้นน้ำ (PDF)
การเตรียมกั้นกระสอบทรายสำหรับบ้านเรือน (PDF)

—————————————————————–

3. มหาวิทยาลัยนอร์ธ ดาโกตา สเตท

ต่อมาเป็นวิธีการสร้างทำนบด้วยถุงทราย เป็นคู่มือจาก มหาวิทยาลัยนอร์ธ ดาโกตา สเตท (North Dakota State University) เพราะฝั่งอเมริกาเขาก็ประสบภัยน้ำท่วมเหมือนบ้านเราเลยครับ เขาจึงมีการศึกษาค้นคว้ากันอย่างจริงจังเพื่อเตรียมการป้องกันสิ่งเหล่านี้

ในเอกสารนั้นจะกล่าวถึงขั้นตอนการเตรียมถุงทราย ซึ่งบางท่านอาจยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วการบรรจุทรายนั้น ให้ใส่ลงไปเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดถุงก็พอ ไม่ต้องใส่เยอะเพราะกลัวจะกันน้ำไม่ไหว ส่วนทำเลที่้ตั้งถ้าเป็นไปได้ก็ควรเป็นที่ที่สามารถจะสร้างทำนบที่สั้นและเตี้ยที่สุด เพราะถ้ายิ่งสูงยิ่งยาว แรงดันน้ำจะทำให้ทำนบมีโอกาสพังสูง (อันนี้น่าจะเหมาะสำหรับในอาคารหรือบ้านเรือนนะครับ) และการวางแนวกระสอบก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ต้องมัดปากถุง แต่ใช้วิธีซ้อนทับกัน

ข้อมูลจากแหล่งนี้เป็นที่นิยมที่สุดในแวดวงออนไลน์บ้านเรา มีการส่งต่อๆ กันไปอย่างกว้างขวาง และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการก็นำมาเผยแพร่โดยแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ แต่หากท่านใดต้องการอ่านจากต้นฉบับก็สามารถเข้าไปตาม link ได้เลยครับ

Links
จากเว็บผู้จัดการ (ภาษาไทย) : www.manager.co.th
ไฟล์ DPF จาก NDSU ไฟล์ที่ 1 : Sanbags_NDSU
ไฟล์ DPF จาก NDSU ไฟล์ที่ 2 : Sandbags_NDSU2

—————————————————————–

4. มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า สเตท

สุดท้ายเป็นของทางอเมริกาอีกเช่นกัน เป็นเอกสารของ มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า สเตท (Louisiana State University) เนื้อหาก็ใกล้เคียงกัน คือการจัดการกับถุงทรายและการจัดเรียงทำนบที่ถูกต้อง และที่สำคัญคือการวางแผ่นพลาสติกครอบทำนบเพื่อป้องกันการพังทลายของถุงทรายจากแรงดันน้ำ อันนี้เราคงไม่ค่อนเห็นนักในบ้านเรา เพราะขืนต้องคลุมพลาสติกหมด คงต้องใช้เป็นกิโลๆ แน่นอน

Link  Sandbags_LSU (PDF)

รวมแผนที่รับสถานการณ์น้ำท่วม (2)

ต่อจากตอนที่แล้ว (ตอนที่ 1)

5. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (MICT)

เป็นแผนที่แสดงสถานการณ์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นความร่วมมือของ กระทรวงไอซีที กับหน่วยงานภาคเอกชนร่วมกันจัดทำขึ้น รายละเอียดของแผนที่อยู่ในระดับที่ดีมาก แสดงพื้นที่ประสบภัยอย่างละเอียด การทำงานใช้ลักษณะเดียวกับ Google Map เราสามารถค้นหาพื้นที่ที่ต้องการได้ด้วยการใส่ชื่อตำบล อำเภอ เขต จังหวัด นอกจากนี้ยังสามารถระบุประเภทของข้อมูลที่ต้องการทราบ เช่น จุดอพยพ ข้อมูลการจราจร เส้นทางที่น้ำท่วม แนวป้องกันน้ำท่วม พื้นที่ประสบภัย เป็นต้น

เชื่อว่าแทบทุกคนที่เลือกใช้แผนที่ของกระทรวงไอซีที น่าจะเลือกดูรายละเอียดของพื้นที่ประสบภัย โดยจะใช้สีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของแผนที่ เนื่องจากแสดงผลได้ชัดเจนและค่อนข้างละเอียด ขณะที่การแสดงจุดสำคัญๆ ที่ควรทราบประกอบ เช่น ตำแหน่งที่รถสามารถผ่านได้ หรือผ่านไม่ได้ เส้นทางที่แนะนำ เส้นทางจราจรที่หนาแน่น เหล่านี้ยังไม่ชัดเจนนัก ทำให้หลายคนที่ไม่เคยอ่านแผนที่มาก่อนอาจจะสับสัน เช่นเส้นนี้หมายถึงแสดงเส้นทางจราจรที่่ผ่านไม่ได้ หรือหมายถึงถนนทางหลวงกันแน่

เมนูซ้ายมือซึ่งเราสามารถเลือกให้แสดงผลตามประเภทต่างๆ นั้น ยังบอกให้ทราบด้วยว่าข้อมูลถูกปรับปรุงเมื่อใด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบสถานการณ์อย่างเป็นปัจจุบันที่สุด เช่น ข้อมูลจราจรจาก Globetech จะ update ทุกๆ 5 นาที หรือเมนูอื่นๆ ก็จะบอกให้ทราบว่าปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

URL: http://www.mict.go.th/main.php?filename=thaifloodmap

———————————————————————————————-

6. Longdo Flood


จากเว็บไซต์ Longdo.com ส่วนใหญ่เรามักจะคุ้นเคยกับเว็บนี้เวลาเรียกหาพจนานุกรมเพื่อแปลคำศัพท์ แต่ Longdo มีบริการแผนที่ในรูปแบบต่างๆ ให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วมแบบนี้ จากเดิมที่เป็นแผนที่ประเทศไทยธรรมดา เขาก็เพิ่มฟังก์ชั่นแสดงผลสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งตัวแผนที่เองก็ไม่ได้แตกต่างจากของ ThaiFlood หรือของกระทรวงไอซีทีนัก แต่ที่เด่นกว่าคนอื่นเห็นจะเป็นเมนูฝั่งซ้ายที่จะ Connect กับสื่อออนไลน์อย่าง Twitter อยู่ตลอดเวลา เราจึงสามารถรับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวจากทั่วประเทศได้แบบนาทีต่อนาที

การใช้งานแผนที่ของ Longdo สามารถเลือกดูได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แบ่งเป็นดูลักษณะภูมิประเทศ สภาพการจราจร สถานที่สำคัญ และยังเปิดดูสภาพน้ำท่วมย้อนหลังได้ถึงปี 2548 และยังมีฟังก์ชั่น ผสมดาวเทียม คือแสดงแผนที่ดาวเทียมผสมกับกราฟฟิกแสดงพื้นที่ประสบภัย

URL: http://flood.longdo.com

————————————————————————————————

7. Longdo Traffic

อีกหนึ่งแผนที่ที่น่าสนใจของ Longdo.com รูปแบบการแสดงผลเหมือนกับ Longdo Flood เพียงแต่จะเน้นที่สภาพการจราจร ถนนสายหลักและสายรอง ซอย และทางแยกต่างๆ แผนที่ชุดนี้จะไม่มีฟังก์ชั่นแสดงผลแบบดาวเทียม สามารถเลือกเจาะเฉพาะพื้นที่ที่สนใจได้ แต่ข้อเสียคือพื้นที่ที่มีให้เลือกยังค่อนข้างน้อย เช่นในกรุงเทพ จะมีให้เลือกเพียงไม่กี่แห่ง เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ลาดพร้าว สีลม รามคำแหง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของกรุงเทพ ส่วนต่างจังหวัดก็มีให้เลือกเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา และจังหวัดที่ประสบภัยเช่น อยุธยา นครสวรรค์ ชัยนาท แต่หากต้องการดูจังหวัดอื่นนอกเหนือจากนี้ ต้องใช้วิธีลากหาเอาเอง

จุดเด่นที่เหมือนกับ Longdo Flood อีกประการคือเชื่อมต่อกับสื่อออนไลน์ โดยจะแสดงข้อความเหตุการณ์ล่าสุดไม่เพียงเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม แต่ยังแจ้งเหตุจราจรทั่วไปพร้อมเวลาเกิดเหตุ เช่น เกิดอุบัติเหตุ ซอยปดิพัทธ์ 1 12.00 การจราจรหนาแน่น ถนนกาญจนาภิเษก 12.30 และยังแจ้งข่าวหรือประกาศที่สำคัญๆ เช่น ข่าวประกาศ เลื่อนเปิดสะพานหลักสี่ เป็นต้น

URL: http://traffic.longdo.com

—————————————————————————————————

6. Thai Flood Reporter

เป็นแอพลิเคชั่นบน Smart Phone สำหรับแสดงข้อมูลล่าสุดของสภานการณ์น้ำท่วมในรูปแบบของแผนที่และข้อความ เสมือนเป็นการรายงานสถานการณ์จากภาคประชาชน ผ่านหลายช่องทาง Social Media ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook SMS หากต้องการความสะดวกตัวแอพก็มีข้อความสั้นๆ ให้เลือกเพื่อแสดงสถานะ เช่น น้ำยังไม่ท่วม น้ำเริ่มท่วม แนวกั้นน้ำพัง น้ำท่วมซอย ปิดถนน น้ำท่วมถึงเข่า ฯลฯ และยังมีลิงก์ระบบ GPS บอกพิกัดด้วย

ข้อดีของแอพนี้คือความสะดวกและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งผู้ที่รายงาเข้ามาก็คือประชาชนทั่วไปที่อาจจะประสบภัยหรือพบเห็นเหตุการณ์ ทำให้ข้อมูลมีความสดอยู่ตลอดเวลา แต่หากบางท่านที่อาศัยเลือกข้อความจากเมนูที่แอพเตรียมไว้ให้ ก็จะสังเกตได้ว่าข้อความค่อนข้างคล้ายคลึงกันมาก เช่น น้ำท่วมแล้ว น้ำกำลังท่วม  น้ำเริ่มท่วม ทำให้ผู้รับข้อมูลอาจสับสนได้

URL: http://itunes.apple.com/th/app/thai-flood-reporter/id471611074?mt=8

 

รวมแผนที่รับสถานการณ์น้ำท่วม (1)

ช่วงนี้การใช้สื่อออนไลน์มีความจำเป็นอย่างมากในการคาดการณ์และวางแผนจัดการกับภาวะน้ำท่วม ประชาชนทั่วไปก็เริ่มหันมาสนใจดูแผนที่กันมากขึ้น โดยเฉพาะแผนที่แสดงระดับน้ำหรือสถานการณ์น้ำรายวัน ลองมาไล่เรียงกันดูนะครับว่ามีแผนที่ของที่ไหนบ้างที่น่าสนใจและให้ข้อมูลอะไรบ้าง

1. ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เว็บแรกเป็นของ ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อันเป็นหน่วยงานในการจัดการให้ข้อมูลและความช่่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัย นอกเหนือจากข้อมูลทั่วไปในการบริหารจัดการแล้ว ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือแผนที่แสดงพื้นที่ที่กำลังประสบภัยและมีโอกาสประสบภัยทั่วประเทศ

รูปที่ 1 : แผนที่หน้าหลักแสดงพื้นที่ประเทศไทยแบ่งตามจังหวัด

จุดเด่นที่สุดของเว็บนี้คือเราสามารถคลิกเลือกจังหวัดที่เราต้องการดูจากภาพแผนที่รวมของประเทศ (รูปที่ 1) และเมื่อเข้าไปยังแต่ละจังหวัดแล้ว ก็ยังเจาะเข้าไปดูเฉพาะอำเภอได้ด้วย โดยจะแสดงสถานการณ์ของพื้นที่ด้วยสีเป็นหลัก ทำให้เข้าใจง่าย ประกอบกับจะเชื่อมโยงแผนที่ทั้งหมดเข้ากับ Google Map เราจึงขยายภาพเพื่อดูพื้นที่แบบเจาะละเอียดได้ (รูปที่ 2)

รูปที่ 2 : เมื่อคลิกเข้าดูแต่ละจังหวัดก็จะแบ่งย่อยตามเขตอำเภอ
ตัวอย่างในภาพแสดงพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดนครนายก

แต่ปัญหาหลักคือแผนที่ที่ไม่ได้ update แบบ real time และปัญหาการแสดงผลของ Google Map เช่น แผนที่แสดงผลว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในสภาวะวิกฤต แต่ Google Map กลับไม่แสดงพื้นที่เป็นสีฟ้าตามที่แจ้งไว้ ขณะเดียวกันที่จังหวัดนครนายกซึ่งแผนที่แสดงสถานะเดียวกัน กลับแสดงเป็นสีฟ้าใน Google Map ซึ่งหมายถึงเป็นพื้นที่ประสบภัย

URL: http://www.thaiflood.com

————————————————————————————————————

2. Google Crisis Response

รูปที่ 3 : หน้าแรกของ Google Crisis Response

เป็นโปรเจคต์ของ Google สำหรับให้ข้อมูลการเกิดภัยพิบัติจากทั่วโลก และภัยพิบัติล่าสุดก็คือสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย เมื่อเปิดเข้าไปดูแผนที่ประเทศไทย จะพบเมนูด้านขวาให้เราเลือกการแสดงผล โดยเจาะเฉพาะสถานการณ์น้ำ เช่น แสดงพื้นที่ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แสดงพื้นที่น้ำท่วม แสดงภาพพื้นที่ประสบภัยย้อนหลังเป็นรายวัน แสดงจุดที่ตั้งศูนย์อพยพ เป็นต้น (รูปที่ 4)

นอกจากแสดงผลภาพแผนที่แบบสองมิติแล้ว ยังสามารถเปลี่ยน Format เป็นภาพถ่ายดาวเทียม และสามารถซูมเข้าไปดูแบบละเอียดชนิดที่เห็นหลังคาบ้านได้เลยทีเดียว (รูปที่ 5)

รูปที่ 4 : เลือกประเภทแสดงผลที่เมนูฝั่งขวา
ตัวอย่างในรูปแสดงพื้นที่เสี่ยงและคันกั้นน้ำเขตกรุงเทพและปริมณฑล

รูปที่ 5 : แสดงผลแบบภาพถ่ายดาวเทียม

URL: http://www.google.org/crisisresponse

————————————————————————————————————

3. Thailand Flood Monitoring System โดย สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

รูปที่ 6 : แผนที่แรกแสดงตำบลน้ำท่วมในปัจจุบัน

เป็นอีกแผนที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมและความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดย สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : Geo-
Information and Space Technolgoy Development Agency แผนที่แรกจะแสดงพื้นที่ประสบภัยแบบง่ายๆ โดยแบ่งเป็นสองสีคือสีฟ้า คือพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน และสีแดง คือพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าจะท่วม (รูปที่ 6)

แต่ถ้าอยากจะดูแบบละเอียด ก็มีแผนที่ให้เลือกดูหลายรูปแบบและหลายหัวข้อ เช่น แผนที่สถานการณ์ปัจจุบัน แผนที่ประมาณปริมาตรน้ำ แผนที่แสดงพื้นที่วิกฤต แผนที่คาดการณ์สถานการณ์น้ำในระยะ 3-5 วัน เป็นต้น โดยทุกแผนที่ที่ปรากฏจะสามารถเปิดดูได้หลาย Format เช่น WMS KML PDF ซึ่งทั้งหมดสามารถแสดงผลได้อย่างละเอียดมากๆ

ข้อจำกัดประการหนึ่งของแผนที่คือจะแสดงผลในรูปแบบที่ค่อนข้างจะดูยากสักหน่อย คือถ้าเป็นประชาชนทั่วไป เอาแค่ดูคร่าวๆ ก็พอไหว หากเป็นคนที่เชี่ยวชาญและมีความรู้เรื่องแผนที่ก็น่าจะอ่านได้อย่างละเอียดมากกว่า (รูปที่ 7)

รูปที่ 7 : แสดงพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยสามารถเลือกได้หลาย Format

URL: http://flood.gistda.or.th

————————————————————————————————————

4. แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคม โดย กรมทางหลวงชนบท

รูปที่ 8 : แสดงเส้นทางหลวงและแยกต่างๆ
ตัวอย่างในรูปแสดงทางหลวงที่แยกบางบัวทอง ซึ่งระบุชัดเจนว่า ผ่านไม่ได้

แผนที่ชุดนี้จัดทำโดย ระบบริหารจัดการงานอุทกภัยของกรมทางหลวงชนบท จะเน้นแสดงสถานการณ์ของทางหลวงแผ่นดินรวมถึงเส้นทางแยกย่อยอื่นๆ ทั่วประเทศ รูปแบบคล้าย Google Map โดยเลือกพื้นที่อย่างกว้างๆ ที่เมนูด้านซ้าย ซึ่งเป็นเป็นภูมิภาค จากนั้นจะแสดงเส้นทางหลวงแต่ละเส้น โดยเมื่อคลิกเข้าไปดูแต่ละจุด ที่แผนที่ก็จะแสดงรายละเอียดชื่อทางหลวง ชื่อแยก สถานที่ตั้ง ช่วง กม. บอกระดับน้ำในขณะนั้น (ค่อนข้างทันต่อเหตุการณ์ เพราะแสดงผลวันต่อวัน) นอกจากนี้ยังระบุลงไปอย่างชัดเจนเลยว่าพื้นที่นั้น ผ่านได้ หรือ ผ่านไม่ได้ (รูปที่ 8 )

URL: http://fms2.drr.go.th

ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ จากหลายหน่วยงานที่นำเสนอแผนที่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้ เอาไว้ครั้งหน้ามาดูกันต่อนะครับว่าจะมีที่ไหนบ้าง

เริ่มต้น “ด้วยใจ” รับภัยน้ำท่วม

สิ่งที่เราๆ ท่านๆ รับมือยากมากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลยครับ แต่มันคือเรื่องของ “จิตใจ” มากกว่าครับ คนที่ท่วมแล้วก็เครียดหนัก ส่วนคนที่ยังไม่ท่วมก็เครียดหนักเหมือนกัน ยิ่งถ้าใครเผชิญหน้าแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ประเภทที่ว่าตื่นมาตอนเช้าก็พบว่านอนอยู่กลางน้ำเหมือนติดเกาะด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำใจได้ยากครับ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องตั้งสติให้ได้โดยไวครับ

ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคนครับ แต่สำหรับสถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ คุณหมอท่านอธิบายไว้ว่าส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วก็หายไปเมื่อสถานการณ์นั้นๆ ผ่านพ้น แต่ถ้าสถานการณ์ที่ว่านี้มันยาวนานและไม่ทราบว่าจะจบลงเมื่อไหร่ แบบนี้ก็น่าเป็นห่วงครับ ท่านต้องพยายามจำกัดความเครียดเหล่านั้นไม่ให้มีมากจนเกินไป วิธีการจัดการกับความเครียดในช่วงน้ำท่วมก็เช่น

  • ตั้งสติให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ทุกปัญหามีทางแก้ ขอให้คิดในบวกไว้เสมอครับ
  • จำกัดการรับข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูข่าวเลยนะครับ อย่างไรเสียเราก็ต้องรับฟังข่าวสารเอาไว้บ้าง แต่ไม่ใช่หมกมุ่นจนเกิดเหตุ นั่นจะยิ่งทำให้ท่านกังวลหนักขึ้นกว่าเดิม
  • รับข้อมูลข่างสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น จากหน่วยงานของรัฐ หรือเอาง่ายๆ ก็เปิดทีวีดูข่าวจากช่องต่างๆ ก็ได้ครับ จะรักคุณสรยุทธ หรือชอบคุณกนก ก็เลือกได้เลยครับ แต่อย่าไปฟังข้อมูลประเภทปากต่อปาก เช่น คนซอยโน้นเขาว่าอย่างงั้น หรือได้ยินเขาบอกมาว่า … (ไอ้ที่ “เขาบอกมาว่า” นี่แหละครับ ตัวอันตราย) เพื่อที่เราจะได้ทราบข้อมูลที่ตรงกับความจริงมากที่สุดเรียนรู้เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย ต้องพอมีความรู้เบื้องต้นไว้บ้างนะครับ อย่างการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในยามฉุกเฉินนี่ก็จำเป็น
  • จัดเตรียมอาหารและอุปกรณ์จำเป็น สถานการณ์แบบนี้คาดเดาไม่ได้เลยครับ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนเป็นสิ่งจำเป็น อาหารที่กินง่าย เก็บไว้นาน น้ำดื่มสะอาด ยาประจำตัว เหล่านี้ควรตระเตรียมไว้ใกล้ตัวครับ
  • พยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติให้มากที่สุด อาจจะยากสักหน่อยแต่ก็จำเป็นมากครับ ท่านควรจะกินเมื่อถึงเวลากิน ต้องนอนเมื่อถึงเวลานอน อาหารและการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับ ทำไม่ได้ก็ต้องฝืนครับ
  • อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว พยายามติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัว อย่าพยายามแบกรับภาระไว้กับท่านเพียงลำพังครับ คิดเสมอว่าท่านยังมีครอบครัว ยังมีเพื่อน หรือแม้กระทั่งยังมีเพื่อนคนไทยอีกนับล้านที่จะคอยเป็นกำลังใจให้กับท่านครับ
  • หากิจกรรมทำ อย่าปล่อยเวลาว่าง เพื่อที่จะได้ไม่มีเวลามาคิดแต่เรื่องน้ำท่วมครับ

ขอให้ทุกท่านเริ่มต้นด้วยการตั้งสติให้มั่น ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ความเครียดที่สะสมอาจทำลายสุขภาพของท่านได้ หวังว่าทุกท่านจะฝ่าฟันความยากลำบากนี้ไปได้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งครับ

………………………………………………………………………………
เรียบเรียงข้อมูลจาก โรงพยาบาลสมิติเวช

น้ำใดก็ไม่ใหญ่เท่า “น้ำใจ”

“ที่บ้านน้ำท่วมรึเปล่า?”

ผมเชื่อว่านี่คือคำทักทายของคนไทยในช่วงเวลานี้ครับ ภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน และรุนแรงถึงแก่ชีวิตไปนับร้อยรายแล้ว แต่ความเดือดร้อนแสนสาหัสในครั้งนี้ก็ยังมีมุมดีๆ ให้ได้ชื่นใจ สะท้อนความเป็นจริงที่ว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” เราจึงเห็นคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยกันอย่างเต็มที่ จริงจัง และจริงใจ

แม้ภาครัฐจะพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน แต่พวกเราส่วนหนึ่งก็เต็มใจที่สละสิ่งที่เรามีเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่กำลังลำบาก “ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมด้วยช่วยกันต่อสู้ภัยพิบัติครั้งนี้ เราอาจไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะไปช่วยเหลือ เราอาจไม่มีกำลังคนที่จะลงไปช่วยงาน เราอาจไม่มีข้าวของมากมายที่จะส่งไปช่วยเหลือ แต่เราเลือกที่จะทำในสิ่งที่เราทำได้ แม้สิ่งที่เราทำอาจไม่ได้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างทันตาเห็น แต่เราก็หวังว่าสิ่งที่เราทำอาจจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆ ท่าน เป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวรับมือในปีหน้า หรือแม้แต่จะช่วยสร้างกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังประสบปัญหา

“น้อยก็หนึ่ง” เราหวังเช่นนั้นครับ

ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.