บรรณารักษ์ชวนรู้ : ใครเป็นใครในผลงานวิชาการ

ในผลงานวิชาการหนึ่งชิ้นนั้น บางครั้งอาจประกอบด้วยผู้แต่ง หรือ ผู้นิพนธ์ (Authors) หลายคน ซึ่งอาจมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน บรรณารักษ์จะพาท่านไปทำความรู้จักกับผู้แต่งแต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้าง

Author หรือ ผู้นิพนธ์ คือ ผู้ที่มีส่วนร่วมในเชิงปัญญา (Substantive Intellectial Contributions) อย่างสำคัญในผลงาน มีเกณฑ์พิจารณาความเหมาะสม 3 องค์ประกอบคือ

  • มีส่วนร่วมในการสร้างโจทย์วิจัยและวางแผนการวิจัย เก็บข้อมูล หรือวิเคราะห์และแปลความหมาย
  • มีส่วนร่วมในการเขียนหรือตรวจสอบบทความวิจัยอย่างมีส่วนรว่มในเชิงปัญญาของเนื้องาน
  • อ่านและรับรองต้นฉบับก่อนส่งตีพิมพ์

    หากมีองค์ประกอบไม่ครบทั้ง 3 ประการ ไม่สมควรให้มีชื่อเป็นผู้นิพนธ์ หากมีส่วนร่วมกับผลงาน เช่น ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค การเงิน ทรัพยากร ฯลฯ อาจมีชื่ออยู่ในส่วนกิตติกรรมประกาศ

First Author คือ ผู้นิพนธ์ที่มีชื่อในผลงานวิชาการเป็นชื่อแรก รับผิดชอบการทำผลงานและเขียนต้นฉบับ

Corresponding Author คือ ผู้ที่มีบทบาทและรับผิดชอบในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ประสานงานร่วมกับผู้นิพนธ์อื่น ๆ ในการเตรียมต้นฉบับผลงานหรือส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์ ติดต่อประสานงาน ให้คำชี้แจงต่อข้อเสนอแนะ คำถาม จากกองบรรณาธิการหรือประชาคม

Co-Author หรือ ผู้นิพนธ์ร่วม คือ ผู้นิพนธ์อื่นที่ไม่ใช่ผู้นิพนธ์หลัก

Ghost Author คือ ผู้ทำหน้าที่เสมือนผู้นิพนธ์ด้วยการสมยอมหรือรับจ้าง แต่ไม่ได้ชื่อเป็นผู้นิพนธ์ เช่น ผู้รับจ้างทำงานวิจัย

Gift Author, Guest Author, Honorary Author คือ ผู้ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นผู้นิพนธ์ แต่ได้ชื่อเป็นผู้นิพนธ์ เช่น หัวหน้าภาควิชา อาจารย์อาวุโส เจ้าของทุนวิจัย เป็นต้น

Essentially Intellectual Contributor หรือ ผู้มีส่วนสำคัญทางปัญญา คือ ผู้ที่มีบทบาท มีส่วนสำคัญทางปัญญาด้วยความเชี่ยวชาญจำเพาะในสาขาวิชาของตน รับผิดชอบสำคัญในการออกแบบการวิจัยหรือการออกแบบงานวิชาการนั้น ๆ รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และให้ข้อเสนอแนะ

download ภาพขนาดเต็มได้จาก https://stang.sc.mahidol.ac.th/lib-Infographic/author.php

ที่มา :

  1. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง ลักษณะการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการ พ.ศ. 2562
  2. ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2563
  3. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2558). คู่มือมาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ. กรุงเทพ : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : เขตราชเทวี

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่ในเขตราชเทวี ทราบกันหรือไม่ว่าชื่อ “ราชเทวี” หมายถึงเจ้านายพระองค์ใด?

ชื่อนี้มีที่มาจาก สะพานราชเทวี เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลายปูนปั้นงดงาม ข้ามคลองประแจจีน บริเวณถนนเพชรบุรี ตั้งชื่อตามพระราชอิสริยยศของ สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างเพื่อเป็นสาธารณกุศลในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ ๕๐ พรรษา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ ซึ่งการสร้างสะพานในยุคนั้นเป็นการดำเนินตามพระราชนิยม โดยมีพระราชประสงค์เพื่อออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้า เมื่อสร้างเสร็จจึงทรงพระราชทานนามนี้ให้เป็นอนุสรณ์ถึงผู้สร้างว่า สะพานราชเทวี

สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงฉายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗
ที่มา : ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (๒๕๓๘). ชื่อบ้านนามเมือง. กรุงเทพ : มติชน.

สะพานแห่งนี้ได้ใช้ประโยชน์ตามพระราชประสงค์อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จนเมื่อกรุงเทพจำเป็นต้องสร้างถนนเพิ่มเพื่อรองรับการจราจร จึงมีการถมคลองเพื่อสร้างถนน สะพานราชเทวีจึงถูกรื้อลงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ แต่ยังคงเก็บรักษาป้ายชื่อสะพานและคำอุทิศไว้ที่ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด ถนนศรีอยุธยา

สำหรับเขตราชเทวีนั้น แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้ประกอบด้วยสี่ตำบาลคือ ตำบลทุ่งพญาไท ตำบลถนนพญาไท ตำบลถนนเพชรบุรี ตำบลมักกะสัน อยู่ภายใต้อำเภอพญาไท ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ มีการรวมจังหวัดพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกัน จึงยกระดับเป็นเขตพญาไท จนเมื่อเจริญก้าวหน้าขึ้นและเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงแบ่งพื้นที่ทางทิศใต้ของเขตพญาไทเป็น เขตราชเทวี

ป้ายชื่อสะพานและคำอุทิศ เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
ที่มา : https://janghuman.wordpress.com

นอกจากนี้คำว่า ราชเทวี ยังใช้เรียกแทนสี่แยกถนนเพชรบุรีตัดกับถนนพญาไท และสะพานข้ามถนนเพชรบุรี โดยประชาชนมักเรียกอย่างย่อแทนพระนาม พระราชเทวี

ที่มา
1. แฟนเพจหน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม. (๒๕๕๙). สะพานราชเทวี. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2564. เข้าถึงจาก https://www.facebook.com/cumaplab/posts/308056706535437/
2. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (๒๕๓๘). ชื่อบ้านนามเมือง. กรุงเทพ : มติชน.
3. ประวัติความเป็นมาเขตราชเทวี. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2564. เข้าถึงจาก http://www.bangkok.go.th/ratchathewi

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : ตำนานวันสงกรานต์

สงกรานต์ ภาษาสันสกฤตหมายถึง ผ่าน หรือ เคลื่อนย้าย หมายถึงพระอาทิตย์ผ่านหรือย้ายเข้าไปในจักรราศีใดราศีหนึ่ง แต่เดิม สงกรานต์ ในประเทศไทยมี ๓ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน วันที่ ๑๓ เป็นวันต้นคือ วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ คือวันกลาง หรือ วันเนา วันที่ ๑๕ คือวันเถลิงศก

ประเพณีสงกรานต์เป็นการนับปีใหม่ตามปฏิทินสุริยคติ แต่เนื่องจากยังมีการนับตามปฏิทินจันทรคติกันอยู่ ช่วงเวลาแต่ละท้องถิ่นจึงอาจไม่ตรงกัน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน เช่นในแถบล้านนาอาจจะอยู่ช่วงวันที่ ๑๔-๑๖ เมษายน นอกจากนี้ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งก็พบว่ามีประเพณีสงกรานต์ และนับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามความเชื่อโบราณ อาทิ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ กัมพูชา และกลุ่มชนชาติพื้นเมืองต่าง ๆ

ตำนานสงกรานต์
สงกรานต์เป็นประเพณีโบราณ จึงมีตำนานเล่าขานในแต่ละท้องถิ่น ตำนานที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายคือเรื่องธรรมบาลกุมารกับท้าวกบิลพรหม เล่าว่าท้าวกบิลพรหมตั้งคำถามปริศนาแก่ธรรมบาลกุมาร หากแก้ปริศนาได้จะตัดศีรษะบูชา แต่หากแก้ไม่ได้ก็จะเป็นฝ่ายถูกตัดศีรษะเสียเอง ปริศนาที่ว่านี้ปรากฏใน พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ถามว่า “ยามเช้า กลางวัน เย็น ศรีอยู่ที่ไหน” คำตอบคือ ยามเช้าศรีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงล้างหน้า ยามกลางวันศรีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ยามเย็นศรีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงล้างเท้า

ท้าวกบิลพรหมเป็นฝ่ายเสียพนันจึงต้องตัดเศียรของตน หากแต่ถ้าเศียรตกถึงพื้นดิน จะเกิดไฟท่วมโลกธาตุ หากทิ้งในอากาศจะเกิดฝนแล้ง หากทิ้งลงมหาสมุทรน้ำจะแห้งเหือด ท้าวกบิลพรหมจึงให้ธิดาทั้ง ๗ รับเศียรของตนเวียนรอบเขาพระสุเมรุ แล้วนำไปรักษาที่เขาไกรลาส เมื่อครบกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งมนุษย์สมมติเป็น ๑ ปี ให้ธิดาทั้ง ๗ ผลัดเปลี่ยนอัญเชิญออกแห่พร้อมทวยเทพเทวา ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุแล้วกลับไปยังเทวโลก เป็นเช่นนี้ทุกปี ธิดาทั้ง ๗ จึงถูกเรียกว่า นางสงกรานต์

ความหมายจากตำนานสงกรานต์
ตำนานสงกรานต์ แต่ขึ้นเพื่ออธิบายความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ กล่าวคือ

เศียรท้าวกบิลพรหม เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ความร้อน ความแห้งแล้ง ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลและตรงกับช่วงหน้าร้อนของโลกมนุษย์

น้ำ คือสัญลักษณ์ของชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็น แสดงถึงการชำระล้างสิ่งมัวหมองต่าง ๆ ของกายและใจเพื่อเริ่มต้นปีใหม่

นางสงกรานต์ เป็นผู้ดูแลมิให้เศียรท้าวกบิลพรหมตกถึงพื้น จึงเป็นเสมือนผู้ปกป้องมิให้เกิดภยันตราย และสตรีเป็นผู้ให้กำเนิด จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดูแลปกป้อง คุ้มครองมนุษย์ให้อยู่ร่มเย็น

ในเทศกาลสงกรานต์ ยังมีประเพณีการทำนายเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศ ผลผลิตทางการเกษตร และเหตุการณ์บ้านเมือง เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ความเชื่อเหล่านี้จึงมีผลต่อกำลังใจของคนในชาติมาตั้งแต่โบราณ

ที่มา :
๑. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). วันสำคัญของไทย. กรุงเทพ : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
๒. อนุมานราชธน, พระยา. (๒๕๐๐). ประเพณีไทยเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์. กรุงเทพ : กองวัฒนธรรม กรมการศาสนา.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : สร้าง QR Code แบบรวดเร็วด้วย Chrome

ทุกท่านคงเคยเห็น QR Code ติดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแหล่งข้องมูล โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ URL ยืดยาว ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตยิงเพียงครั้งเดียวก็เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกสบาย การสร้าง QR Code ที่ว่านี้ก็มีหลายเว็บไซต์ให้บริการแบบฟรี ๆ บางเว็บเรายังปรับแต่ง QR Code ให้ออกมาสวยงาม มีลูกเล่นดึงดูดความสนใจ แต่บางครั้งเราอาจต้องการ QR Code แบบเร่งรีบ ไม่เน้นความสวยงาม กว่าจะเข้าเว็บไซต์ กรอก URL ก็คงใช้เวลาไม่น้อย

ปัญหานี้แก้ไขได้เพียงพริบตาด้วยฟังก์ชั่นสร้าง QR Code แบบด่วนทันใจใน Chrome วิธีการง่ายแสนง่าย เพียงเปิดเว็บไซต์ที่ต้องการด้วยเว็บเบราว์เซอร์ Chrome คลิกเม้าส์ด้านขวาบนพื้นที่ว่าง จะมีหน้าต่างคำสั่งขึ้นมาใหม่ เลือกที่ Create QR Code for this page (ภาพที่ 1) ระบบก็จะสร้าง QR Code ให้เราโหลดไปใช้งานได้ในทันที (ภาพที่ 2)


ภาพที่ 1 คลิกขวาบนพื้นที่ว่างที่หน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการแล้วเลือก Create QR Code Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : DOAJ แหล่งวารสาร OA คุณภาพสูง

DOAJ หรือ Directory of Open Access Journals เป็นอีกหนึ่งแหล่งสารสนเทศแบบเสรีที่นักวิจัยทั่วโลกนิยมเลือกใช้ รวบรวมวารสารวิชาการที่มีคุณภาพ ผ่านการประเมินจาก Reviewers เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี ๒๐๐๓ เริ่มต้นมีวารสารเพียง ๓๐๐ รายชื่อ ไม่นานนักก็เติบโตจนมีวารสารมากกว่า ๑๕,๐๐๐ รายชื่อ จากหลากหลายสาขาวิชา DOAJ จึงเป็นแหล่งค้นคว้าวารสารและผลงานวิจัยแบบเสรีที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง

ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนวารสารและผลงานวิจัย DOAJ ปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูดีมีความทันยุคมากขึ้น พัฒนารูปแบบการสืบค้น และฟังก์ชั่นการวิเคราะห์ ไม่ใช่เพียงแหล่งรวบรวมแบบ Directory อย่างเคย และด้วยความที่เป็น OA Journals ก็เลยยังเชื่อมโยงไปถึงตัวบทความฉบับเต็มได้ด้วย


รูปที่ ๑ : หน้าแรกของเว็บไซต์ แสดงข้อมูลปัจจุบันของ DOAJ Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : เขียนบรรณานุกรมจาก Google Scholar

การเขียนรายการบรรณานุกรมเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับหลาย ๆ ท่าน แต่เดี๋ยวนี้บรรดาวารสารอิเล็กทรอนิกส์หรือฐานข้อมูลต่างอำนวยความสะดวกให้นักวิจัย โดยการสร้างรายการบรรณานุกรมสำเร็จรูปไว้ให้ แต่หากเข้าใช้งานไม่ได้ Search Engine ยอดฮิตอย่าง Google ก็มีให้บริการเหมือนกัน

เริ่มต้นให้ท่านเข้าไปค้นคว้าผลงานทางวิชาการจาก Google Scholar (https://scholar.google.com) เมื่อได้ผลลัพธ์การสืบค้นแล้ว ด้านล่างของแต่ละรายการจะมีแถบคำสั่งต่าง ๆ ให้สังเกตรูปเครื่องหมายอัญประกาศ (“) (รูปที่ 1) แล้วคลิกได้เลย


รูปที่ 1 ผลการสืบค้นจาก Google Scholar

ระบบจะแสดงหน้าต่างใหม่ขึ้นมา (รูปที่ 2) ประกอบด้วยรายการบรรณานุกรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ MLA APA Chicago Vancouver ท่านก็อปปี้ไปใส่ในผลงานได้เลย อย่าลืมตรวจสอบด้วยนะครับว่าต้องใช้รูปแบบไหน ส่วนด้านล่างก็มีคำสั่งที่ช่วยให้ท่านบันทึกงานลงในโปรแกรมจัดการบรรณานุกรมได้อีก สะดวกจริง ๆ


รูปที่ 2 รายการบรรณานุกรมโดย Google Scholar

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้ : เครื่องมือเข้าถึง Fulltext ตอนที่ 1 Unpaywall

ปัญหาสำหรับนักวิจัยในการค้นหาผลงานวิจัยคือมักจะ download เอกสารฉบับเต็มไม่ได้ อาจเป็นเพราะบทความนั้นต้องเป็นสมาชิก บทความนั้นไม่ใช่ OA วารสารหรือฐานข้อมูลนั้นไม่ได้บอกรับ ไปจนถึงขาดความเชี่ยวชาญในการค้นหา ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด อุปสรรคเหล่านี้จะคลี่คลาย (หรือลดลง) จากสองผู้ช่วย Unpaywall และ Kopernio

Unpaywall และ Kopernio เป็น Plugin ที่ติดตั้งบน Browser ในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้เข้าถึงและ Download บทความวิจัย

Unpaywall
เป็นเครื่องมือที่รวบรวมบทความวิจัยจากวารสารประเภท Open Access จากทั่วโลก รวมถึงบทความที่ให้อ่านฟรีในฉบับย้อนหลัง (Embargo) และบทความที่เปิดให้อ่านฟรี ซึ่งแหล่งที่มาของบทความเหล่านี้จะไม่รวมที่มาจาก Sci-Hub และ Research Gate เนื่องจากทั้งสองแหล่งนี้มีความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนั้นจึงพอจะอุ่นใจได้ว่าบทความที่ได้จาก Unpaywall ถูกกฎหมายแน่นอน Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: แหล่งสารสนเทศฟรี (มีอยู่จริง)

หนึ่งในคำถามยอดนิยมสำหรับห้องสมุดคือ พอจะแนะนำฐานข้อมูลแบบใช้ฟรีให้บ้างได้ไหม บรรณารักษ์เจอคำถามนี้บ่อย โดยเฉพาะจากผู้ใช้หลายท่านที่เป็นบุคคลภายนอก ไม่สามารถเข้าใช้บริการฐานข้อมูลที่มหาวิทยาลัยบอกรับได้ คำตอบคือมี ของฟรีมีอยู่จริง แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง และเหนืออื่นใด ท่านผู้ใช้ต้องพิจารณาเนื้อหาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนนำไปใช้อ้างอิงด้วย

ฐานข้อมูลฟรี (Free Databases)
ฐานข้อมูลฟรีที่ว่านี้บรรณารักษ์ขอแบ่งออกเป็น 1) สืบค้นฟรี แต่ไม่ได้ fulltext 2) สืบค้นฟรีและได้ Fulltext

แบบแรกคือ สืบค้นฟรีแต่ไม่ได้ Fulltext ที่รู้จักกัน เช่น ScienceDirect หรือฐานข้อมูลจากบางสำนักพิมพ์ คือเข้าไปค้นหา Citaton ได้ แต่จะดึง fulltext ออกมาไม่ได้ ต้องเป็นสมาชิกหรือเสียค่าใช้จ่าย

แบบที่สองคือ สืบค้นฟรีและได้ Fulltext เช่น PubMed, HighWire Press, Oxford University Press เป็นต้น ฐานเหล่านี้จะเปิดให้ดึง Fulltext ได้บางรายการ ไม่ใช่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละวารสารหรือแต่ละบทความ

Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , , | Leave a comment