บรรณารักษ์ชวนรู้: พระพุทธสิหิงค์

ทุก ๆ ปีในเทศการสงกรานต์ จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล ในปีนี้ (พ.ศ. ๒๕๖๓) จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) จึงงดกิจกรรมดังกล่าว

พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปสำริด ประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลาแสดงปางสมาธิ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระนาสิกโด่ง พระเนตรเหลือบมองต่ำ ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย เหนือพระอุษณีษะมีพระรัศมีรูปเปลวเพลิง ทรงครองจีวรห่มฉียง สังฆาฏิเป็นแผ่นแบนกว้างพาดอยู่บนพระอังสาซ้ายยาวจรดพระนาภี ปลายสังฆาฏิเป็นลายเขี้ยวตะขาบ พระอุระกว้าง บั้นพระองค์คอด ประทับอยู่บนฐานบัวหงาย ๓ ชั้น รองรับด้วยฐานสิงห์ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างเพิ่มเติมในภายหลัง สูงพร้อมฐาน ๑๓๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร องค์พระสูง ๗๙ เซนติเมตร

ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นในลังกา และอัญเชิญมายังกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อกรุงสุโขทัยตกอยู่ภายใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ณ กรงศรีอยุธยา Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: แหล่งสารสนเทศ COVID-19

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข้อมูลโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) จากแหล่งสารสนเทศต่าง ๆ

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: โรคติดต่ออันตรายในประเทศไทย

เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ออกประกาศให้ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ให้เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ๒๕๕๘ ลำดับที่ ๑๔ ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข จึงขอยกข้อมูลเรื่องโรคติดต่ออันตรายมานำเสนอเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับทุกท่าน

โรคติดต่อ ตามความหมายใน พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ หมายความว่า โรคที่เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรคซึ่งสามารถแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมมาสู่คน ส่วนคำว่า โรคติดต่ออันตราย หมายความว่า โรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูงและสามารถแพร่ไปสู่ผู่อื่นได้อย่างรวดเร็ว

ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. ๒๕๕๙ และ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๑ได่กำหนดไว้ ๑๓ โรค ดังนี้ Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , | Leave a comment

ห่อปกหนังสือด้วยกระดาษ ง่ายนิดเดียว

กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะพลาสติก รุกมาถึงบรรดาคนรักหนังสือที่นิยมห่อปกหนังสือด้วยพลาสติก บ้างก็ว่านี่ไม่ใช่ขยะ เพราะห่อกันทีอยู่เป็นสิบ ๆ ปี แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและยังประหยัดเงินได้อีกด้วยคือการนำกระดาษมาห่อเป็นปกแทน บรรณารักษ์จึงขอนำเสนอวิธีการห่อปกด้วยกระดาษที่ง่ายแสนง่าย

Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: วันชาติ (๕ ธันวาคม)

“วันชาติไทย” เริ่มมีเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาล พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วันชาติ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยถือเอาวันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็นวันชาติ ซึ่งเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดย คณะราษฎร จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และมีการเฉลิมฉลองวันชาติเป็นครั้งแรกในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๒ ในรัฐบาล พันเอก หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล แปลก พิบูลสงคราม)


ศรีกรุง ฉบับพิเศษ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๔ (๓)

การกำหนดวันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็นวันชาตินั้น ดำเนินการต่อมาอีก ๒๑ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย ความตอนหนึ่งว่า Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: เกร็ดเรื่องพระบรมรูปทรงม้าและวันปิยมหาราช

ทราบหรือไม่ว่า พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า เป็นอนุสาวรีย์ที่ประชาชนร่วมใจกันสร้างถวายในขณะที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่

พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างจากการเรี่ยไรเงินด้วยความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันของปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย การเรี่ยไรเงินนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นประธานกรรมการเรี่ยไรเงิน ได้เงินจำนวนล้านกว่าบาท นับเป็นเงินที่มากกว่าราคาพระบรมรูปถึง ๕ เท่า ที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง จึงพระราชทานสร้างโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


(ภาพจาก wikipedia)

การสร้างพระบรมรูปทรงม้านี้ เริ่มขึ้นในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ เมื่อสร้างสำเร็จเรียบร้อย ส่งมาถึงกรุงเทพ เมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ พอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ท่ามกลางการจัดตกแต่งอย่างดงงามเพื่อเตรียมงานฉลองอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า มีประชาชนเฝ้าชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น โอกาสนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงอ่านคำถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก และน้อมเกล้าฯ ถวายพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดผ้าคลุมพระบรมรูปทรงม้าเป็นปฐมฤกษ์ Continue reading

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: ScienceDirect Topics สำหรับนักวิจัย

เชื่อว่าหลายท่านเมื่อค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลแล้ว เป้าหมายปลายทางมักจะจบที่เอกสารฉบับเต็ม (Fulltext) และดึงเอาไฟล์ PDF มาเก็บไว้อ่านกันแทบทั้งนั้น เพราะว่าง่ายในการจัดเก็บ และเปิดอ่านได้สะดวก ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เราอาจจะมองข้ามการเปิดอ่านผ่านหน้าเว็บไซต์ (แบบ html) แต่ทราบกันไหมว่ามีของดีแทรกอยู่ในนั้น

การเปิดอ่านจากหน้าเว็บไซต์มีข้อดีคือสามารถเชื่อมต่อไปยังข้อมูลอื่น ๆ ได้ เช่น เปิดอ่านรายการอ้างอิงของผลงานที่เราสนใจ มีโอกาสได้อ่านงานวิจัยที่อาจจะใกล้เคียง หรือเปิดดูผลงานของนักวิจัยที่เราติดตาม เหล่านี้คือความสะดวกที่ไฟล์ PDF ไม่อาจทำได้ (ถ้าไม่มีการผูก URL ไว้ในไฟล์) การเพิ่มเติมข้อมูลที่จำเป็นต่องานวิจัยเช่นนี้ ไม่รอดสายตาของฐานข้อมูลยักษ์ใหญ่อย่าง ScienceDirect ไปได้แน่นอน

ScienceDirect ได้พัฒนาคลังข้อมูล ScienceDirect Topics เพื่อเชื่อมโยงกับผลงานวิจัยที่มีอยู่ในฐานข้อมูล ScienceDirect คือนอกจากจะเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่เล่าไปข้างต้นแล้ว ยังเพิ่มเติมข้อมูลของ “คำสำคัญ” ที่อาจช่วยเติมเต็มความเข้าใจของนักวิจัยได้ด้วย

ภาพที่ 1

จากตัวอย่าง (ภาพที่ 1) จะเห็นว่าเอกสารฉบับเต็มของ SD มีจุดเชื่อมโยงหลายแห่ง (ข้อความสีฟ้า) เช่น เชื่อมไปยังรายการสารบัญของวารสาร เชื่อมไปยังผลงานอื่น ๆ ของนักวิจัย เชื่อมไปยังรายการอ้างอิง (References) ลองสังเกตในตัวบทความจะมีคำบางคำที่เป็นสีฟ้า (เช่นคำว่า Iodide, Electrode, Chitosan) ซึ่งไม่น่าจะเชื่อมโยงไปยังส่วนใดของบทความได้เลย แต่ SD ได้เพิ่มเติมข้อมูลให้กับคำสำคัญเหล่านั้น โดยอ้างอิงจากทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่มีอยู่

ScienceDirect Topics เป็นบริการเสริมเพื่อเติมเต็มข้อมูลของคำสำคัญให้กับนักวิจัย จากแนวคิดที่ว่านักวิจัยมักต้องค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานวิจัยของตน เพื่ออธิบายความให้ผลงานมีความสมบูรณ์ แทนที่จะเสียเวลาค้นคว้าเพิ่ม SD จึงตอบโจทย์ด้วยการทำหน้าที่ค้นคว้าแทนให้ จากตัวอย่าง (ภาพที่ 1) เมื่อคลิกที่คำสำคัญสีฟ้าอย่างเช่น electrode ระบบจะพาเราไปยัง ScienceDirect Topics หัวข้อ Behavior as Electrode (ภาพที่ 2) ในแถบสีดำด้านบนสุดจะอธิบายข้อมูลที่กระชับที่สุด พร้อมแหล่งอ้างที่สามารถคลิกเข้าไปอ่าน Fulltext ได้ ส่วนด้านขวาจะเป็นกลุ่มหัวข้อที่มีความสัมพันธ์กับคำว่า Bioenergy ถัดลงมาด้านล่างคือการอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมของคำว่า Behavior as Electrode จากแหล่งต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดจะอ้างอิงจาก Books หรือ Reference Works


ภาพที่ 2

หลักการในการเชื่อมโยงหรือค้นหาหัวข้อนั้น ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Link ด้านท้าย

ปัจจุบัน ScienceDirect Topics มีจำนวนมากกว่า 3 แสนหัวข้อ ท่านที่ต้องการค้นคว้าสามารถเข้าไปตรวจสอบหัวข้อที่สนใจได้ที่ https://www.sciencedirect.com/topics/index

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , | Leave a comment

บรรณารักษ์ชวนรู้: เวลามาตรฐานประเทศไทย

แต่เดิมนั้นคนไทยวัดเวลาโมงยามโดยตั้งอ่างน้ำลอยกะลามะพร้าว เรียกว่า นาฬิเก เมื่อน้ำเข้ารูกะลาจนเต็มและจมลงก็นับเป็น ๑ ชั่วโมงนาฬิกา ซึ่งการวัดเวลาแบบนี้ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทั่วโลกยังไม่มีการกำหนดเวลาสากล กว่าที่จะมีการกำหนดเวลามาตรฐานเมืองกรีนิชก็เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗ (ค.ศ. ๑๘๘๔) แต่ที่ประเทศไทยเรามีการกำหนดเวลามาตรฐานใช้กันก่อนแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทย ทรงค้นคว้าและทรงสร้าง พระที่นั่งภูวดลทัศไนย ขึ้นเป็นหอนาฬิกาหลวง


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

ทรงกำหนดเส้นแวงให้ผ่านจุดหนึ่งในพระบรมมหาราชวังเป็นเส้น ๑๐๐ องศาตะวันออก เป็นเส้นแวงหลักของประเทศไทยในสมัยนั้น โปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรก คือตำแหน่งพันทิวาทิตย์ ทำหน้าที่เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่งพันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์

ปัจจุบันแม้ประเทศไทยจะใช้เวลามาตรฐานกรีนิช แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยใช้เวลามาตรฐานกรุงเทพ (Bangkok Mean Time) โดยมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เป็น เส้นแวง ๑๐๐ องศา ๒๙ ลิปดา ๕๐ ฟิลิปดาตะวันออก เส้นรุ้ง ๑๘ องศา ๔๔ ลิปดา ๒๙ ฟิลิปดาเหนือ ซึ่งใช้เป็นเวลามาตรฐานก่อนเวลามาตรฐานกรีนิชเสียอีก


หอนาฬิกาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สร้างขึ้นภายในเขตพระราชฐานชั้นใน
(ที่มาภาพ: ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)


พระที่นั่งภูวดลทัศไนย สามารถมองเห็นได้จากท้องสนามหลวง
ใช้บอกเวลามาตรฐานของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔
(ที่มาภาพ: ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีอยู่ ๒ หอ หอหนึ่งตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ กรมขุนราชสีหวิกรมออกแบบ มีความสูง ๑๐ วา มีนาฬิกาบอกเวลาทั้งสี่ด้าน แต่จะแลเห็นได้เฉพาะภายในพระบรมมหาราชวังเท่านั้น ราษฎรทั่วไปจะมองไม่เห็นเพราะอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน หอนี้ถูกรื้อในสมัยรัชกาลที่ ๕ เนื่องจากโครงสร้างไม่แข็งแรง

อีกหอหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างเป็นพระที่นั่งเมื่อคราวโปรดฯ ให้สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่หมู่หนึ่ง พระราชทานนามเรียกรวมทั้งหมดว่า พระอภิเนาวนิเวศน์ หนึ่งในนั้นคือ พระที่นั่งภูวดลทัศไนย เป็นพระที่นั่งสูง ๕ ชั้น มีนาฬิกาที่ยอดทั้งสี่ด้าน ตั้งอยู่ใกล้กับพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ราษฎรจะมองเห็นหอนาฬิกานี้ได้ชัดเจน

นับเป็นพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการคำนวณขั้นสูงของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการกำหนดเวลามาตรฐานที่มีมาก่อนเวลามาตรฐานกรีนิช จากพระราชกรณียกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปวงชนชาวไทยจึงพร้อมใจถวายพระนามยกย่องให้ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

ที่มา
๑. กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๒๕๔๘). ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพ : กรมศิลปากร.
๒. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (๒๕๔๗). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัย.
๓. สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๔๙). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย. กรุงเทพ : สำนักงานปลัดฯ.

Posted in บรรณารักษ์ชวนรู้ | Tagged , , , | Leave a comment